คณะผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานวิจัยแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ประเมินผล โมเดลบริหารจัดการน้ำยั่งยืน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” จ.มหาสารคาม เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรกรรมเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานวิจัยแห่งชาติ ได้นำคณะผู้ทรงวุฒิออกติดตาม ตรวจเยี่ยม และประเมินผลการดำเนินงาน ภายใต้แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ในจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2568 ภารกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านสัตว์เศรษฐกิจ เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรกรรมเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม ตามโครงการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำเพื่อขจัดภัยแล้งและสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตผลทางการเกษตรของชุมชนอย่างยั่งยืน ณ สนามตรงข้ามที่ว่าการอำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม โดยมีนายกองเอกเสนีย์ มะโน รอง ผวจ.มหาสารคาม ประธาน กล่าวต้อนรับ มี ผศ.ทนงศักดิ์ มูลตรี หัวหน้าหน่วยวิจัย ม.มหาสารคาม ร่วมนำเสนอสรุปผลการดำเนินงานในเรื่องน้ำในพื้นที่อย่างเป็นระบบของโครงการที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นความร่วมมือการจัดทำโครงการ
จากนั้นได้ทำการมอบเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดมหาสารคาม เพื่อต่อยอดอาชีพ อย่างชุดโซลาร์เซลล์ สำหรับสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ จำนวน 3 ชุด เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตร เครื่องสาวไหม จำนวน 3 ชุด กี่ทอไหมโลหะช่วยลดการคลาดเคลื่อนลายไหมของลายผ้า จำนวน 3 เครื่อง เครื่องตีเกลียวเส้นไหม เครื่องบดเศษใบไม้ เปลือกมันแกวสำหรับทำปุ๋ยหมัก ผสมดินปลูก
...
ต่อมาคณะได้ทำการตรวจเยี่ยมแปลงต้นแบบโครงการปลูกมันแกว บ้านหัวช้าง ต.กุดรัง อ.กุดรัง จังหวัดมหาสารคาม เป็นการต่อยอดตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ การจัดการน้ำโดยขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำเป็นต้นน้ำและการส่งเสริมการสูบน้ำแบบพลังงานแสงอาทิตย์ และกลางน้ำ การส่งเสริมการผลิตเกษตรปลอดภัยและนำเทคโนโลยีมาเพิ่มผลผลิต ส่วนปลายน้ำก็เป็นการแปรรูปและการตลาด ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างกลุ่มที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ที่มีการนำเทคโนโลยีมาเสริมการทอและการแปรรูปเชื่อมโยงช่องทางการตลาด ในการลงพื้นที่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา และคนในชุมชนให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ กล่าวว่า จากที่ได้ลงมาติดตามโครงการนี้ก็ขอชื่นชมเกษตรกรและผู้ใช้มีโจทย์วิจัยที่ชัดเจน มีผลิตภัณฑ์ที่ออกมาในรูปแบบที่สามารถนำไปให้ผู้ใช้ได้ และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้จริง ๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ได้อย่างดีเยี่ยม