กรมวิชาการเกษตร จับมือ กทม. นำร่องลุยแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภาคเกษตร ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว ช่วยเกษตรกรลดการเผาฟาง และเพิ่มธาตุอาหารในดิน โดยพบว่าจุลินทรีย์สามารถเข้าย่อยสลายตอซังในดินได้ใน 7 วัน
เมื่อเร็วๆนี้ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เข้าร่วมงาน Kick off ขับเคลื่อน “กิจกรรมสาธิตการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อย่อยสลายตอซังฟางข้าว” ซึ่งการลดการเผาตอซังเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในปี 2567 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตั้งเป้าลดการเผาในพื้นที่เกษตรลงร้อยละ 50 กรมวิชาการเกษตรจึงได้ขยายนโยบายดังกล่าว โดยนำร่องร่วมกับกรุงเทพมหานคร ณ แปลงนาสาธิตของกรุงเทพมหานคร แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า การเผาตอซังฟางข้าวก่อให้เกิดปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติของดิน ทำให้ดินแน่นทึบ อัตราการซาบซึมน้ำต่ำ การเผาตอซังทำให้ปริมาณไนโตรเจนที่ผิวดินลดลง ความหลากหลายของจำนวนและชนิดจุลินทรีย์ลดลง การเผาตอซังเป็นการสูญเสียธาตุอาหารที่ควรจะหมุนเวียนลงดินในพื้นที่ปลูกข้าว รวมทั้งการเผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยวเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ ก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อน อีกทั้งการเผาทำให้เกิดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี การไม่เผาตอซังฟางข้าวในเขตกรุงเทพมหานครจะเป็นการลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และเป็นการส่งคืนธาตุอาหาร และอินทรียวัตถุลงสู่ดิน เป็นการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
...
นายระพีภัทร์ กล่าวต่อว่า จากที่กล่าวมาการจัดการตอซังฟางข้าวอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตระหนัก และให้ความสำคัญ กรมวิชาการเกษตร จึงได้จัดทำโครงการวิจัยการขยายผลการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อย่อยสลายตอซังฟางข้าวสำหรับการเตรียมดินในแปลงนาเขตชลประทานในพื้นที่รอบกรุงเทพมหานคร และเขตชลประทานอื่นที่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5 ณ แปลงนาสาธิตของ นายสุรชัย โชติอ่ำ แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มีการสาธิตวิธีการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ กรมวิชาการเกษตร โดยเกษตรกรเดินพ่นหว่านหัวเชื้อจุลินทรีย์ อัตราหัวเชื้อจุลินทรีย์ 1.5 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยยูเรียอัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อย่อยสลายตอซัง และฟางข้าวภายในระยะเวลา 7 วัน
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวอีกว่า สอดรับกับการทดสอบของกรมวิชาการเกษตรที่ใช้โดรนในการพ่นหว่านเชื้อจุลินทรีย์ อัตรา 1.5 กิโลกรัมต่อไร่ในแปลงของเกษตรกร เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร จากการทดสอบพบว่าสามารถย่อยสลายตอซัง และฟางข้าวภายใน 7 วัน โดยเกษตรกรสามารถเตรียมแปลงปลูกข้าวได้ตามปกติ ซึ่งการไม่เผาตอซังไม่กระทบการเจริญเติบโตของข้าว ในขณะที่ยังทำให้ผลผลิตข้าวสูงกว่าการไม่ใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายฯ หากมีการใช้ในระยะยาวจะก่อประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร
...
นายระพีภัทร์ กล่าวด้วยว่า กรมวิชาการเกษตร ได้จัดทำแผนสาธิตการใช้ หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ กรมวิชาการเกษตร ย่อยสลายตอซังฟางข้าว สำหรับเตรียมดินในแปลงนาเขตชลประทานในพื้นที่เขตหนองจอก คลองสามวา และลาดกระบังของกรุงเทพมหานคร และได้ผลิตขยายหัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตรจำนวน 20 ตัน เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าว รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้นำหัวเชื้อจุลินทรีย์ฯ ไปใช้เพื่อร่วมกันลดการเผาฟาง ซึ่งเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภาคการเกษตร และยังสามารถเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเป็นการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยให้เกษตรกรได้อีกด้วย.
...