หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมด่วนแก้ราคา “เงาะ” ตกต่ำ เหลือกิโลละ 10-11 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ล่าสุด ได้ข้อสรุป เพิ่มจุดรับซื้อราคานำตลาด พร้อมประสานห้างค้าปลีกค้าส่ง รับซื้อเพิ่ม

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุม อบต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด นายสาคร นิลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด นายปราโมทย์ จันทร์กระจ่าง นายก อบต.สะตอ นายสิงหา สูงสกุล นายก อบต.ประณีต นายวิทวัส สุญญาจาร นายก อบต.เทพนิมิต พาณิชย์จังหวัดตราด เกษตรจังหวัดตราด พร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนเงาะ ร่วมประชุมเร่งด่วนแก้ไขปัญหาราคาเงาะตกต่ำ โดยล่าสุดราคาเงาะอยู่ที่กิโลกรัมละ 10-11 บาท ทำให้เกษตรกรไม่พอใจ เตรียมเทเงาะประท้วงภาครัฐ หลังมาตรฐานการช่วยเหลือล่าช้า

นางวรัญญา ถนอมพันธ์ พาณิชย์จังหวัดตราด ระบุว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ดำเนินมาตรการสนับสนุนและช่วยเหลือผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด เร่งกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และบรรเทาปัญหาผลผลิตกระจุกตัวในช่วงฤดูกาลผลไม้ ภายใต้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการกิจกรรมดังนี้ เปิดจุดรับซื้อเงาะสีทองราคานำตลาด เป้าหมายวันละ 30 ตัน จำนวน 2 จุด ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ 30 พ.ค.-8 มิ.ย.69 จุดที่ 1 สหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรจังหวัดตราด จำกัด จุดที่ 2 สหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงห้าง CPAxtra (Makro Lotus) เข้ามารับซื้อเพิ่มเติมจากการค้าปกติ วันละ 5 ตัน เป้าหมายเบื้องต้น 100 ตัน โดยกรมฯ สนับสนุนตะกร้าขนาดบรรจุ 2-2.5 กก. ให้จำนวน 40,000 ใบ พร้อมประสานผู้ประกอบการ บจ.ไทยเบสต์โปรดักส์โฮลดิ้ง รับซื้อส่งเข้า 7-11 ในลักษณะกล่องพลาสติกขนาด 500 กรัม วันละ 2.5 ตัน (อยู่ระหว่าง CPAll audit โรงคัดบรรจุ)

...


นายสมชาย ไชยแสน กำนันตำบลสะตอ กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำบลสะตอ แต่ส่งผลกระทบครอบคลุมพื้นที่อำเภอเขาสมิงและบ่อไร่ ปัญหาที่รุนแรงคือ ต้นทุนค่าจ้างเก็บเงาะที่สูงถึงกิโลกรัมละ 2-3 บาท ทำให้การขายเงาะในราคาตลาดตกต่ำเพียง 10 บาทต่อกิโลกรัม ไม่เหลือรายได้เพียงพอให้เกษตรกรนำไปหักลบกับต้นทุนค่าปุ๋ยและค่ายาได้ ส่วนมาตรการซื้อนำตลาดกิโลละ 2 บาท ไม่สามารถกระตุ้นกลไกราคาของล้งให้สูงขึ้นตามได้เลย อีกทั้งรับซื้อเพียงวันละ 30 ตัน ก็น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตจริง เนื่องจากเพียงแค่สวนเดียวก็อาจมีผลผลิตสูงถึงเกือบ 10 ตันต่อวันแล้ว โดยปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ผู้รับเหมาและพ่อค้าคนกลางมีพฤติกรรมใช้ช่องว่างทางสัญญาเพื่อจงใจเอารัดเอาเปรียบและกดราคาชาวสวนมาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายตรวจ สนเถ็ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลสะตอ กล่าวถึงปัญหาที่วิกฤตที่สุดในระดับพื้นที่ว่า ผู้รับเหมาที่ตกลงเหมาสวนไปแล้วกลับประวิงเวลาไม่ยอมมาตัดผลผลิตตามกำหนด และยังพยายามขอลดราคาลงจากที่ตกลงกันไว้ สิ่งนี้ส่งผลให้เงาะสุกคาต้นจนมีสีดำ เน่าเสีย และร่วงหล่นเต็มพื้นที่ ซึ่งความต้องการเร่งด่วนของชาวสวนในขณะนี้คือ การเร่งตัดเงาะออกจากต้นเพื่อจะได้ใส่ปุ๋ยและเตรียมต้นสำหรับการผลิตในฤดูกาลหน้า นอกจากนี้ ทางโรงงานรับซื้อจากนครปฐมได้เริ่มปฏิเสธเงาะจากจังหวัดตราด โดยหันไปรับซื้อเงาะจากเชียงใหม่และจันทบุรีแทน เนื่องจากเงาะตราดมีปัญหาลูกใหญ่ เม็ดใหญ่ และเน่าเสียจากการที่ผู้รับเหมาปล่อยทิ้งไว้คาต้นนานเกินไป ประกอบกับมีผู้ค้าบางรายในพื้นที่นำเงาะตกเกรดไปยัดไส้ส่งโรงงานจนทำลายความน่าเชื่อถือของจังหวัด ปัญหาเหล่านี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยต้นทุนค่าน้ำมันที่แพงขึ้นและการปิดชายแดน

