รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าผลักดันทุเรียนเชียงรายคุณภาพสู่ตลาดมูลค่าสูง เจาะตลาดออนไลน์-ต่างประเทศเพิ่มรายได้เกษตรกร หลังผลผลิตเริ่มออกแพร่หลาย

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการพัฒนาสวนทุเรียนมูลค่าสูง ณ สวนโรจนรัตน์ ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ว่า จ.เชียงรายถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ศักยภาพของการผลิตผลไม้เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยเฉพาะทุเรียนเชียงราย ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับความสนใจจากตลาด ทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพผลผลิต การบริหารจัดการสวนอย่างเหมาะสม ตลอดจนการสร้างช่องทางตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม 

ทั้งนี้ ได้รับฟังแนวทางการบริหารจัดการสวนทุเรียนแบบกางแขน ซึ่งเป็นรูปแบบการปลูกที่เหมาะกับพื้นที่จำกัด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อไร่และสามารถบริหารจัดการได้ด้วยแรงงานในครัวเรือน พร้อมติดตามสถานการณ์การผลิตทุเรียนของ จ.เชียงราย ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกรวม 3,969 ไร่ และมีพื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว 1,835 ไร่ คาดการณ์ผลผลิตรวมปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 801 ตัน หรือเฉลี่ย 437 กิโลกรัมต่อไร่

"วันนี้ ได้เห็นตัวอย่างการทำสวนทุเรียนของเกษตรกรเชียงรายที่น่าสนใจมาก ใช้พื้นที่ไม่มาก แต่บริหารจัดการได้ดีและสร้างรายได้จริง ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตรได้ ขณะเดียวกันเรื่องมาตรฐาน GAP ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาด ทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมช่วยสนับสนุนต่อ ทั้งเรื่องพัฒนาคุณภาพผลผลิต การทำตลาดออนไลน์ การไลฟ์ขายสินค้า รวมถึงการผลักดันตลาดส่งออก เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีช่องทางขายที่หลากหลายขึ้น และมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น" นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวและว่า

...


สำหรับสวนโรจนรัตน์นั้น เดิมเป็นพื้นที่ปลูกมะขาม ลำไยและลองกอง ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นสวนทุเรียนเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยใช้ระบบปลูกแบบกางแขนช่วยเพิ่มจำนวนต้นต่อพื้นที่และเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันสามารถสร้างผลผลิตได้ประมาณ 2 ตันต่อปี สร้างรายได้รวมกว่า 240,000 บาท และยังพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรและผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวอีกว่า จ.เชียงรายมีแนวโน้มการปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านราคาที่อยู่ในระดับสูง เกษตรกรหลายพื้นที่เริ่มปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกลิ้นจี่และลำไยมาสู่การปลูกทุเรียนมากขึ้น โดยสายพันธุ์หลักที่ได้รับความนิยม ได้แก่ หมอนทอง พวงมณี และมูซังคิง ซึ่งตลาดยังมีความต้องการสูง ขณะที่ผลผลิตส่วนใหญ่ของจังหวัดจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย.ของทุกปี โอกาสนี้ ได้ชมการนำเสนอผลการตรวจรับรองมาตรฐาน GAP ทุเรียนเชียงราย โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย พร้อมมอบใบรับรองมาตรฐาน GAP ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน จำนวน 3 ราย รวมถึงมอบปัจจัยการผลิต ได้แก่ น้ำหมักชีวภาพ พด.2 และ พด.7 จำนวน 50 ชุด เพื่อสนับสนุนการผลิตทุเรียนคุณภาพและส่งเสริมการทำเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการพัฒนาคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิตและการขยายช่องทางตลาด เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ สร้างความมั่นคงและเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถต่อยอดอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตได้มากขึ้น