ตระกูล "มหากิจศิริ" ส่งหนังสือตอบ "บิ๊กตู่" พร้อมร่วมสู้ฝ่าวิกฤติโควิด19

ข่าว

    ตระกูล "มหากิจศิริ" ส่งหนังสือตอบ "บิ๊กตู่" พร้อมร่วมสู้ฝ่าวิกฤติโควิด19

    ไทยรัฐออนไลน์

    30 เม.ย. 2563 20:54 น.

    ตระกูล "มหากิจศิริ" ส่งหนังสือตอบนายกฯ พร้อมร่วมสู้ฝ่าวิกฤติโควิด-19 เปิดโครงการช่วยรับซื้อผลผลิตเกษตรกรลำพูน วิสาหกิจชุมชนหรือเกษตรแปลงใหญ่ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง หาตลาดขายใน-นอกปท. เปิดพื้นที่ ปชช.เดือดร้อนขายของไม่คิดค่าใช้จ่าย

    มื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เนเชอรัล เบฟ จำกัด ได้ให้ตัวแทนนำหนังสือตอบกลับร่วมมือระดับชาติ เพื่อเอาชนะโควิด-19 ไปด้วยกันทั้งประเทศ ของบิดา คือนายประยุทธ์ มหากิจศิริ ประธานกลุ่มบริษัทพีเอมส์ กรุ๊ปส์ เจ้าของบริษัทไทยน็อคซ์ สเตนเลส และไทยคอปเปอร์ ส่งมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยผ่านคณะทำงานนายกฯที่ทำเนียบรัฐบาล ตามที่นายกฯได้ขอความร่วมมือ

    ประยุทธ์ มหากิจศิริ
    ประยุทธ์ มหากิจศิริ

    โดยเนื้อหาในหนังสือนายประยุทธ์ ได้ขอบคุณและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมฝ่ากฤติโควิด-19 และขอชื่นชมนายกฯ ที่พยายามแก้ไขและบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มความสามารถ จนเป็นที่ชื่นชมจากต่างประเทศมากมาย

    และขอชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เจ้าที่หน้าที่ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้โควิด-19 รวมถึงขอชื่นชมมาตรการ "เราไม่ทิ้งกันเงิน" ที่ให้เยียวยา 5,000 บาทช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-19 ซึ่งหวังว่าจะสามารถครอบคลุมประชาชนทุกคนได้ทุกภาคส่วนที่ต้องการ

    ทั้งนี้ ผมขอนำเสนอความเห็นต่อนายกฯโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ผมได้ทำประโยชน์ให้สังคมในช่วงวิกฤตินี้ โดยได้บริจาคให้สภากาชาดไทยและสถานศึกษา บริจาคทุนสร้างหอปฏิบัติธรรมให้โรงพยาบาลเพื่อสนับสนุนสุขภาพบุคลากรทางการแพทย์ในการป้องกัน โควิด-19 และสนับสนุนเกษตรกรไทยด้านพัฒนาการศึกษาและการศึกษาเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพและผลิตผลทางการเกษตร รวมเป็นเงิน 150 ล้านบาท

    ส่วนที่ 2 สิ่งที่จะทำเพิ่มเติมในโครงการต่างๆ ประกอบด้วย โครงการที่ 1 การรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรลำพูน ซึ่งสามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ 1,000 ครัวเรือนเป็นระยะเวลา 6 เดือน และการรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรวิสาหกิจชุมชนหรือเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ประมาณ 5,000 ครัวเรือนเป็นระยะเวลา 6 เดือน

    โครงการที่ 2 การจัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาประสิทธิภาพผลผลิต ทั้งในด้านการเพาะปลูกพืชผล นอกฤดูกาลเพาะปลูก และการหาตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่นการปลูกพืชผลปลอดสาร ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในวิสาหกิจชุมชนที่จังหวัดลำพูน จำนวน 1,000 ครัวเรือน

    โครงการที่ 3 เปิดพื้นที่ด้านหน้าถนนมิตรภาพ ทางเข้าเมาน์เทน ครีก กอล์ฟรีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อน นำสินค้าต่าง ๆ มาวางจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในช่วงโควิด-19 เป็นเวลา 8 เดือน

    โครงการที่ 4 การเปิดแพลตฟอร์มการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ www.411estore.com และแอปพลิเคชัน 411ให้ประชาชนชาวไทยที่มีผลิตภัณฑ์ต่างๆ โพสต์ขายของได้ โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่าย เป็นเวลา 6 เดือน

    โครงการที่ 5 โครงการ P8 สู้ภัยโควิด-19 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมสมุนไพรจากลำไยสกัดเข้มข้นเพื่อสุขภาพมีสรรพคุณในการช่วยฟื้นฟูร่างกาย ตลอดจนเป็นแหล่งวิตามินซี มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและต่อต้านไวรัสช่วยแก้อ่อนเพลียและช่วยผ่อนคลายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

    หวังว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้บุคคลที่ต้องทำงานอย่างหนักเป็นแนวหน้ามีสุขภาพที่ดี และมีความพร้อมในการฝ่าฟันวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เฉลิมชัย มหากิจศิริประยุทธ์ มหากิจศิริตอบรับจดหมายนายกตอบรับจดหมายบิ๊กตู่เจ้าสัวเมืองไทยข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 13:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์