นายวิทวัส สุญญาจาร นายก อบต.เทพนิมิต ให้ข้อมูลว่าเฉพาะในเขตพื้นที่ตำบลเทพนิมิตเพียงแห่งเดียว มีปริมาณผลผลิตเงาะสีทองออกสู่ตลาดสูงถึงวันละ 50-60 ตัน มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐที่มีจุดรับซื้อเพียง 2 แห่งนั้น อาจเป็นวิธีที่ทำให้หน่วยงานรัฐทำงานได้ง่าย แต่กลับสร้างความลำบากให้แก่ชาวบ้านในการเข้าถึงอย่างมาก ปัญหาหลักที่พบคือ ล้งรับซื้อที่เข้าร่วมโครงการมักจะสงวนสิทธิพิเศษ หรือแจกตะกร้าให้กับสวนที่เป็นคู่ค้าประจำของตนเองก่อน ทำให้ชาวสวนรายย่อยทั่วไปไม่สามารถนำผลผลิตไปขายเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากมาตรการนำตลาดได้ จึงขอเสนอให้หน่วยงานภาครัฐปรับปรุงรูปแบบการดำเนินโครงการ เพื่อให้การกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและทำให้ชาวบ้านเข้าถึงประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

ขณะที่ นายสิงหา สูงสกุล นายก อบต.ประณีต กล่าวว่าปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนเงาะและมังคุดที่เกิดขึ้นซ้ำซากจนนำไปสู่การประท้วงหลายครั้งในจังหวัดตราด โดยได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขในระยะยาวให้หน่วยงานภาครัฐ เช่น พาณิชย์และหน่วยงานด้านการเกษตร บูรณาการข้อมูลและลงทะเบียนพื้นที่เพาะปลูกร่วมกันตั้งแต่ช่วงต้นปี เพื่อให้ทราบข้อมูลเชิงลึกว่าในแต่ละตำบลมีพื้นที่ปลูกผลไม้กี่ร้อยไร่ นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้ภาครัฐพิจารณากำหนดมาตรการประกันราคาขั้นต่ำที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดได้และเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เนื่องจากการรักษาเสถียรภาพทางการเกษตรถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง

ส่วนนายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด ได้เสนอให้แบ่งการแก้ไขปัญหาออกเป็นสองส่วนหลักอย่างชัดเจน ในส่วนของระยะเร่งด่วนสำหรับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ต้องยอมรับว่า มาตรการรับซื้อนำตลาดของรัฐยังไม่สามารถลงลึกถึงเกษตรกรทุกคนได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากจุดรับซื้อมีเพียง 2 แห่งและโควตารับซื้อต่อวันอยู่ที่ 30 ตัน จึงฝากให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาเพิ่มโควตาและกระจายจุดรับซื้อไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ตำบลสะตอ เทพนิมิต และประณีต ส่วนในระยะยาว ฝากให้พาณิชย์จังหวัดและเกษตรจังหวัดจัดทำตัวเลขประเมินล่วงหน้าเพื่อเตรียมแผนกระจายสินค้าในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก

...