ไลฟ์สไตล์
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : อิทธิพลโซเชียลมีเดียยุค 5G ชี้นำใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้

ลม เปลี่ยนทิศ
7 พ.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

คุณฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ร่วมกับ ดร.ชุติพงศ์ กี่สุขพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ กสทช. เผยแพร่บทความเรื่อง “โลกยุคใหม่ อิทธิพล OTT ชี้นำให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีได้” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดตั้ง “OTT ของไทย” เพื่อป้องกันไม่ให้ OTT ต่างชาติ เช่น Facebook YouTube Twitter Line เข้าครอบงำเศรษฐกิจการเมืองไทย โอทีทียักษ์ใหญ่เหล่านี้เก่งกว่าโหร มีอิทธิพลเหนือความคิดคนไทย สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่า นักการเมือง พรรคการเมือง รัฐมนตรี จนถึง นายกรัฐมนตรีคนต่อไป จะเป็นใคร ผมอ่านแล้วก็นึกถึง คดีแฮ็กข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กไปสร้างแคมเปญหาเสียงช่วยเหลือประธานาธิบดีทรัมป์ จนชนะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

OTT ย่อมาจาก Over-The-Top หรือ บริการเหนือโครงข่าย โทรคมนาคม เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ไลน์ ที่มากับคลื่นโทรศัพท์มือถือ

ข่าวแนะนำ

คุณฐากร ระบุว่าปัจจุบันคนไทยอยู่ในโลกดิจิทัล บริโภคบริการเหล่านี้ในรูปแบบของสังคมออนไลน์กว่าครึ่ง มีผู้ใช้บัญชีในสื่อสังคมออนไลน์กว่า 50 ล้านบัญชี สื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับคือ Facebook YouTube Line Instagram และ Twitter จากข้อมูลในรายงาน Digital 2020 : Thailand ของ We Are Social คำพูดที่ว่า Seeing is believing “เมื่อเห็นแล้วถึงเชื่อ” ถูกเปลี่ยนแปลงเป็น Believing is seeing “เมื่อเราเชื่อแล้วถึงจะเห็น”

ด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์ บิ๊กดาต้า ที่เก็บจากผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียต่างๆ ระบบอัลกอริทึมจะแสดง ข้อความ ข่าว รูปภาพ วิดีโอ ความเห็น หรือ comment รวมถึง โฆษณาต่างๆที่เราชอบ ที่เราคิดว่าใช่ ที่เราเชื่อ มาให้ เราเห็นเรื่อยๆ จนสิ่งนั้นกลายเป็นความจริง หรือ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสายตาของเราในที่สุด (แปลความง่ายก็คือ การล้างสมอง นั่นแหละ)

คุณฐากร ระบุว่า โอทีทีเหล่านี้มีอิทธิพลกับความเชื่อทางการเมืองของคนไทยเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับใน สหรัฐอเมริกา และหลายประเทศ ข้อมูลข่าวสารทั้งที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ใช้งาน หรือโฆษณาต่างๆที่สอดแทรกความเห็นทางการเมือง ถูกบริหารจัดการ ให้ user ที่มีความเห็นคล้ายๆกันได้เห็น ได้แชร์กันลึกขึ้นในวงแคบลง แต่เข้าถึงคนหมู่มากได้อย่างรวดเร็ว พรรคการเมืองใหญ่ที่มีเงินทุนผลิตป้ายหาเสียงสวยๆใหญ่ๆ จัดเวทีปราศรัยได้บ่อยครั้ง เคยชนะด้วยการติดป้ายหาเสียงได้ครอบคลุมมากที่สุด

แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว คนไทยที่มีความเชื่อเหมือนๆกัน ชอบพรรคไหน นักการเมืองคนไหน ก็ไปแชร์ไปคุยกันเชิงลึกในโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มเหล่านั้นก็จะ เลือกสรรข้อมูลที่ตรงกับความเชื่อมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ OTT เหล่านี้ มีอิทธิพลกับความคิดคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญ ไม่ใช่ของคนไทยเลยทั้งสิ้น

ทุกวันนี้ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ทวิตเตอร์ ไลน์ เป็นโหรการเมืองไทยที่แม่นยำที่สุด บอกได้ว่านักการเมือง พรรคการเมือง รัฐมนตรี จนถึงนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็นใคร ด้วยเครื่องมือที่ไม่ใช่โหราศาสตร์แต่เป็นวิทยาศาสตร์ นักการเมืองคนไหนมีคนชอบเท่าไหร่ มีคนติดตามเท่าไหร่ มีคนไม่ชอบเท่าไหร่ ยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอด subscription และ follow จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ คนไหนจะได้รับการเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้งด้วยซ้ำ เราเห็นแล้วว่า พรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้งครั้งแรกชนะพรรคใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ในยุคที่ OTT ครองเมือง เราอาจได้ “เน็ตไอดอล” ที่ยอดไลค์ยอดฟอลโลสูงเป็น นายกรัฐมนตรี ก็ได้

คุณฐากร ทำงานกับคลื่นความถี่ที่ กสทช.มานานตั้งแต่ก่อตั้ง ย่อมได้เห็นอิทธิพลสื่อโซเชียลมีเดียแบบถึงกึ๋น คำเตือนให้รัฐบาลเร่งรัดจัดตั้ง “OTT ไทย” จึงน่ารับฟังอย่างยิ่ง

หลังโควิดวิถีชีวิตคนไทยจะเปลี่ยนไป Digital OTT Social Media จะเป็น New Normal วิถีชีวิตใหม่ของคนไทย เมื่อบวกกับ เทคโนโลยี 5G ที่เข้ามา อิทธิพลโซเชียลมีเดียจะยิ่งเร็วและแรงขึ้น การหาเสียงจะง่ายขึ้น ไม่ต้องตั้งเวที แค่แชร์ลิงก์เข้ากลุ่มก็หาเสียงได้แล้ว แม้แต่การเลือกตั้ง วิธีการเลือกตั้ง ก็อาจเป็นเพียง ขั้นตอนเชิงสัญลักษณ์ เพราะว่า เขาเลือกรัฐบาล เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ในโลกโซเชียลกันไปเรียบร้อยแล้ว.

ลม เปลี่ยนทิศ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศกสทช.บิ๊กดาต้าฐานข้อมูลนายกรัฐมนตรีNew Normal

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:31 น.