กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมการปลูกดอกมะลิ โดยเป็นพืชสร้างรายได้เก็บขายได้ตลอดทั้งปี แนะนำให้ตัดแต่งทรงพุ่มต้นให้โปร่ง ลดการเกิดโรคและแมลง รวมทั้งวางระบบน้ำหยด ที่จะช่วยให้ได้น้ำสม่ำเสมอไม่มากเกินไป รวมถึงให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ขณะที่ ถ้าเก็บดอกขายทันช่วงวันแม่ จะสร้างรายได้มากเป็นเท่าตัว
เมื่อเข้าสู่ช่วงสิงหาคมเป็นช่วงเทศกาลวันแม่ ที่ผู้คนต่างนึกถึงดอกมะลิ ดอกไม้ประจำวันแม่ ตัวแทนของความรักและความกตัญญู เนื่องจากดอกมะลิ ถือเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความกตัญญู และความปรารถนาดี นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสทองของเกษตรกรชาวสวนมะลิที่ขายได้ราคาดี
นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกดอกมะลิในประเทศ ประมาณ 2,200 ไร่ แหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม นครสวรรค์ พิจิตร ปทุมธานี และจังหวัดสมุทรสาครมีปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 850-1,100 กิโลกรัม/ไร่ ราคาขายในปี 2566/67 ช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนกรกฎาคม และเดือนกันยายน-เดือนตุลาคม เฉลี่ยอยู่ที่ 250-700 บาท/กิโลกรัม และราคาขายมีการปรับตัวสูงขึ้นในเดือนสิงหาคม และระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ยอยู่ที่ 700-1,500 บาท/กิโลกรัม
...
สำหรับสายพันธุ์มะลิที่นิยมปลูกเป็นการค้ามะลิที่นิยมปลูกเพื่อใช้สำหรับเป็นการค้าโดยส่วนใหญ่ ได้แก่ มะลิลา ซึ่งมะลิลา จะมี 3 สายพันธุ์ที่เป็นพันธุ์ส่งเสริม ได้แก่
พันธุ์เเม่กลอง มีลักษณะทรงพุ่มใหญ่ หนาเเละแน่นทึบ เจริญเติบโตเร็ว ดอกใหญ่กลมและมีช่อดอก 1 ชุด ชุดละ 3 ดอก
พันธุ์ราษฎ์บูรณะ ลักษณะทรงพุ่มเล็กกว่าพันธุ์แม่กลองเเละค่อนข้างทึบ ใบเล็กกว่า ดอกเล็กเรียวเเหลมเเละมีช่อดอก 1-2 ชุด ชุดละ 3 ดอกเเละให้ผลผลิตค่อนข้างสม่ำเสมอ
พันธุ์ชุมพร มีลักษณะคล้ายพันธุ์ราษฎร์บูรณะ เเต่ทรงพุ่มโปร่งกว่าเล็กน้อย ใบคล้ายพันธุ์ราษฎร์บูรณะเเต่เรียวกว่า สี มีดอกมากกว่า 2 ชุด ชุดละ 3 ดอก เเละให้ผลผลิตปริมาณมากแต่ไม่สม่ำเสมอ
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวต่อว่า ทางกรมฯ เล็งเห็นความสำคัญของดอกมะลิ ที่มีเป็นดอกไม้แห่งคุณค่า เพื่อสร้างโอกาสด้านรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกดอกมะลิ จึงได้ส่งเสริมเกษตรกรสามารถปลูกมะลิให้เก็บขายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งเกษตรกรควรมีการวางผังแปลง และการเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสม การตัดเเต่งกิ่งหลังจากเก็บเกี่ยว ซึ่งโดยส่วนมากหลังจากปลูกมะลิเป็นเวลานาน มะลิจะเเตกกิ่งก้านสาขามากมาย ควรตัดเเต่งทรงพุ่มให้โปร่ง รวมทั้งตัดแต่งกิ่ง จะช่วยให้มะลิมีทรงพุ่มที่สวยงาม โรคเเละเเมลงลดน้อยลง ต้นมะลิมีอายุยืนยาวขึ้น และทำให้เกษตรมีความสะดวกง่ายต่อการปฏิบัติงาน
นายพีรพันธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรในการใช้ระบบน้ำหยด เนื่องจากมะลิเป็นพืชที่ต้องการน้ำพอสมควร จึงควรให้ต้นมะลิได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรให้น้ำมากเกินไป ทั้งนี้การให้น้ำขึ้นอยู่กับสภาพของดิน การให้น้ำโดยระบบน้ำหยด เป็นวิธีการที่เหมาะสมต่อการให้น้ำในต้นมะลิเนื่องจากเป็นระบบที่สามารถให้น้ำมะลิได้อย่างสม่ำเสมอ และเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำไม่มาก
...
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการให้ปุ๋ยต้นดอกมะลิว่า การให้ปุ๋ยบำรุง เกษตกรยังสามารถติดตั้งระบบการให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำ สำหรับวิธีการให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ลดการใช้เเรงงานคน โดยสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมต่อต้นมะลิ คือ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือปุ๋ยสูตร 16-16-16 ซึ่งอัตราการใส่ปุ๋ยขึ้นอยู่กับความกว้างของทรงพุ่ม โดยใส่ปุ๋ย รวมถึงการฉีดพ่นบิ๊กทางใบ อัตรา 2 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นทางใบทุก 7-10 วัน เพื่อช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต ทำให้ต้น ใบ ดอก สมบูรณ์ เเละส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพืชทำให้พืชทนต่อสภาวะเเวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น อากาศร้อนจัดทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ ในปี 2568 กรมส่งเสริมการเกษตรมีการกำหนดแนวทางการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพดอกมะลิ พร้อมพัฒนาและส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตมะลิให้ได้คุณภาพ ปริมาณตรงตามความต้องการของตลาดสอดคล้องกับนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
...