หลายคู่เหลือเกิน ที่ต่อให้อยู่ด้วยกันแล้วพังแค่ไหนก็ไม่ยอมหย่าร้าง และเหตุผลหลักก็คือ “เพื่อลูก” และก็หลายครั้งอีกเหลือเกิน ที่สำหรับลูกแล้ว หากเลือกได้คงเลือกให้พ่อแม่หย่าร้างกันเสียมากกว่าจะต้องมาเห็นสองฝ่ายอยู่เพื่อทำร้ายกันและกันไปตลอดชีวิต เธอเป็นลูกสาวที่ต้องเห็นภาพพ่อดุด่าแม่มาตั้งแต่เด็กจนเป็นวัยรุ่น และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นโรคซึมเศร้า “มันตลกร้ายมากๆ ที่เขาคิดว่าเขายอมทุกข์เพื่อความสุขของลูก แต่ลูกไม่ได้มีความสุขจากการตัดสินใจของเขา แล้วกลับทุกข์กว่าเดิมเพราะเห็นเขาทุกข์” เธอบอก และไม่ว่าพ่อแม่จะเข้าใจว่าได้ทำเพื่อลูกแล้วจริงๆ หรือไม่เลือกหย่าร้างเพียงเพื่อคงสถานะครอบครัวที่สมบูรณ์เอาไว้ ผลคือทุกฝ่ายยังคงเจ็บปวดอยู่ดี อ่านบทสัมภาษณ์เต็มของเธอได้ที่ https://rb.gy/xv44hd #ToxicRelationship #MIRRORThailand

เซียวหยาง (Xiao Yang) @xiaoyangbure ใช้ชีวิตโดยใส่ขาเทียมมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ตอนยังเรียนอยู่ เธอเคยไม่มั่นใจและพยายามใส่เสื้อผ้าที่ปิดบังอย่างที่สุด ไม่ให้คนรู้ว่าขาข้างหนึ่งของเธอเป็นขาเทียม เธอจึงแต่งตัวอยู่ไม่กี่แบบ แต่เมื่อโตขึ้น เธอก็พบว่าเธอสามารถสนุกกับแฟชั่นได้พร้อมๆ กับที่ใส่ขาเทียม และเลิกสนใจว่าคนจะมองขาของเธอแปลกๆ อีกต่อไป ❤ ทุกวันนี้เซียวหยางแต่งตัวอย่างสนุกสนานโดยมีขาเทียมเป็นส่วนหนึ่งของการมิกซ์แอนด์แมทช์ สไตล์ของเธอดีงามจนมีคนติดตามทางอินสตาแกรมถึงหลักหมื่น และเป็นการ normalize ความพิการในสายตาผู้คนได้น่าสนใจเอามากๆ ล่าสุดนี้เธอก็เพิ่งร่วมงานกับแบรนด์จิวเวลรี่ของจีนอย่าง YVMIN โดยเซียวหยางและ 2 ผู้ก่อตั้งแบรนด์มองว่าเรามีขาเทียมที่ไม่หลากหลายเอาเสียเลย เลยลองคิดกันเล่นๆ ว่า “จะเป็นยังไงถ้าเราทำให้ขาเทียมกลายเป็นงานอาร์ตที่สวมใส่ได้” #XiaoYang #MIRRORThailand อ้างอิง : vogue https://rb.gy/mfq6tf

เคยเป็นกันมั้ย? เวลาเดินเข้าไปในห้องๆ หนึ่งแล้วลืมว่าไปทำอะไรที่นั่น หรือกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็นึกไม่ออก หรือไม่ก็โฟกัสอะไรได้ยากขึ้น อาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุมาจาก ‘Pandemic Brain’ 🤯 หรืออาการล้าของสมองในช่วงโรคระบาดอย่างโควิด-19 ที่ทำให้เราแทบไม่ได้ออกไปเจอใคร แถมรอบตัวยังเต็มไปด้วยข่าวสารมากมายให้รับรู้ ทั้งเรื่องร้ายและร้ายมากๆ จนสมองแบกรับไม่ไหว . ไมค์ แยสซา (Mike Yassa) ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่าสภาวะที่ว่านี้มีอยู่จริง และคนส่วนใหญ่กำลังประสบพบเจอมันพร้อมๆ กัน โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ร่างกายหลั่งคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป และส่งผลโดยตรงกับสมองที่เกี่ยวกับความทรงจำ การจดจ่อ และการเรียนรู้ . แยสซามองว่าสภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะรักษากันง่ายๆ และอาจต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ ให้คนได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้วค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมา ซึ่งอาจจะยิ่งยากในประเทศที่สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น . และไม่ใช่แค่ความเครียด แต่ความเงียบเหงาและการไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ก็ส่งผลกับสมองเราโดยตรงเช่นกัน ยิ่งนานเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลมากเท่านั้น 😞 #PandemicBrain #MIRRORThailand   อ้างอิง : https://rb.gy/bioxm8

