ยกเครื่อง...หรือแค่ “ลิงแก้แห”

ข่าว

    ยกเครื่อง...หรือแค่ “ลิงแก้แห”

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      10 เม.ย. 2561 05:01 น.

      เรื่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวให้กระทรวงการคลัง “ยกเครื่อง” พระราชบัญญัติส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ...หรือ “พ.ร.บ.พีพีพี” ปี 2556 เดิม เพื่อกำหนดนโยบายของรัฐที่ชัดเจนและแน่นอนในการจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะ มุ่งเน้นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นหุ้นส่วน

      เบื้องต้นได้กำหนด 12 ประเภทกิจการที่จะดึงเอกชนเข้าร่วมลงทุน อาทิ ทางหลวง ทางพิเศษ (มอเตอร์เวย์) รถไฟ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ โครงการจัดการน้ำ โครงการด้านพลังงาน กิจการโทรคมนาคม โรงพยาบาลหรือโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น

      ในร่างกฎหมายฉบับนี้จะส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนให้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ขั้นตอนง่ายขึ้น โดยกำหนดให้มีมาตรการสนับสนุนโครงการร่วมลงทุน (พีพีพี โปรโมชั่น) ที่สำคัญยังได้นำเอาหลักการ “พีพีพี ฟาสต์แทร็ก (PPP Fast track)” ที่แต่เดิมอาศัยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้ง มาบัญญัติไว้ในขั้นตอนการดำเนินโครงการเพื่อให้มีความต่อเนื่อง หากมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลในอนาคต

      การที่กระทรวงการคลังต้องหวนกลับมา “ยกเครื่อง” กฎหมาย “พีพีพี” อีกหนหลังจากบังคับใช้มาไม่ถึง 5 ปีนั้นมันสะท้อนให้เห็นถึงความ “ล้มเหลว” ของการยกเครื่อง-แก้ไขกฎหมายพีพีพีเดิมอย่างเห็นได้ชัด!

      ยิ่งเมื่อผู้อำนวยการ สคร.ออกยอมรับเองว่าที่ผ่านมาการขับเคลื่อนโครงการร่วมลงทุนกับเอกชนต้องอาศัยกลไกล “ฟาสต์แทร็ก” ที่อาศัยมติคณะรัฐมนตรีปี 2558 ดำเนินการเพื่อร่นเวลาพิจารณาโครงการจากเดิม 24-25 เดือน ลงมาเหลือ 9 เดือนด้วยแล้ว มันยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าการยกเครื่องแก้ไข พ.ร.บ.ร่วมทุนฯปี 2535 เดิมที่กระทรวงการคลังดำเนินการไปก่อนหน้า ไม่ได้ทำให้การดำเนินโครงการพีพีพีมีประสิทธิภาพ รวดเร็วขึ้นแม้แต่น้อย!

      ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะคลังมัวหลงอยู่แต่การสร้างกระบวนการตรวจสอบ ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกันให้ยุ่บยั่บ มุ่งแต่สร้างกระบวนการให้คลัง “ล้วงลูก” เข้าไปกำกับดูแลและชี้ขาดว่าโครงการใด “เข้าข่าย-ไม่เข้าข่าย” จนลืมหรือ “ละเลย” ประเด็นสำคัญของการแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องของการประเมินมูลค่าโครงการที่ยังปล่อยให้หน่วยงานเจ้าของโครงการลากเข้ารกเข้าพง!

      ด้านรูปแบบโครงการร่วมลงทุน “พีพีพี” เองก็ไม่มี “โมเดล” ที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับการเมืองจะลากถูลู่ถูกังกันไป แม้แต่โครงการรถไฟฟ้าสายเดียวกัน อย่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยังกำหนดรูปแบบพีพีพีไปคนละทิศ โครงการเฟสแรกเป็นสัมปทาน PPP Net Cost พอมาเฟสสองกลับกลายเป็น PPP Gross Cost ประเคนให้เอกชนรายเดิมไปดื้อๆ

      ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีชมพูที่คลังโอ่ว่าเป็นผลงานความสำเร็จในการใช้ PPP Fast Track ก็ใช้รูปแบบสัมปทาน PPP gross cost ที่ให้เอกชนแบกรับภาระทั้งหมด รัฐรับภาระเพียงค่าเวนคืนเท่านั้น ผิดกับรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จ่อจะนำเอารูปแบบจ้างเอกชนบริหารจัดการและซ่อมบำรุงตามรอยรถไฟฟ้าสายสีม่วง เช่นเดียวกับสัมปทานมอเตอร์เวย์ 2 สายที่กรมทางหลวง ถลุงภาษีประชาชนทั้งประเทศไปก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ถึงเวลากลับประเคนสัมปทานบริหารจัดเก็บเงินและซ่อมบำรุง 20-30 ปีไปให้เอกชนดำเนินการที่แทบจะเป็นการ “ชุบมือเปิบ”

      สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเห็นว่า สคร.หรือคลังจะแอ่นอกเข้ามากำกับดูแลกฎหมายตนเองไม่ให้ใครสอดมือเข้ามาลากเข้ารกเข้าพงแม้แต่น้อย!

      หนักข้อเข้า โครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลาย ต่อหลายแห่งที่ต้องการดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนไม่ว่าจะรับสัมปทาน หรือ Outsource แม้จะมีมูลค่าโครงการแค่ 20-30 ล้านยังถูกหน่วยงานรัฐด้วยกันเองตีความว่าเข้าข่ายต้องดำเนินการตาม ก.ม.นี้ด้วย

      เหนือสิ่งอื่นใดก่อนจะไปรื้อกฎหมาย “พีพีพี” ที่ว่าช่วยลงไปเคลียร์หน้าเสื่อเรื่องของ ม.56 ของธรรมนูญไทยฯ ปี 2560 ให้กระจ่างก่อนเถอะว่าการให้สัมปทานโครงสร้างพื้นฐานหรือบริการสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ที่รัฐจะแถมไปให้เอกชนที่ได้สัมปทาน “ไฮสปีดเทรน” เชื่อม 3 สนามบินนั้นขัดมาตรา 56 หรือไม่ ก่อนจะมีใครหยิบยกขึ้นมาฟ้องในภายหลังให้งานเข้า

      รวมทั้งเรื่องที่จะไปลากเอากิจการสื่อสารกลับเข้ามาอยู่ในระบบสัมปทานอีก ทั้งที่รัฐได้ยกเลิกกฎหมายผูกขาดต่างๆ โอนกิจการสื่อสารโทรคมนาคมไปอยู่ในกำกับของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปหมดสิ้นแล้ว การประมูลคลื่นความถี่ที่มีอยู่ปัจจุบันก็เป็นเพียงการประมูลเพื่อออกใบอนุญาตเท่านั้น หาใช่ระบบสัมปทานแบบ BTO ใดๆอีก

      ขณะที่กิจการ “ดาวเทียม” บนอวกาศที่วันนี้กระทรวงดิจิทัลฯ ยังเข้าใจว่าตนเองมีอำนาจให้สัมปทานอยู่นั้น กระทรวงการคลังตอบทีได้ไหมว่ายังมีกฎหมายใดรองรับอยู่ เพราะหากเรื่องแค่นี้ยังเคลียร์หน้าเสื่อไม่ได้ก็อย่าได้เที่ยวตีปี๊บ “ยกเครื่อง” แก้ไขกฎหมายร่วมลงทุนเอกชน “พีพีพี” อะไรนั่นเลย

      เพราะสุดท้ายก็คง “หลอกได้” แต่รัฐบาลที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ บังคับใช้ไปไม่ถึงขวบปีก็ต้องกลับมารื้อกันใหม่อีกหน!!!

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        โทรหาผิดคนซะแล้ว! #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปะทะสาวใต้ ด่าไฟแลบ
        03:05

        โทรหาผิดคนซะแล้ว! #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปะทะสาวใต้ ด่าไฟแลบ

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        พีพีพีฟาสต์แทร็กยกเครื่องTHE ISSUESชูชาติ สว่างสาลี

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันจันทร์ที่ 24 มกราคม 2565 เวลา 09:44 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์