ชาวสวนจันท์ ปลูกทุเรียนโอวฉี่ สายพันธุ์อินโดฯ ชูเติบโตได้ดีเหมาะกับพื้นที่สูงเสี่ยงภัยแล้งใน อ.สอยดาว ผลผลิตออกมาแล้ว กลายเป็นทุเรียนต้นฤดู ขายได้ราคา กก.ละ 500 บาท ตอบโจทย์แนวคิดทำน้อยได้มาก

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 นายธนิสร กำธรกิจตระกูล หรือ เฮียหมา อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านไร่ธนิสร ใช้พื้นที่เป็นเนินสูง และระบบชลประทานมีอย่างจำกัด มาปลูกทุเรียนสายพันธุ์ โอวฉี่ หรือ ทุเรียนหนามดำ เพราะเชื่อว่าคุณภาพ ที่โดดเด่นจะช่วยให้แนวคิดทำน้อยได้มาก ช่วยให้การทำทุเรียนประสบความสำเร็จ

นายธนิสร เจ้าของสวนทุเรียน กล่าวว่า ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่า ตัดสินใจไม่ผิด ที่เลือกพื้นที่ 200 ไร่ ใน ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ปลูกทุเรียนโอวฉี่ จำนวน 4 พันต้น ผลผลิตที่ได้มาทั้ง 3 รุ่น มีความต้องการต่อเนื่อง จนไม่พอขาย สร้างรายได้คุ้มค่า เมื่อเทียบกับการปลูกทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆ เพระจุดเด่นของโอวฉี่ คือใช้เวลาสั้น เพียง 105 วัน กลายเป็นทุเรียนต้นฤดู อีกทั้งต้นพันธุ์ก็ทนทานต่อโรคพืช การดูแลรักษา ไม่ต่างจากทุเรียนสายพันธุ์ทั่วไป

...

เจ้าของสวนทุเรียน กล่าวต่อว่า ในเรื่องคุณภาพ การันตีจากลูกค้าทั้งไทยและจีน สั่งจองล่วงหน้าทุกออเดอร์เต็มจำนวน นิยมนำไปเป็นของฝากของขวัญ เป็นความสำเร็จที่ไม่คิดจะเก็บเคล็ดลับไว้เอง อยากบอกให้เพื่อนเกษตรกรได้ลองเปิดใจ ปลูกทุเรียนพันธุ์โอวฉี่ ที่คนไทยปลูกได้อร่อยไม่แพ้ ต้นกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย ส่วนรสชาติความอร่อย ที่นำจุดเด่นของก้านยาว และพวงมณีมาผสมกัน ดึงจุดเด่น ตัดจุดด้อยออก ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติหวาน มัน เนื้อเนียนละเอียด เส้นใยน้อย ละมุนลิ้นเหมือนกินครีมเค้ก

นายธนิสร กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญราคาซื้อขาย อยู่ที่กิโลกรัมละ 500 บาท ไซส์มาตรฐาน ลูกละ 2.5 กิโลกรัม ซึ่งความอร่อยและคุณภาพทั้งหมด จะส่งตรงถึงมือผู้บริโภค ด้วยการขนส่งทางเครื่องบิน การตัดแก่จัดร้อยละ 95 จึงจะทำให้ โอวฉี่สามารถวางขายโดดเด่น ในตลาดระดับพรีเมียม ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยติดตราสัญลักษณ์ ทุเรียนโอวฉี่สายพันธุ์อินโดนีเซีย ที่มาจาก จ.จันทบุรี ประเทศไทย

สำหรับชาวสวนที่สนใจ อยากปลูกทุเรียนโอวฉี่ สามารถติดต่อได้ที่ บ้านไร่ธนิสร มีต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์พร้อมจำหน่าย เพื่อขยายพื้นที่ปลูกไปด้วยกัน.