🥦🥕 ผักอบกรอบ กลายเป็นหนึ่งเทรนด์ของทานเล่นที่ฮิตกันมากๆ ในช่วงนี้ ว่าแต่มันเฮลธ์ตี้จริงมั้ย? กินทุกวันได้หรือเปล่า?  เราชวนเพื่อนๆ มาดูข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวังเกี่ยวกับผักอบกรอบกันสักนิด ก่อนที่จะตัดสินเลือกซื้อมากินกัน . 👍  ข้อดี  🥦ทั้งแร่ธาตุ วิตามิน เอนไซม์ยังคงมีอยู่ในตัวผัก 🥦ง่ายต่อการพกพาและจัดเก็บ 🥦เปลี่ยนผักเป็นของทานเล่นชั้นดี ถ้าทานแต่พอดี 🥦เก็บรักษาไว้ได้นาน 🥦ลดขยะเศษอาหาร . 👎  ข้อเสีย 🥕รสชาติและรูปร่างของผักอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง 🥕หากกรรมวิธีผลิตไม่ถูกต้อง เหมาะสม คุณค่าทางสารอาหารจะน้อย 🥕ให้พลังงานสูง อาจทำให้อ้วน : ผักอบกรอบที่ให้พลังงานน้อยก็มี แต่เพราะผักอบกรอบคือการทำให้น้ำหรือความชื้นในผักนั้นหายไปส่งผลให้น้ำหนักของผักอบกรอบลดลง เมื่อนำเอามาเทียบกับผักสดในปริมาณที่เท่ากัน จึงทำให้เราได้รับคาร์โบไฮเดรตที่สูงกว่ามากนั่นเอง เลือกทานให้ดีล่ะ . 🚫  ข้อควรระวัง 🔸️สังเกตวันเวลาการผลิต รวมถึงแหล่งผลิตว่าได้มาตรฐานหรือไม่ 🔸️คลุกน้ำมันหรือไม่ หากมีการคลุกน้ำมัน ผักอบกรอบนั้นก็อาจไม่ได้เฮลธ์ตี้ในแบบที่คุณคาดหวัง 🔸️ระวังเรื่องสารกันเสีย ควรเลือกผักอบกรอบที่มีการปรุงแต่งน้อยหรือไม่ปรุงแต่งเลยจะดีที่สุด . 🥦🥕 ผักอบกรอบคือหนึ่งในวิธีถนอมอาหารที่ถูกทำกันมานานแล้ว เพื่อให้ง่ายต่อการพกพา เก็บรักษา และประกอบอาหาร แต่ถ้าหากคุณซื้อผักอบกรอบมาเพื่อทานเล่นเพลินๆ เพราะคิดว่าน่าจะดีกว่าการทานขนมซองละก็ โปรดระวัง เพราะคุณจะรู้สึกเพลินกับรสชาติและสัมผัสอันกรุบกรอบของมันมากๆ จนยากที่จะหยุด และถ้าเมื่อไหร่ที่คุณหยุดตัวเองไม่ได้ น้ำหนักของคุณก็อาจจะเพิ่มขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว ไม่ต่างจากการทานขนมขบเคี้ยวเลยล่ะ! #ผักอบกรอบ #MIRRORThailand . อ้างอิง : Already Cooking https://rb.gy/fyoskx Nourish by WebMD https://rb.gy/cekf7n

