ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. อุทัยธานีเจอกับภัยแล้งรุนแรงเป็นประจำทุกปี ทำให้ช่วงเวลานี้ชาวนาหลายพื้นที่ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ยึดอาชีพเฉาะลอนตาล และทำน้ำตาลสดขายริมทาง สร้างรายได้วันละกว่า 2 พันบาท

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า จังหวัดอุทัยธานี ต้องเจอกับสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงเหมือนเช่นทุกปี ทำให้ชาวนาไม่มีน้ำทำนาปรังส่วนใหญ่ต้องหยุดทำนากัน ต้องหันมาประกอบอาชีพอื่นแทนการทำนาชั่วคราว อย่างอาชีพเฉาะลอนตาลและทำตาลสดขาย สร้างรายได้กันหลายราย โดยชาวนาในตำบลบ้านเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งพื้นที่ในตำบลนี้มีต้นตาลมากที่สุดในจังหวัดอุทัยธานี และยึดอาชีพเฉาะลอนตาล และทำน้ำตาลสดขายในช่วงหน้าแล้ง

...

นางบังเอิญ ธุสินธุ์ อายุ 62 เกษตรกรชาวนา ตำบลบ้านเก่า อำเภอหนองฉาง ที่ประสบภัยแล้งเป็นประจำในทุกปีในช่วงนี้ กล่าวว่า ภัยแล้งปีนี้รุนแรงมากเหมือนเช่นทุกปี และจนถึงขณะนี้ฝนยังไม่ตกทำให้ไม่สามารถลงมือทำนาได้ และไม่สามารถทำนาได้อย่างสิ้นเชิงทำให้ช่วงนี้ไม่มีรายได้ จึงต้องยึดอาชีพเฉาะลอนตาล และทำน้ำตาลสด ปลูกเพลิงขายริมทางถนนสายหนองฉาง-ทัพทัน บริเวณบ้านเนินสาธารณ์ ตำบลบ้านเก่า อำเภอหนองฉาง  

ชาวนาตำบลบ้านเก่า กล่าวต่อว่า สำหรับต้นตาลจะมีของตนเองเป็นบางส่วน และหาซื้อลูกตาลจากชาวบ้านแบบเหมาต้น ต้นละ 100 บาท แต่ต้องจ้างแรงงานขึ้นครั้งละ 150 บาท ต่อต้น ส่วนหนึ่งทำน้ำตาลสดบนต้น และอีกส่วนหนึ่งนำลูกตาลมาเฉาะเป็นลอนบรรจุใส่ถุงขายถุงละ 70 บาท ซึ่งจะแพงกว่าปีที่ผ่านๆ เกือบครึ่ง ส่วนน้ำตาลสดจะบรรจุขวดพลาสติกขวดละ 35 บาท แพงกว่าปีที่ผ่านๆ มาขวดละ 5 บาท แต่ถ้าหากลูกค้าซื้อ 3 ขวดจะขาย 3 ขวด 100 บาท สาเหตุที่แพงขึ้นเพราะปีนี้ตาลออกน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะลอนตาลเฉาะจะขายดีมาก ลูกค้าจะนำไปเชื่อมรับประทานกับน้ำแข็งช่วงอากาศร้อน

...

นางบังเอิญ กล่าวด้วยว่า เช่นเดียวกับน้ำตาลสดถ้านำไปแช่เย็นเวลาดื่มไปแล้วจะชื่นใจ เพราะเป็นน้ำตาลสดแท้ๆ ไม่ผสมน้ำตาลจะให้ความหวานไม่มาก บางช่วงที่เป็นช่วงที่รถวิ่งผ่านมากๆ ลูกค้าจะจอดรถริมทางแล้วลงมาซื้อ ถึงกับต้องมาเข้าคิวรอซื้อกัน เพราะเฉาะลอนตาลไม่ทัน เพราะจะเฉาะกันใหม่ๆ สดๆ ให้เห็น โดยจะเฉลี่ยมีรายได้วันละ กว่า 2,000 บาท นับว่าเป็นรายได้ที่ดีช่วงว่างเว้นจากการทำนา โดยจะมาเฉาะลอนตาลและตั้งร้านขายตั้งแต่ 09.00-15.00 น.