ไลฟ์สไตล์
100 year

กลุ่มนักวิชาการลั่น ! จะไม่ทนข้อมูลบิดเบือน ยื่นหนังสือ “สนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

ข่าวประชาสัมพันธ์
7 ธ.ค. 2560 13:01 น.
SHARE

“ชมรมนักวิชาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ลั่น ! จะไม่ทนกับข้อมูลบิดเบือน ยื่นหนังสือ “สนับสนุน” โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เผยการต่อต้านโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน
 (เมกะโปรเจค) ของประเทศในหลายโครงการ ส่งผลให้ประเทศชาติไม่เกิดการพัฒนา

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2560 ตัวแทน “ชมรมนักวิชาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” นำโดย รศ.ดร.ภิญโญ มีชำนะ อดีตหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเมืองแร่และปิโตรเลียม
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายสุรพันธ์ วงษ์โอภาสี นักวิชาการอิสระ
ด้านพลังงาน และรศ. สมศักดิ์ สายสินธุ์ชัย อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้ายื่นหนังสือ “สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา” ต่อ นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ สำนักงานคณะกรรมการ
พัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

 
โดย รศ.ดร.ภิญโญ กล่าวว่า นักวิชาการมีความห่วงใยกรณีการต่อต้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา เนื่องจากการต่อต้านบรรลุผลจะส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤติไฟฟ้าที่ภาคใต้ในอนาคต เพราะปัจจุบันภาคใต้พึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเกือบ 90% ของเชื้อเพลิงทั้งหมด ดังนั้นหากเกิด
ผลกระทบต่อแหล่งก๊าซฯ เช่น การปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) รวมถึงกรณีปริมาณสำรองก๊าซฯ ในอ่าวไทยเหลือน้อยลง ทุกๆ ปี จะส่งผลให้เกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิง และต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากต่างประเทศมาทดแทนมากขึ้น ซึ่งเมื่อราคา LNG ในอนาคตปรับขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าโดยรวมของประเทศทันที ดังนั้นการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ที่ภาคใต้ จะช่วยกระจายความเสี่ยงเรื่องเชื้อเพลิงและลดปัญหาวิกฤติไฟฟ้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ รวมทั้งยัง
ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าด้วย

นอกจากนี้ยังมีความเป็นห่วงกรณีการบิดเบือนข้อมูลการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่มีการหยิบยก
โรงไฟฟ้าถ่านหินในอดีตเมื่อ 30-40 ปีก่อนว่าก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมมาสร้างความหวั่นวิตก
ให้กับชาวบ้าน ซึ่งในความเป็นจริงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เลือกใช้เทคโนโลยี
โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทันสมัย คือระบบ หม้อต้มไอน้ำแบบ Ultra-supercritical ที่จะไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ
ต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนในอดีต โดยมีการนำเข้าถ่านหินคุณภาพดีจากอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และอเมริกาใต้ ที่ไม่เคยพบว่ามีการปล่อยโลหะหนักแต่อย่างใด

รวมถึงการบิดเบือนข้อมูลว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ต่างทยอยเลิกใช้โรงไฟฟ้า
ถ่านหิน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงพบว่าการเลิกใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินของประเทศดังกล่าว
ไม่ได้มาจากปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยสหรัฐฯ เลิกใช้โรงไฟฟ้าถ่านหิน เนื่องจากค้นพบก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (เซลล์แก๊ส) ที่มีต้นทุนถูกทำให้หันมาใช้โรงไฟฟ้าก๊าซฯ แทน ขณะที่ประเทศอังกฤษ ก็เจอแหล่งก๊าซฯ ในทะเลเหนือ จึงหันมาสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซฯ แทน แต่ท้ายที่สุด
เมื่อก๊าซฯ ไม่พอใช้จึงหันมาสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพิ่มด้วย ส่วนประเทศฝรั่งเศส มีการเลิกใช้โรงไฟฟ้า
ถ่านหินจริงแต่ก็หันไปเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แทน เพราะมีต้นทุนถูกกว่า

รศ.ดร.ภิญโญ กล่าวด้วยว่า จากการติดตามข้อมูลพบว่าปัจจุบันมี 62 ประเทศมีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้า
ถ่านหินเพิ่มในอีก 4-5 ปีข้างหน้า รวมการผลิตไฟฟ้ากว่า 1 ล้านเมกะวัตต์ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศในอาเซียนอย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม เป็นต้น และเมื่อดูตามสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงของโลก พบว่ามีการใช้ถ่านหินถึง 40% ใช้ก๊าซธรรมชาติ 20% ใช้พลังน้ำจากเขื่อน 15% ใช้นิวเคลียร์ 15% ส่วนพลังงานทดแทนใช้ไม่ถึง 5%

รศ.ดร.ภิญโญ กล่าวด้วยว่า การต่อต้านโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน (เมกะโปรเจค) ของประเทศในหลาย
โครงการ ส่งผลให้ประเทศชาติไม่เกิดการพัฒนา รวมถึงกรณีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่ผ่านการ
ทำรายงานผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) แล้ว หากไม่สามารถก่อสร้างได้ตามแผน ก็จะส่งผล
กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้หันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน ซึ่งส่งผลเสียโดยรวมต่อ
เศรษฐกิจประเทศ ดังนั้นกลุ่มนักวิชาการจึงต้องรวมตัวกันเพื่อให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ภาครัฐ เพราะไม่ต้องการเห็นความผิดพลาดในการตัดสินใจและอยากให้รัฐเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาต่อไป

ด้าน นายสุรพันธ์ วงษ์โอภาสี นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงไฟฟ้า
ถ่านหินซึ่งอยู่ติดทะเล เช่นโรงไฟฟ้าถ่านหินของบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด และบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีทั้งพื้นที่อยู่ริมทะเลเช่นเดียวกับ
โครงการโรงไฟฟ้าเทพา มีกำลังการผลิตรวม 2,400 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี และไม่ได้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ว่าได้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพต่อประชาชน ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทั้งเห็นด้วยและเห็นต่างต้องเคารพกฎหมาย โดยที่ผ่านมาโครงการ
โรงไฟฟ้าเทพาได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายในการขออนุญาตก่อสร้างและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมก็ดีกว่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้นการพิจารณาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
จึงควรอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงเป็นหลัก

ทั้งนี้กลุ่มคณาจารย์-นักวิชาการทั่วประเทศ ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในพื้นที่ภาคใต้ มีทั้งสิน 43 ราย เช่น นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน, นายสุรพันธ์ วงษ์โอภาสี นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน, นายสุนทร พุ่มจันทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายมนูญ มาศนิยม หัวหน้าภาคววิชาวิศวกรรมเหมืองแร่ และวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, นายคมสูรย์ สมประสงค์ คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นายเทียนไชย ตันไทย มหาวิทยาลัยมหิดล, ดร.อำไพวรรณ ภราดร์นุวัฒน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และดร.อภิรดี แซ่ลิ่ม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาชมรมนักวิชาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนภิญโญ มีชำนะจังหวัดสงขลาต่อต้านโรงไฟฟ้าข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564 เวลา 00:18 น.