นับเป็นความกังวลใจของหลายๆ คน ว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะส่งผลต่อรอบเดือนของตัวเองหรือเปล่า และ พญ.วิกี เมล (Viki Male) นักภูมิคุ้มกันวิทยาการเจริญพันธุ์ จากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ณ ตอนนี้เรายังไม่รู้แน่ชัด เพราะยังไม่มีการศึกษาอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีรายงานเข้ามาจำนวนหนึ่ง โดยหลักๆ มีทั้งประจำเดือนที่รุนแรงขึ้น หรือประจำเดือนเลื่อนออกไปจากรอบเดือนปกติเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในระยะสั้นเพียง 1-2 รอบเดือนเท่านั้น  . พญ.เมล ระบุว่า หลังการฉีดวัคซีน สารเคมีมากมายในร่างกายจะส่งผลกระทบต่อเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย รวมถึงเซลล์ภูมิคุ้มกันในเยื่อบุมดลูก และทำให้เกิดความเปลี่ยนในรอบเดือนปัจจุบันหรือถัดไปได้  . ความเป็นไปได้คือ ร่างกายของเราอาจจะมีเซลล์ภูมิคุ้มกันจำนวนมากที่เยื่อบุมดลูก และอีกความเป็นไปได้คือเซลล์เหล่านี้อาจได้รับผลกระทบจากการกระตุ้นตามปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นทั้งจากการเจ็บป่วยทั่วไปและจากการได้รับวัคซีน และส่งผลต่อรอบเดือนในลำดับต่อมา . ส่วนอีกคำถามที่ตามมาคือ ฉีดแล้วจะมีผลกระทบต่อระบบเจริญพันธุ์ในระยะยาวหรือไม่? ซึ่ง พญ.เมล เชื่อว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบเจริญพันธุ์ในระยะยาว ดังนั้นสำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องประจำเดือนและระบบสืบพันธุ์ น่าจะคลายกังวลลงได้บ้างล่ะนะ 😉 #covid19 #วัคซีนโควิด19 #ประจำเดือน #MIRRORThailand อ้างอิง : BBC https://rb.gy/rzosrn

นับเป็นความกังวลใจของหลายๆ คน ว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะส่งผลต่อรอบเดือนของตัวเองหรือเปล่า และ พญ.วิกี เมล (Viki Male) นักภูมิคุ้มกันวิทยาการเจริญพันธุ์ จากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ณ ตอนนี้เรายังไม่รู้แน่ชัด เพราะยังไม่มีการศึกษาอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีรายงานเข้ามาจำนวนหนึ่ง โดยหลักๆ มีทั้งประจำเดือนที่รุนแรงขึ้น หรือประจำเดือนเลื่อนออกไปจากรอบเดือนปกติเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในระยะสั้นเพียง 1-2 รอบเดือนเท่านั้น  . พญ.เมล ระบุว่า หลังการฉีดวัคซีน สารเคมีมากมายในร่างกายจะส่งผลกระทบต่อเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย รวมถึงเซลล์ภูมิคุ้มกันในเยื่อบุมดลูก และทำให้เกิดความเปลี่ยนในรอบเดือนปัจจุบันหรือถัดไปได้  . ความเป็นไปได้คือ ร่างกายของเราอาจจะมีเซลล์ภูมิคุ้มกันจำนวนมากที่เยื่อบุมดลูก และอีกความเป็นไปได้คือเซลล์เหล่านี้อาจได้รับผลกระทบจากการกระตุ้นตามปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นทั้งจากการเจ็บป่วยทั่วไปและจากการได้รับวัคซีน และส่งผลต่อรอบเดือนในลำดับต่อมา . ส่วนอีกคำถามที่ตามมาคือ ฉีดแล้วจะมีผลกระทบต่อระบบเจริญพันธุ์ในระยะยาวหรือไม่? ซึ่ง พญ.เมล เชื่อว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบเจริญพันธุ์ในระยะยาว ดังนั้นสำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องประจำเดือนและระบบสืบพันธุ์ น่าจะคลายกังวลลงได้บ้างล่ะนะ 👩🏻 #Covid19 #วัคซีนโควิด19 #ประจำเดือน #MIRRORThailand อ้างอิง : BBC https://rb.gy/rzosrn

