อ.ครบุรี ชวนคอทุเรียนร่วมเปิดฤดูกาลทุเรียน ในงาน "ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช @ครบุรี" ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย.2567 โดยไม่สนผลกระทบภัยแล้ง ทำทุเรียนหายาก ผู้จัดขนทุเรียนครบุรีแท้ๆ จากสวนมาขายให้ถึงที่ แบบจุใจ 150 ตัน เริ่มต้น กก.ละ 150 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2567 ที่สวนทุเรียนสอนสวัสดิ์ ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี พร้อมด้วย นายอุทัย หนูวุ่น เกษตรอำเภอครบุรี นายสุชชัพ ชีระชลสุข ส.อบจ.นครราชสีมา อำเภอครบุรี เขต 2 นายอนันต์ ช่องป่า ประธานชมรมผู้ปลูกทุเรียนอำเภอครบุรี ร่วมกันแถลงการเตรียมจัดงาน “ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช @ครบุรี” ครั้งที่ 2 โดยงานนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่างทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ที่ทำการปกครองอำเภอครบุรี สำนักงานเกษตรอำเภอครบุรี ชมรมผู้ปลูกทุเรียนอำเภอครบุรี ในระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย.67 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา
...
การจัดงานทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช @ครบุรี” ครั้งที่ 2 เพื่อเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของอำเภอ โดยเฉพาะผลไม้ที่กำลังเป็นพืชทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมและกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการเกษตร รวมถึงการท่องเที่ยวของอำเภอครบุรี และจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนชาวอำเภอครบุรีให้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต
ภายในงานจะจัดให้มีกิจกรรม อาทิ การประกวดผลผลิตทุเรียนคุณภาพ การประมูลผลทุเรียน การจำหน่ายผลผลิต และผลิตภัณฑ์ของเกษตรกร ตลอดจนการแสดงบนเวทีตลอดงาน นอกจากนี้ยังมีการระดมทุเรียนครบุรีแท้ๆจากสวนมาวางจำหน่ายในงานกว่า 150 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 150 บาทเป็นต้นไป เพื่อโชว์คุณภาพให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองอีกด้วย ซึ่งจะเริ่มมีการวางจำหน่าย ที่สนามที่ว่าการอำเภอครบุรีตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.67 เป็นต้นไป
นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี กล่าวว่า อำเภอครบุรี มีพื้นที่รวมทั้งหมด 1,748 ตารางกิโลเมตร หรือ.1,150,000 ไร่ มีป่าไม้ที่สำคัญอย่างอุทยานแห่งชาติทับลานและป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี ที่เป็นแหล่งต้นน้ำของเขื่อนลำแชะ และเขื่อนมูลบน ซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำมูล ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเพาะปลูกพืชไร่ อาทิ มันสำปะหลัง 180,000 ไร่ อ้อยโรงงาน 3,700 ไร่ และนาข้าว 69,000 ไร่ ปัจจุบันเกษตรกรได้เริ่มปรับเปลี่ยนหันมาปลูกไม้ผลกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากหลายพื้นที่มีดิน น้ำ และสภาพอากาศที่เหมาะสม
...
นายอำเภอครบุรี กล่าวต่อว่า ล่าสุดมีเกษตรกรหันมาเพาะปลูกไม้ผลแล้วรวมกว่า 6,000 ไร่ โดยเฉพาะทุเรียนที่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากทุเรียนครบุรี มีเอกลักษณ์พิเศษ เปลือกบาง เนื้อแน่น กลิ่นไม่ฉุน รสชาติดี จึงได้กระแสตอบรับจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางอำเภอจึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางภาครัฐและเอกชน จัดงาน “ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช @ครบุรี” ขึ้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์ให้ทุเรียนครบุรี เป็นที่รู้จักแพร่หลายเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางด้านการตลาดให้แก่เกษตรกร เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ผลิต ได้มีโอกาสพบปะซื้อขายกันโดยตรง เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค อันจะนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับสินค้าการเกษตรอย่างอื่นเพิ่มเติมต่อไปในอนาคตด้วย
ด้าน นายสุชชัพ ชีระชลสุข สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอครบุรี เขต 2 เปิดเผยว่า พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการทำการเกษตรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพืชไร่ ที่มีผลผลิตสำคัญอย่างมันสำปะหลัง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของการเพาะปลูกมันสำปะหลัง รวมถึง อ้อย ข้าวโพด และนาข้าว ที่สร้างเม็ดเงินเข้าสู่จังหวัดและประเทศอย่างมหาศาลทุกปี และด้วยศักยภาพรวมถึงยกระดับในการพัฒนาเทคนิคด้านการเกษตร ที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานราชการและภาคส่วนต่างๆ ยังทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดจนนำมาสู่การปลูกไม้ผล โดยเฉพาะทุเรียน ที่กำลังประสบความสำเร็จ เดินหน้าต่อเนื่องไปได้ด้วยดี จนทำให้เกษตรกรมีทางเลือกในการเพาะปลูกและทำรายได้เพิ่มมากขึ้น ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและต้องการที่จะส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาของเกษตรกรให้เดินหน้าอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต จึงพร้อมที่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือในทุกด้าน อาทิ การส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เป็นต้น
...
ส่วน นายอุทัย หนูวุ่น เกษตรอำเภอครบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ เกษตรกรในพื้นที่อำเภอครบุรี มีการเพาะปลูกทุเรียนไปแล้วจำนวน 213 ราย รวมเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ ล่าสุดให้ผลผลิตแล้วประมาณ 2,000 ไร่ สามารถให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 750-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ สร้างเม็ดเงินเข้าสู่พื้นที่ปีละไม่ต่ำกว่า 220 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาทางสำนักงานเกษตรอำเภอครบุรี ได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมเกษตรกรในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเพิ่มศักยภาพการผลิต การสร้างมาตรฐาน คุณภาพและองค์ความรู้ด้านการผลิต ส่งเสริมการตลาด การสร้างการรวมกลุ่ม และเครือข่ายการตลาดทุเรียนต้นน้ำมูล ตลอดจนการพัฒนามาตรฐานเพื่อการส่งออก
...
เกษตรอำเภอครบุรี กล่าวด้วยว่า ในปีนี้แม้ว่าการคาดการณ์ผลผลิตในพื้นที่อาจจะลดลงเกือบ 40% เนื่องจากผลกระทบจากภัยแล้งและสภาพอากาศที่ร้อนจัด แต่ทางอำเภอก็ยังคงจัดงานในครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างมาตรฐานและวางแผนการประชาสัมพันธ์การตลาดให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และแนวทางส่งเสริมต่อเนื่องในอนาคต จะมีการร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนขอการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) การบริหารจัดการกลุ่มให้เข้มแข็ง การสร้างองค์ความรู้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างเป็นระบบเพื่อสร้างมาตรฐาน และยกระดับทุเรียนครบุรีให้มีมูลค่ามากยิ่งขึ้นด้วย.