ร.อ.ธรรมนัส สั่งกรมวิชาการเกษตรเร่งรณรงค์ป้องกันปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนตลอด Supply Chain ตั้งแต่สวนจนคัดบรรจุใส่ตู้คอนเทนเนอร์ ขณะที่ทูตเกษตร ยัน ความต้องการทุเรียนไทยในตลาดจีนยังสูงอย่างต่อเนื่อง 

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนในพื้นที่ภาคใต้ในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์คุณภาพทุเรียนไทย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร รณรงค์ยกระดับมาตรการในการกำจัดและป้องกัน หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ตลอด Supply Chain ตั้งแต่การผลิตจากสวนของเกษตรกร การเก็บเกี่ยว คัดบรรจุ และการตรวจสอบเพื่อรับรองสุขอนามัยพืช พร้อมกำชับให้กรมวิชาการเกษตรเร่งขยายผลจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม จัดการสวนตามแนวทางการทำการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่กำหนด ได้ผลผลิตสูง คุ้มค่าการลงทุน และกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 27 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ นายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดงานคิกออฟกิจกรรมรณรงค์ป้องกันปัญหาหนอนเจาะทุเรียนจังหวัดชายแดนใต้ ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดยะลา โดยกรมวิชาการเกษตรได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ หน่วยงานระดับจังหวัด หน่วยงานในพื้นที่ ขยายผลเพื่อให้เกิดการควบคุมกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้ 

...

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า นอกจากนี้ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา และด่านตรวจพืชในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการมาตรการกรอง 4 ชั้น อย่างเคร่งครัด ในพื้นที่เสี่ยงการระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน โดยเน้นย้ำการป้องกันมากกว่าการแก้ปัญหา เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตลาด และภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของทุเรียนประเทศไทย สำหรับมาตรการการผลิตทุเรียนคุณภาพของจังหวัดยะลาประกอบด้วยแนวทางการดำเนินงาน 5 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ร่วมจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ จดหมายข่าว ให้กับผู้นำชุมชน กลุ่มเกษตรกร ในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดยะลา เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน จะส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของทุเรียนไทย โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลาได้ดำเนินการจัดทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์การป้องกันกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน การเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพ 

ขั้นตอนที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ให้เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตทุเรียน วิธีการป้องกันกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ทั้งแบบวิธีผสมผสาน และการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกต้องให้กับกลุ่มเกษตรกร วิธีการเก็บเกี่ยวทุเรียนในระยะที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 3 การจัดทำแปลงต้นแบบในการใช้วิธีการจัดการหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนโดยวิธีผสมผสานให้แพร่หลายมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และต้นแบบให้เกษตรกรในชุมชนนั้นๆ

ขั้นตอนที่ 4 ทดสอบนวัตกรรมการจัดการหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนโดยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ที่เหมาะสม ในพื้นที่ทุเรียนต้นสูง โดยมีการทดสอบทางกายภาพของอากาศยานไร้คนขับในทุเรียนต้นสูง ทดสอบประสิทธิภาพการพ่นสารด้วยอากาศยานไร้คนขับ เพื่อให้ได้วิธีการกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่เหมาะสมกับภูมิศาสตร์ และพฤติกรรมของเกษตรกรจังหวัดยะลา

ขั้นตอนที่ 5 ขยายผลนวัตกรรมการป้องกันและกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน และการติดตามผลการดำเนินงานแปลงต้นแบบและแปลงขยายผล

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีทุเรียนสดที่ถูกตีกลับอาจจะทำให้ขาดความเชื่อมั่น จนอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกทุเรียนไทยไปจีน ดังนั้น กรมวิชาการเกษตร จำเป็นต้องใช้กลไกภายใต้ข้อตกลงในพิธีสารการส่งออกผลไม้ ไทย-จีน และประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืช พ.ศ. 2563 เพื่อตรวจสอบย้อนกลับ หากฝ่าฝืน กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการพักใช้ ยกเลิก เพิกถอนใบ GAP ใบ DOA ตามระดับความร้ายแรงของการกระทำความผิด

...

นายระพีภัทร์ กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตร ทั้ง สวพ.7 และ สวพ. 8 นายด่านตรวจพืช และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบคุณภาพทุเรียนตามพิธีสารการส่งออกทุเรียนไทยไปจีน ไม่ให้มีศัตรูพืชกักกัน เช่น เพลี้ยแป้ง หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ติดไปกับผลทุเรียนส่งออกอย่างเด็ดขาด โดยกรมวิชาการเกษตรจะเป็นผู้ตรวจก่อนปิดตู้ทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามทูตเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว ยังยืนยันความต้องการทุเรียนไทยคุณภาพภายในจีนยังสูงอยู่ 

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวด้วยว่า การแพร่ระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เป็นประเด็นที่เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจทางการเกษตร จำเป็นต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหา และกำหนดมาตรการให้รอบคอบและรัดกุม ทั้งในมิติของการส่งออก และการช่วยเหลือเกษตรกรที่อาจมีผลกระทบ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทุเรียนที่ได้รับการรับรอง GAP และสามารถส่งออกไปจีนแล้ว จำนวน 633,771.86 ไร่ 73,237 แปลง เกษตรกร จำนวน 66,054 ราย มีปริมาณการส่งออกที่ขอใบรับรองสุขอนามัยพืชแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 ถึงปัจจุบัน จำนวน 40,408 ชิปเมนต์ 638,428.64 ตัน รวมมูลค่า 84,833.52 ล้านบาท.

...