ให้แจ้งเตือนลูกค้าทุกครั้ง

ข่าว

ให้แจ้งเตือนลูกค้าทุกครั้ง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

4 ม.ค. 2560 06:15 น.

กสทช. ตั้งทีมงานตรวจสอบแอพดูดเงิน

“กสทช.” ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจ สอบแอพพลิเคชั่น แอบคิดค่าใช้จ่ายจากบริการมือถือ เตือนประชาชน ก่อนใช้บริการตรวจสอบให้ละเอียด ขอความร่วมมือผู้ให้บริการมือถือ กรณีแอพคิดค่าใช้จ่ายให้ส่งเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนผู้บริโภคก่อนทุกครั้ง ส่วนการดาวน์โหลดแอพแล้วยกเลิกนั้น ให้แจ้งบัตรเครดิตที่แจ้งไว้ด้วย เพื่อความสมบูรณ์ในการยกเลิก

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการให้บริการข้อมูล (คอนเทนต์) บนโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนมีจำนวนมาก โดยเฉพาะผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ที่ต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็ว ซึ่ง กสทช.ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งในการสนับสนุน ให้เกิดการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อสนองความ ต้องการผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ก็ต้องกำกับ ดูแลรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีหลากหลายแอพพลิเคชั่นมาก ที่ชักชวนให้ผู้บริโภคใช้บริการเบื้องต้นเป็นลักษณะใช้บริการฟรี แต่เมื่อต้องการใช้บริการเพิ่มเติม ก็จะเสียค่าใช้จ่าย โดยเรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้นายก่อกิจ ด่านชัยวิชัย รองเลขาธิการกสทช. ไปตรวจสอบการให้บริการคอนเทนต์ต่างๆ

ที่ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือว่า มีการคิดค่าใช้จ่ายในลักษณะใดบ้าง ผ่านใบเสร็จ (บิล) ค่าบริการมือถือแล้วมีการแยกชัดเจนว่าค่าบริการมือถือ และค่าบริการเสริมหรือไม่ หากมีข้อสงสัยและมีปัญหาโทร.ร้องเรียนได้ที่เบอร์โทร.1200 โทร.ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายก่อกิจกล่าวว่า ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบการให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือว่ามีลักษณะและรูปแบบใดบ้าง โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งนอกจากการซื้อสติกเกอร์การ์ตูน การซื้อสินค้าผ่านไลน์ แล้วยังบริการรูปแบบอื่นๆอีกจำนวนมาก เช่น สาระน่ารู้, ความรู้รอบตัว, รักคือ, แจกธีมไลน์ฟรี เป็นต้น ดังนั้น เพื่อสร้างความชัดเจนและให้ความรู้กับประชาชน กสทช.ขอเวลาตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

หลังจากนั้น จะเชิญผู้ให้บริการมือถือมาหารือ เพื่อหาแนวทางกำกับดูแลการให้บริการแอพพลิเคชั่นบนมือถือต่อไป และที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการมือถือว่า หากมียอดชำระค่าบริการสินค้า หรือรายการใดที่จะคิดค่าใช้จ่ายก็ขอให้ส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ให้ผู้บริโภครับทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าจะใช้บริการดังกล่าวต่อไปอีกหรือไม่ เพราะบริการดังกล่าวมีการคิดค่าบริการเพิ่มเติม เป็นต้น

นายก่อกิจกล่าวว่า ในการกำกับดูแลเนื้อหาบนบริการมือถือนั้น กสทช.ไม่มีอำนาจโดยตรง เพราะไม่เกี่ยวกับค่าบริการโทรคมนาคมและคุณภาพการให้บริการ แต่เป็นบริการเสริมที่พ่วงมากับมือถือ ซึ่ง กสทช.ก็ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อกำหนดแนวทางการกำกับดูแลร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค

สำหรับกรณีดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่มีค่าใช้จ่ายแล้ว ต่อมาไม่ต้องการใช้ จึงทำการลบแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ทำให้ยังคงเสียค่าใช้จ่ายอีกนั้น เนื่องจากการลบแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น ลำดับถัดไปต้องโทร.แจ้ง ยกเลิกที่บัตรเครดิตด้วย เนื่องจากการสมัครใช้แอพพลิเคชั่นในครั้งแรกนั้น จะมีการระบุบัญชีบัตรเครดิตไว้ เพื่อให้หักค่าใช้จ่าย ดังนั้นเมื่อยกเลิกการใช้แอพพลิเคชั่นนั้นแล้ว ก็ขอให้แจ้งไปยังบัตรเครดิตด้วย เพื่อให้การยกเลิกสมบูรณ์เสร็จสิ้น

“ประเด็นการใช้เงินในโทรศัพท์มือถือเพื่อซื้อสินค้าและชำระค่าบริการอื่นๆ นอกจากค่าบริการมือถือ กสทช.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้หารือกับ ธปท.เพื่อหาแนวทางกำกับดูแลร่วมกัน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและสู่ยุคอีคอมเมิร์ซ ซึ่งปีนี้และปี 2561 การให้บริการออนไลน์จะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น”

ปัจจุบันการกำกับและควบคุมเนื้อหาบนมือถือนั้น ยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแลที่ชัดเจน ซึ่งภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์ ที่กำลังเป็นที่นิยม และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบสะดวกสบายและเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

“สิ่งที่เป็นกังวลมากในขณะนี้คือ การให้บริการของเฟซบุ๊ก ยูทูบ และไลน์ในประเทศไทย เพราะถือเป็นสังคมโซเชียลที่ได้รับความนิยมมาก และยังสร้างรายได้จำนวนมากเช่นกัน แต่รายได้ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย เพราะไม่เสียภาษีในประเทศเลย ต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่ลงทุนในไทย เสียภาษีให้ประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้ได้เคยหารือกันมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีข้อยุติ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าว ภาครัฐต้องเอาจริงเอาจัง ลำพัง กสทช.เพียงหน่วยงานเดียว คงไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปจัดการอะไรได้มาก ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย”.

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

“ชัชชาติ” แท็กทีม “วิโรจน์” ประเดิม สำรวจคลองลาดพร้าว  แก้ปัญหาน้ำท่วม
06:37

“ชัชชาติ” แท็กทีม “วิโรจน์” ประเดิม สำรวจคลองลาดพร้าว แก้ปัญหาน้ำท่วม

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2565 เวลา 12:00 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์