3 ปัญหายอดฮิตของความสัมพันธ์ในช่วงโควิด-19  คุณเจอเหมือนกันกับเรามั้ย ? . โควิด-19 ทำให้เราต่างต้องเรียนรู้การปรับตัวและรับมือกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นรวมไปถึงเรื่องของความสัมพันธ์ด้วย จากการสอบถามกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง พบว่ามี 3 ปัญหาหลักๆ ที่หลายคนพบเจอร่วมกัน เราเลยอยากชวนให้มาแชร์ว่าคุณเจอกับอะไรแบบนี้บ้างมั้ย? . 1) อยู่ด้วยกันมากขึ้น ก็มีเรื่องให้ตีกันมากขึ้น : ปัญหานี้นับว่าเป็นกันทั่วโลก อย่างในประเทศจีน ที่สถิติการหย่าร่างเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับก่อนการระบาด หรือในสหราชอาณาจักร ที่มีรายงานจากบริษัทกฎหมายแห่งหนึ่งว่านับตั้งแต่หลังคริสต์มาสปี 2020 มีการค้นหาคำว่า “ฉันต้องการหย่า” ทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นถึง 230%  . 2) เจอกันไม่ได้ ทำให้ยิ่งคิดถึง (หรือตรงกันข้าม) : ขณะที่หลายคู่ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน จากที่เคยไปมาหาสู่ได้โดยสะดวกก็กลายเป็นต้องเผชิญกับความสัมพันธ์ระยะไกลขึ้นมา เนื่องจากเจอกันได้ยากขึ้น  . 3) คนโสดก็ยิ่งเหงา เพราะหาแฟนลำบาก : สำหรับผู้หญิงโสด การมีแฟนในสถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก ปกติประเทศไทยอัตราผู้ชายก็น้อยกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว พอมีโควิดมาอีก ออกไปไหนก็ไม่ได้ จะนัดเดต นัดเจอกับใครก็กังวลไปหมด . แล้วคุณล่ะ เจอปัญหาความรักแบบไหนกันบ้าง มาแชร์กันได้นะ 😊 อ่านเนื้อหาเต็มได้ที่เฟซบุ๊ก MIRROR Thailand 👉 https://rb.gy/8nz2tp #Covid19 #Relationship #MIRRORThailand

ผ้าอนามัยชนิดสอด เป็นอีกทางเลือกของผู้หญิงหลายคนที่ต้องการความคล่องตัวระหว่างวัน แต่ล่าสุดนี้กฎกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้ผ้าอนามัยชนิดสอดเป็น ‘เครื่องสำอาง’ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเก็บภาษีสูงขึ้นถึง 30% จากเดิมอยู่ที่ 7% และแน่นอน จะยิ่งทำให้ราคาของมันแพงขึ้น . เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนและเกิดเป็นแฮชแท็ก #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี ที่ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในช่วงบ่ายวันที่ 22 ก.ค. หลายคนเกิดคำถามว่าผ้าอนามัยชนิดสอดจะเป็นเครื่องสำอางได้อย่างไร และทั้งๆ ที่ทั่วโลกกำลังรณรงค์ให้ผ้าอนามัยเป็นสวัสดิการของรัฐที่ทุกคนเข้าถึงได้ฟรีๆ ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเรากลับกลายเป็นว่าไม่เพียงต้องจ่ายเงิน แต่ยังมีแนวโน้มว่าต้องจ่ายแพงขึ้นอีกต่างหาก . กฎกระทรวงนี้ให้ไว้ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2564 ลงชื่อโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข โดยให้เหตุผลว่า “...โดยมีความจำเป็นต้องควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของผ้าอนามัยชนิดสอดเพื่อให้สามารถคุ้มครองความปลอดภัยและอนามัยของผู้บริโภคได้...” พูดง่ายๆ ก็คือจะได้ควบคุมมาตรฐานของผ้าอนามัยชนิดสอดได้มากขึ้นในระดับเดียวกับเครื่องสำอาง ด้วยการกำหนดให้มันเป็นเครื่องสำอางเสียเลย . ความกังวลเกี่ยวกับผ้าอนามัยแบบสอดนี้ เกิดจากการที่มันต้องสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศเพื่อซึมซับเลือดที่ไหลออกมาจากด้านใน หลายคนเกิดอาการแพ้วัสดุที่ใช้ผลิต ขณะที่บางคนก็เกิดความระคายเคืองจากการเสียดสีขณะสอดเข้าหรือสอดออก และส่งผลกระทบต่อสุขภาพในช่องคลอดได้ . แต่ถึงอย่างนั้น การควบคุมคุณภาพควรมาพร้อมกับการบัญญัติให้มันกลายเป็นสินค้าอีกประเภทจริงหรือไม่ และมันจะแก้ไขปัญหาได้จริงมั้ย ขณะที่ผู้หญิงที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์นี้กลับต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัย และเราควรได้คำตอบด้วย อ้างอิง: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/048/T_0016.PDF

