พารู้จัก “เงาะลิ้นจี่” หรือ “เงาะปูลาซัน” ผลไม้แปลกหากินยากในประเทศไทย ใน 1 ผลให้รสชาติทั้งเงาะและลิ้นจี่ เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพียงปีละครั้ง
วันที่ 22 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้พาไปพบกับ ผลไม้แปลกที่หากินยากในประเทศไทย นั่นก็คือ “เงาะลิ้นจี่” หรือ “เงาะขนสั้น” หรือ “เงาะป่า” เป็นผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายกับเงาะ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศมาเลเซีย เรียกชื่อว่า “ปูลาซัน” และได้มีชาวบ้านนำพันธุ์ของผลไม้ชนิดนี้เข้ามาปลูกในพื้นที่ภาคใต้ แต่ไม่แพร่หลายมากนัก
ทั้งนี้ “เงาะลิ้นจี่” ชื่นชอบน้ำและอากาศชื้น หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงเรียกว่าเงาะลิ้นจี่ เนื่องใน 1 ผล จะให้รสชาติและเนื้อสัมผัสเหมือนการกิน “เงาะ” และ “ลิ้นจี่” ในผลเดียวกัน ซึ่งเงาะลิ้นจี่มีรสชาติไม่หวานแสบคอ และให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น มีเนื้อกรอบ ร่อน เหมือนเงาะ แต่ก็มีความชุ่มฉ่ำน้ำคล้ายลิ้นจี่
เงาะลิ้นจี่ มีลักษณะใบใหญ่กว่าใบของเงาะโรงเรียน แต่มีความคล้ายใบของลองกอง เป็นใบเดียวไม่มีแฉก ดอกจะออกตามปลายกิ่ง ออกดอกเป็นช่อดอกสีขาวนวลคล้ายดอกลำไย ส่วนผลมีลักษณะรีไปจนถึงค่อนข้างกลม มีหนามแข็งหนาแน่นและสั้นปกคลุมทั่วทั้งผล ผลอ่อนจะมีสีเขียว ส่วนผลแก่จะมีสีแดงเข้มอมเหลืองหรือดำ เมล็ดด้านในมีเยื่อหุ้มสีขาว ถ้าผลสมบูรณ์อยู่ประมาณ 9 ถึง 10 ลูกต่อ 1 กิโลกรัม
และยิ่งไปกว่านั้น เงาะลิ้นจี่เมื่อตัดหรือเกี่ยวลงมาจากต้นลูกจะสามารถอยู่ได้นาน โดยที่เงาะลิ้นจี่จะไม่เน่าเสีย แถมจะให้เนื้อมีความชุ่มฉ่ำกว่าเดิมและให้รสชาติของลิ้นจี่มากขึ้นด้วย
ดอกและผลจะออกในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เงาะลิ้นจี่ใช้ระยะเวลาในการปลูก ประมาณ 3 ปี และจะเริ่มมีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวแต่ไม่มากนัก ซึ่งต้นจะโตเต็มที่ในปีที่ 6 ขึ้นไป ผลจะดกและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
ด้าน นางพวง มากพะลัง อายุ 58 ปี เจ้าของต้นเงาะลิ้นจี่ ที่ปลูกแซมในสวนเงาะ เล่าให้ฟังว่า เงาะลิ้นจี่ พื้นเพมาจากมาเลเซีย เป็นเงาะมาจากป่า พ่อขยายพันธุ์มาจากโน้นด้วยการทาบกิ่ง แล้วนำมาปลูกที่สวนประมาณ 10 กว่าต้น เมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว พ่อเคยเอาไปขายที่ตลาดสุไหงโก-ลก และบางส่วนจะเอาไปแจกเขาชิม และได้เข้าเฝ้าไปถวายสมเด็จพระเทพฯ หน้านี้ คือฤดูกาลของเงาะลิ้นจี่ รสชาติเนื้อจะฉ่ำหวานกรอบ เหมือนกับกินเงาะแล้วกินลิ้นจี่ไปด้วย เงาะลิ้นจี่หรือเงาะปูลาซันจะเก็บไว้ได้นาน 2 อาทิตย์ยังอยู่ได้ไม่มีเสีย.