ก.ล.ต.กล่าวโทษเจ้าพ่อรถหรูและพวกรวมหัวปั่นหุ้น

ข่าว

ก.ล.ต.กล่าวโทษเจ้าพ่อรถหรูและพวกรวมหัวปั่นหุ้น

ไทยรัฐออนไลน์

23 ธ.ค. 2554 07:15 น.

บันทึก

ก.ล.ต. กล่าวโทษ 3 คู่หูคู่โฉดรวมหัวกันปั่นหุ้น 3 ตัวช่วงปี 49-51 ต่อดีเอสไอ นำโดย "สุริยา ลาภวิสุทธิสิน" หัวหน้าแก๊ง ตามด้วยสมุนเอก "สมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์" เจ้าพ่อรถหรู "เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์" โกงจนบริษัทเจ๊ง รวมทั้ง "สมชาย ศรีพยัคฆ์"...

มีรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ และนายสมชาย ศรีพยัคฆ์ ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2554 ที่ผ่านมา กรณีมีพยานหลักฐานน่าเชื่อว่า บุคคลทั้งสามตกลง หรือร่วมรู้เห็นกันกับอดีตผู้บริหาร 2 รายของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลในกลุ่มและบุคคลอื่นในการสร้างราคาหุ้น บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) ในช่วงระหว่างวันที่ 12 ก.ย.- 24 พ.ย.2551

และ ก.ล.ต. ยังได้กล่าวโทษนายสุริยา กรณีมีพยานหลักฐานน่าเชื่อว่า ได้ตกลงหรือร่วมรู้เห็นกับอดีตผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ข้างต้น ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่นสร้างราคาหลักทรัพย์อีก 2 หลักทรัพย์ คือ หุ้นบริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (METRO) และหุ้นบริษัท ไทยยูนีคคอยล์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (TUCC) ระหว่างวันที่ 19 กันยายน - 30 พฤศจิกายน 2549 และระหว่างวันที่ 1 - 31 ตุลาคม 2550 ตามลำดับ และในมูลคดีเดียวกันนี้ยังมีผู้ต้องสงสัยอีก 5 รายที่ได้แสดงความจำนงเบื้องต้นที่จะเข้ารับการพิจารณาเปรียบเทียบความผิด โดยคณะกรรมการเปรียบเทียบ ซึ่ง ก.ล.ต.จะแจ้งผลการดำเนินการให้ทราบต่อไป

สำหรับที่มาของการตรวจสอบจนเป็นผลให้มีการดำเนินคดีกับบุคคลในกรณีนี้ สืบเนื่องจากข้อมูลที่ ก.ล.ต. ได้รับแจ้งจากตลาดหลักทรัพย์ และจากการรวบรวมข้อมูลในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ได้จากการเข้าตรวจค้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ นายสุริยา นายสมพงษ์ และนายสมชาย ทำให้ ก.ล.ต. มีพยานหลักฐานเพียงพอให้เชื่อได้ว่า สภาพการซื้อขายที่ผิดปกติของหุ้นบริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หุ้นบริษัท ไทยยูนีคคอยล์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และหุ้นบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เกิดจากการซื้อขายของบุคคลกลุ่มดังกล่าวผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลต่างๆ ในลักษณะอำพราง เพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าหุ้นนั้นมีการซื้อขายกันมาก หรือราคาหุ้นนั้นเปลี่ยนแปลงไป

โดยมีพฤติกรรมการซื้อขายในลักษณะต่อเนื่อง อันเป็นผลทำให้การซื้อ หรือขายหุ้นนั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปทำการซื้อขายหุ้นนั้น รวมทั้งมีการจับคู่ซื้อขายโดยบุคคลที่ได้ประโยชน์เป็นบุคคลคนเดียวกัน อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 243(1) (2) และมาตรา 244 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แล้วแต่กรณี.

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

หนุ่มน้อยกำเงินเก็บเข้าร้านทอง หาของขวัญให้แม่ ถาม "เท่านี้ซื้ออะไรได้บ้างครับ"
04:26

หนุ่มน้อยกำเงินเก็บเข้าร้านทอง หาของขวัญให้แม่ ถาม "เท่านี้ซื้ออะไรได้บ้างครับ"

ApplicationMy Thairath

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2565 เวลา 00:38 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์