"ก็นั่งทำงานอยู่ที่บ้าน จำเป็นต้องแต่งตัวสวยๆ ด้วยหรอ" . สถานการณ์แบบนี้เพื่อนๆ คงได้นั่งทำงานอยู่ที่บ้านกันอีกครั้ง (บรรยากาศคุ้นชินจังเลย) ซึ่งบางคนก็ชื่นชอบการทำงานแบบนี้ เพราะประหยัดเวลาตั้งแต่เริ่มตื่นนอนไปจนถึงในเรื่องของการเดินทาง . แต่หลายคนก็เกิดคำถามว่า...แล้วการนั่งทำงานอยู่กับบ้านทำไมเราต้องแต่งตัวสวยกันด้วย ซึ่งตามหลักจิตวิทยาแล้วนั้น นี่คือการปรับ Mindset ว่าคุณกำลังอยู่ในโหมดของการทำงานค่ะ แม้ว่าการแต่งตัวทำงานที่บ้านนั้นจะไม่ต้องใส่สูท หรือสวมกระโปรงยาวคลุมเข่าก็ตาม แต่เพื่อเป็นการช่วยให้เราแยกบ้านและการทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งการแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของคุณ เราจึงไม่ควรสวมใส่ชุดนอนนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นอันขาด และนอกเหนือจากการแต่งตัวแล้ว คุณก็ควรใส่ใจกับการแต่งหน้าด้วยเช่นเดียวกัน อาจจะไม่ต้องถึงขั้นรองพื้น แต่ก็ควรลงแป้ง ทาลิปสติกสักนิด บลัชออนสักหน่อย ให้ผิวดูสุขภาพดี มีออร่า . ซึ่งทิปส์นี้จะช่วยให้คุณดูมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น เมื่อเพื่อนร่วมงานได้เห็นคุณในแพลตฟอร์มวิดีโอแชตตอนประชุมงานค่ะ . อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์หน้า Bio นะคะ : https://www.thairath.co.th/women/life/career/1802666 #ladymirror #bringoutthebestinyou #เห็นตัวเองในแบบที่อยากเป็น

ซัมเมอร์อากาศร้อนๆ #ผ้าพันคอคลุมศีรษะ เทรนด์นี้กลับมาสร้างความเก๋ให้กับผู้หญิงสายแฟฯ แบบเราอีกครั้งแล้วค่ะ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความโดดเด่นให้กับชุดของเราได้แบบไม่ประโคมแล้ว ผ้าคลุมศีรษะยังปกป้องเส้นผมของคุณจากฝุ่นได้อีกด้วย ยิ่งถ้าไม่ค่อยได้สระผมด้วยแล้ว ไอเทมชิ้นนี้ยิ่งถือเป็นตัวช่วยสร้างสไตล์ที่ดีเลยทีเดียว อาจจะเลือกสีพื้นหน่อยเพื่อให้ง่ายต่อการแต่งตัว หรือจะใช้เป็นแบบลายพิมพ์ เช่น ลายดอกไม้ หรือสีสด การแต่งตัวก็จะสนุกขึ้นค่ะ . อ่านทิปส์การสร้างสไตล์ง่ายๆ ด้วย "ผ้าพันคอ" เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์หน้า Bio นะคะ : https://www.thairath.co.th/women/style/solution/1982575 . #Fashion #ladymirror #bringoutthebestinyou #เห็นตัวเองในแบบที่อยากเป็น

