รฟท.สั่งพัก 4 พนักงาน เร่งสอบเหตุฉกทรัพย์ยกโบกี้

ข่าว

    รฟท.สั่งพัก 4 พนักงาน เร่งสอบเหตุฉกทรัพย์ยกโบกี้

    ไทยรัฐออนไลน์

    6 ส.ค. 2557 11:18 น.

    รฟท. ปรับมาตรการหลังเกิดเหตุโจรกรรมมือถือผู้โดยสารบนขบวนรถด่วนที่ 37 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก สั่งเจ้าหน้าที่เดินตรวจขบวนถี่ขึ้นทุกชั่วโมง ปรับวิธีซื้อต้องแจ้งชื่อ-บัตรประชาชน พร้อมสั่งพักงานพนักงานบนรถคันเกิดเหตุ 4 คน...

    นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รองผู้ว่าการฯ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯ เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหาร และตำรวจรถไฟ กรณีเกิดเหตุโจรกรรมโทรศัพท์แบบพกพาของผู้โดยสารบนขบวนรถด่วนที่ 37 (กรุงเทพฯ – สุไหงโก-ลก) ในรถนั่งและนอนปรับอากาศ คันที่ 10 ส่วนรถ Ladies and Children Car เป็นคันที่ 11/1 ซึ่งอยู่ห่างจากคันดังกล่าวไปอีก 2 คัน โดยมีรถนั่งและนอนปรับอากาศคันที่ 11 คั่นอยู่

    สำหรับรูปคดี หลังเกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 03.00 น. ที่ไม่มีผู้โดยสารขึ้นลง กรณีที่ผู้โดยสารรู้สึกว่ามีอาการเหมือนโดนวางยาสลบนั้น ต้องรอผลการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในส่วนของพนักงานการรถไฟฯ ได้สั่งให้พนักงานรักษารถ พนักงานห้ามล้อ 2 คน และพนักงานในคันที่เกิดเหตุ รวม 4 คน ลงให้ปากคำที่สถานีหาดใหญ่ และสั่งให้พักการขึ้นปฏิบัติงานบนขบวนรถไว้ก่อน จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

    ขณะที่ รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับวางมาตรการให้รัดกุมเพื่อป้องกันความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารแล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ก็ต้องพยายามหาวิธีการและเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ให้ผู้โดยสารปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ หลังจากที่ฝ่ายการเดินรถได้เข้มงวดมาตรการปิดล็อกตู้รถนอนบนขบวนรถตั้งแต่ เวลา 22.00 น. และให้พนักงานรักษารถ เดินตรวจทุก 2 ชม. เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือเหตุอื่นที่เกิดขึ้นภายในตู้นั้น อาจเป็นเหตุให้มิจฉาชีพแฝงตัวเป็นผู้โดยสารเข้ามาโจรกรรมสิ่งของภายในรถ จึงได้หารือกับผู้เกี่ยวข้องพิจารณายกระดับการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารดังนี้

    1. ให้พนักงานขบวนรถประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารระมัดระวังทรัพย์สินของตน อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า หากมีเหตุอันใดให้แจ้งพนักงาน หรือตำรวจรถไฟบนขบวนรถทันที
    2. ให้พนักงานรักษารถ พร้อมตำรวจรถไฟ จำนวน 2 นาย ออกตรวจบนขบวนรถทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 24.00 – 05.00 น. โดยแจ้งประกาศให้ผู้โดยสารทราบก่อน และไม่ทำให้รบกวนผู้โดยสาร
    3. ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้โดยสาร เมื่อซื้อตั๋วโดยสารกรุณาแจ้งชื่อ และเลขบัตรประชาชนให้ตรงกับผู้ที่จะเดินทาง ในชั้นแรก หากผู้เดินทางจริงไม่ตรงกับที่ระบุในตั๋ว พนักงานจะเปลี่ยนชื่อให้ตรงกับบัตรประชาชนของผู้เดินทางจริง ทั้งในตั๋วของผู้โดยสารและผังที่นั่งของพนักงานบนขบวนรถ เพื่อให้ตรวจสอบได้ในภายหลัง
    4. ในขั้นตอนต่อไป การรถไฟฯ จะออกระเบียบให้ผู้โดยสารที่ต้องการซื้อตั๋วโดยสารรถไฟ ต้องแจ้งชื่อและเลขบัตรประชาชน ตั๋วโดยสารหนึ่งใบต่อชื่อและเลขบัตรประชาชนหนึ่งท่านเท่านั้น
    5. การพิจารณาติดกล้อง CCTV บนขบวนรถ หากทดสอบแล้วระบบสามารถรองรับการสั่นสะเทือนของตัวรถขณะวิ่งได้ ก็จะดำเนินการต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    ผวา! “ฝีดาษลิง” ระบาดครั้งแรกในโลก ไวรัสจากสัตว์สู่คน พบผู้ติดเชื้อแล้วในยุโรป-สหรัฐฯ
    05:17

    ผวา! “ฝีดาษลิง” ระบาดครั้งแรกในโลก ไวรัสจากสัตว์สู่คน พบผู้ติดเชื้อแล้วในยุโรป-สหรัฐฯ

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันพฤหัสที่ 19 พฤษภาคม 2565 เวลา 19:38 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์