หน่วยงานเกี่ยวข้อง จ่อรับมือ "ทุเรียน" บิ๊กลอต รุ่น 2 ผลผลิตกว่า 300,000 ตัน สุ่มตรวจล้ง ป้องกันปะปนทุเรียนตกไซส์ ขณะที่เครือข่ายสหกรณ์ฯ เปิดจุดรับซื้อทุเรียนร่วงที่ยังมีคุณภาพ นำไปแปรรูป ช่วยเกษตรกรอีกทาง

วันที่ 6 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน จ.จันทบุรี เตรียมรับมือผลผลิตทุเรียนรุ่นที่ 2 ซึ่งกำลังจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเน้นย้ำการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ควบคู่การเฝ้าระวังผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ในช่วงมรสุม

โดยตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (5 พ.ค.69) นายชณาดลย์ สัตธณภัทร ผอ.สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) พร้อมด้วยเกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สกัดกั้นการเคลื่อนย้ายทุเรียนด้อยคุณภาพ หรือทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด ตามเส้นทางหลักสายต่างๆ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากลมพายุระลอกสอง ทุเรียนใกล้จะเก็บเกี่ยวถูกลมพายุซัดร่วงหล่นเสียหายหลายพื้นที่รวมกว่า 100 ตัน


นายชณาดลย์ สัตธณภัทร ผอ.สวพ.6 เปิดเผยว่า ทุเรียนที่ร่วงจากพายุ หรือทุเรียนลม หลุดรอดออกไปในตลาด จะเป็นการทำลายชื่อเสียงและความเชื่อมั่น การสกัดกั้นไม่ใช่แค่การตรวจ แต่คือการติดตามข้อมูลถึงปลายทาง เพื่อให้มั่นใจว่าทุเรียนเหล่านี้ จะตัดออกจากวงจรตลาดอย่างสิ้นเชิง จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถบรรทุกหลายสิบคัน มีการทยอยขนทุเรียนออกจากพื้นที่ประสบภัย อ.เขาคิชฌกูฏ และ อ.ท่าใหม่ เจ้าหน้าที่ได้บันทึกประวัติและตรวจสอบเอกสารปลายทาง สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทุเรียนเริ่มเข้าสี (85%) อนุญาตให้เคลื่อนย้ายไปยังโรงงานแปรรูป ห้องเย็น เพื่อทำไอศกรีม และกลุ่มทุเรียนอ่อน ไม่เข้าสี (15%) คัดแยกออกจากระบบการค้า เพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักในชุมชน ทำสัญลักษณ์ห้ามมีการจำหน่ายโดยเด็ดขาด

...

ขณะเดียวกัน ชุดเฉพาะกิจได้สุ่มตรวจสอบตามล้ง (โรงคัดบรรจุ) และแผงค้าปลีกทั่วจังหวัด เพื่อป้องกันการนำทุเรียนร่วงมาปะปนกับทุเรียนคุณภาพที่เตรียมส่งออก ขณะที่ความเดือดร้อนของชาวสวน ได้มีการประสานเครือข่ายสหกรณ์เปิดจุดรับซื้อทุเรียนร่วงที่ยังมีคุณภาพ เพื่อนำไปแปรรูป เป็นการช่วยเหลือด้านรายได้ควบคู่ไปกับการรักษาภาพลักษณ์ทุเรียนเมืองจันทบุรี


ส่วนทุเรียนรุ่นที่ 2 ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพฤษภาคม นางสาวปาจรีย์ แน่นหนา เกษตรและสหกรณ์ จ.จันทบุรี นางสาวจารุวรรณ ทองใบ เกษตรจังหวัด นายกิตติเกษม นิ่มสะอาด ผู้อำนวยการกองควบคุมมาตรฐาน (กค.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) รวมไปถึง นายชณาดลย์ สัตธณภัทร ผอ.สวพ.6 เตรียมรับมือผลผลิตทุเรียนในรุ่นหลัง ที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณสูงถึง 318,191 ตัน คิดเป็นร้อยละ 49.26 ของผลผลิตทั้งหมดในฤดูกาล ซึ่งถือเป็นช่วงพีคสุดของการผลิตทุเรียนปีนี้ ท่ามกลางความเสี่ยงจากพายุฤดูร้อน ที่จะส่งผลกระทบเกิดความเสียหายต่อสวนทุเรียน และคุณภาพที่จะออกสู่ตลาด

ในด้านสถานการณ์ราคาซื้อขาย เฉลี่ยทุเรียนเกรด AB ปัจจุบัน พบว่า หมอนทองอยู่ที่ 125–135 บาทต่อกิโลกรัม,  กระดุม 55–65 บาทต่อกิโลกรัม, ชะนี 70–90 บาทต่อกิโลกรัม และพวงมณี 60–80 บาทต่อกิโลกรัม เปรียบเทียบราคาผลผลิตทุเรียนปีนี้กับปีที่แล้ว พบว่า ภาพรวมราคายังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ในบางช่วงราคาจะยังทรงตัวได้ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันในตลาดส่งออก โดยเฉพาะจากประเทศคู่แข่ง ส่งผลให้ราคาผลผลิตโดยรวมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า


ส่วนทุเรียนตกไซส์ หรือซุปเปอร์จิ๋ว ที่ในรุ่นแรกมีผลผลิตจำนวนมาก มีการระบายออกจากพื้นที่ให้คนไทยได้ช่วยกันบริโภคในประเทศ และให้เป็นที่รู้จักเพื่อเปิดตลาดปลายทางให้มากขึ้น แทนการส่งออกไปประเทศกัมพูชาที่อยู่ระหว่างการปิดด่าน และผลผลิตในรุ่นที่ 2 ยังจำเป็นต้องมีการระบายให้กับผู้บริโภคปลายทางในประเทศ ขณะที่ช่องทางอีคอมเมิร์ซ การขายออนไลน์ทุเรียนตกไซส์ หรือซุปเปอร์จิ๋ว โดยอินฟลูฯ หรือพ่อค้า-แม่ค้า ที่มีชื่อเสียง น่าจะยังเป็นคำตอบและทางออกท่ามกลางกระแสดราม่าที่ผ่านมา ถึงทุเรียนลูกละร้อย ซึ่งการไลฟ์ขายทุเรียนเกรดส่งออก หรือพรีเมียม จะทำราคามีกำไรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยคุ้มค่าเหนื่อย แต่หลังจากนี้ จะทำยังไงหากรัฐบาลไม่ช่วยเรื่องผลผลิตตกไซส์ แม้ที่ผ่านมาจะส่งเสริมให้ชาวสวนทำการขายออนไลน์ ได้จากหน้าสวนของตนเองเลยก็ตาม

...