"กระเป๋าสาน" เป็นไอเทมที่โดดเด่น และมักจะถูกหยิบมาใช้เสมอเมื่อฤดูร้อนมาถึง . แน่นอนว่าซัมเมอร์นี้เทรนด์กระเป๋าสานกลับมาอีกครั้งและน่ารักกว่าที่เคย ซึ่งไม่ว่าจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสไตล์ไหนฤดูร้อนของคุณก็ดูเก๋ขึ้นมันที หากคุณสะพายกระเป๋าสานไปด้วยข้างกาย เช่น ชุดวันพีชลายน่ารักๆ แมตช์กับกางเกงผ้าพริ้วไหวสีพื้นสักตัว พร้อมโพกผมด้วยผ้าพันคอ และสะพายสาน . สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสานขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ความสวยงามของกระเป๋าถือเหล่านี้ก็ชวนให้นึกถึงช่วงวันหยุดและสื่อได้ถึงความผ่อนคลายเสมอ รวมไปถึงแมตช์ได้ตั้งแต่เสื้อผ้ามินิมอลไปจนถึงลายพิมพ์สีสันสดใสได้อย่างสบาย ๆ เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น "กระเป๋าสาน" ก็ยังสามารถนำไปแมตช์กับวันทำงานได้เช่นเดียวกัน เพียงแค่คุณเลือกแมตช์กับเสื้อผ้าที่ให้ลุคเป็นทางการหน่อย เช่น เบลเซอร์ . และถ้านึกภาพตามไม่ออกเราแนะนำให้คุณติดตามอ่าน How to : มิกซ์แอนด์แมตช์ "กระเป๋าสาน" ให้ดูเก๋เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์หน้า Bio : https://www.thairath.co.th/women/style/trend/1867640 . #ladymirror #bringoutthebestinyou #เห็นตัวเองในแบบที่อยากเป็น

ช่วงนี้ใครวางแพลนไว้ว่าจะไปอาบแดดที่ทะเล เรามีเคล็ดลับจากนักแสดงสาว "ฟ้า-ยงวรี งามเกษม" มาฝากกัน . ซึ่งเจ้าตัวบอกกับเราว่า "เคล็ดลับเรื่องผิวของฟ้า นอกจากทาครีมกันแดด ฟ้าจะมีปัญหาผิว คือ ผิวไหม้ตามจุด และดำไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเราอยากได้ผิวแทนที่สม่ำเสมอทั้งตัว ฟ้าจะชโลมน้ำมันมะพร้าวทั้งตัวก่อนออกแดดสัก 30 นาที พอออกแดดแล้วกลับเข้ามาผิวของเราก็จะไม่ไหม้ แล้วเราก็จะได้ผิวสีน้ำตาลสวยทั่วทั้งตัวค่ะ " . อ่านจบแล้วลองนำคำแนะนำของ "ฟ้า ยงวรี" ไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองดูนะคะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการแต่งตัวและท่องเที่ยวตลอดซัมเมอร์นี้ค่ะ. . อ่านเคล็ดลับผิวแทนและสไตล์จาก "ฟ้า ยงวรี" เพิ่มเติมได้ด้วยการคลิกลิงก์หน้า Bio นะคะ : https://www.thairath.co.th/women/style/solution/2060164 #ฟ้ายงวรี #ท่องเที่ยว #อาบแดด #ความงาม #Fashion #ladymirror #bringoutthebestinyou #เห็นตัวเองในแบบที่อยากเป็น

อากาศร้อนขนาดนี้ ร่างกายจะร้อนขนาดไหน? สาวๆ หลายคนอย่าละเลยความร้อนที่อยู่ภายในร่างกายเด็ดขาดนะคะ เพราะหลายคนอาจเสี่ยงเป็น "โรคฮีทสโตรก" หรือ "โรคลมแดด" ได้แบบไม่รู้ตัว ซึ่งโรคนี้อาจเสี่ยงถึงตายเลยทีเดียว หากเราไม่ใส่ใจที่จะระบายความร้อนออกจากร่างกาย . โดยปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศไว้ว่า ฤดูร้อนของปี 2564 จะเริ่มต้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะช้ากว่าปกติ 1-2 สัปดาห์ และสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าว จะอยู่ช่วงกลางเดือนมีนาคม-เมษายน และจะมีอากาศร้อนจัดในบางช่วง ซึ่งอุณหภูมิจะสูงที่สุดถึง 40-43 องศาเซลเซียสเลยค่ะ . ใครที่จำเป็นต้องออกแดดก็อย่าพกพาอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด อย่าง ร่ม หมวก หรือแว่นกันแดดไปด้วยนะคะ อย่างน้อยก็ช่วยปกป้องผิวและดวงตาได้ค่ะ อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ด้วยการคลิกลิงก์หน้า Bio นะคะ : https://www.thairath.co.th/women/beauty/health/2059733 #อากาศร้อน #ร้อน #แดด #สุขภาพ #MIRROR #ladymirror #bringoutthebestinyou #เห็นตัวเองในแบบที่อยากเป็น