พี่เอ๋ อดีตสจ๊วตของการบินไทย ทิ้งอาชีพรักจากพิษโควิด กลับมาบ้านที่กาฬสินธุ์ หันมาศึกษาด้านการเกษตรอินทรีย์แบบจริงจัง จนมาพบกับพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ “ฝรั่งไส้แดง (ไต้หวัน)” ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี 100% เก็บขายได้เงินวันละกว่า 5 พันบาท
“กาฬสินธุ์ดินดำน้ำสุ่ม ปลากุ่มบ้อนคือแข่แก่งหาง ปลานางบ้อนคือขางฟ้าลั่น จักจั่นฮ้องคือฟ้าล่วงบน แตกจ่นๆ คนปีบโฮแซว เมืองนี้มีสู่แนวแอ่นระบำรำฟ้อน” เป็นความงดงามของภาษาอีสานที่สื่อให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่พร้อมให้โอกาสแก่เกษตรกรผู้ขยันหมั่นเพียร ได้ประสบความสำเร็จในการทำการเกษตร ดั่งอดีตพนักงานต้อนรับหนุ่มใหญ่ของสายการบินไทย หลังชีวิตเจอพิษโควิด ต้องลาออกกลับมาอยู่ที่บ้านกาฬสินธุ์ หันมาศึกษาด้านการเกษตรอย่างจริงจังอยู่กว่า 1 ปี ค้นพบทางออกกับพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ “ฝรั่งไส้แดง (ไต้หวัน)” ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี 100%
นายธีรวุฒิ ชัยพัฒน์ หรือที่เพื่อนๆ เรียกว่า “สจ๊วตเอ๋” วัย 55 ปี อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทย ที่หลังจากทำงานที่รัก เดินทางมาแล้วทั่วโลก เวลานี้ทิ้งยูนิฟอร์มกลายเป็นเกษตรกรเต็มตัว กล่าวถึงที่มาที่ไปของการทำเกษตร ว่า พี่เอ๋เรียนจบมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2532 ก็เข้าทำงานที่การบินไทยเลย อยู่กับงานต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่องบินมากว่า 30 ปี พอมามีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เลยลาออกจากบริษัทฯ มาทำการเกษตรที่บ้านแบบเต็มตัว เริ่มจากการรับซื้อเมล็ดมะรุม มาทำน้ำมะรุมจำหน่าย
...
สจ๊วตเอ๋ เจ้าของสวนฝรั่ง กล่าวต่อว่า ที่มารู้จักฝรั่งไต้หวันก็เห็นว่าเป็นพันธุ์ไม้ที่อร่อยแล้วให้มูลค่าค่อนข้างสูง และส่วนมากคนก็ไม่ค่อยปลูกแบบอินทรีย์ ประกอบกับแถวนี้มีมูลวัวเยอะ แล้วก็ได้ความรู้จากการไปเข้าโครงการอบรมของ โคก หนอง นา ก็เจอวิทยากรที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพวกจุลินทรีย์ต่างๆ น้ำหมักต่างๆ ก็เลยตัดสินใจไปซื้อต้นฝรั่งจากอัมพวามา จำนวน 500-600 ต้น ราคาต้นละ 85 บาท ได้ต้นพันธุ์ความสูงประมาณ 70-80 ซม. ซึ่งเจ้าของสวนที่ตนซื้อมาได้บอกว่า เมื่อก่อนราคาต้นพันธุ์ต้นละ 500-600 บาทเลยทีเดียว
“ตอนแรกตัวเองก็ไม่ได้ปลูกแบบอินทรีย์ ก็เคยใช้สารเคมีมาก่อน แต่พอใช้ไปค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่ายาฆ่าแมลงก็ค่อนข้างสูง แล้วพันธุ์ไม้ก็ตายด้วย เพราะมีโรคต่างๆ เข้ามา แรงขึ้นเรื่อยๆ ต้องเปลี่ยนยาไปเรื่อยๆ ทำให้สูญเงินไปจำนวนหนึ่ง ก็เลยกลับมาเน้นพวกเกษตรอินทรีย์ 100% ทำน้ำหมักชีวภาพเอง ทำจุลินทรีย์สีแดงสังเคราะห์แสงเอง น้ำหมักจอมปลวก และน้ำหมักปลา ก็โชคดีมีเพื่อนทำงานอยู่โรงงานน้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ ก็สามารถสั่งปลาทะเลทีละ 30-40 กก.มาทำน้ำหมักได้ และไปหาซื้อวัตถุดิบตามร้านขายผลไม้ข้างทาง พวกสับปะรดภูแลมาหมักเพิ่มความหวาน ทีนี้ผลผลิตที่ได้มามันก็ดีเกินคาด สีสวย รสชาติหวานกรอบ ต้นไม้ก็มีความแข็งแรง อีกทั้งเรายังลงทุนเผาถ่านเอง เพื่อเอาน้ำส้มควันไม้มาใช้ฉีดพ่นป้องกันแมลง ทำให้ไร่ฝรั่งของเราเป็นธรรมชาติมาก” นายธีรวุฒิ กล่าว
...
สจ๊วตเอ๋ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลไม้ทุกวันนี้ราคามันน่าจะสูงขึ้น อย่างตอนนี้ราคาฝรั่งที่สวนของตน ราคาขายหน้าสวนอยู่ที่ กก.ละ 90 บาท ถ้าอยู่ในห้างจะราคา กก.ละ 120-140 บาท ตอนนี้ผลผลิตยังไม่พอขาย ยังมีออเดอร์ค้างอยู่ แล้วทุกวันนี้ที่ดินก็ราคาแพงขึ้น ค่าแรงแพงขึ้น น้ำหายากขึ้น คนมีความขยันน้อยลง เป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง ถ้าเราเอาชนะ 4 อย่างนี้ได้ก็จะประสบความสำเร็จ ถ้าคุณทำของดี มีแพ็กเกตจิ้งสวย มีแบรนด์ ลูกค้าเขาก็จะหยิบสินค้าของคุณ เป็นสิ่งสำคัญ ตนเองจึงใช้แบรนด์ของวนเกษตรบ้านโฮม ซึ่งเป็นแบรนด์ของเพื่อนสมัยเรียนที่ประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งเราทำไม่เยอะ แต่เน้นคุณภาพเป็นหลัก
...
นายธีรวุฒิ กล่าวอีกว่า ในสวนของเราก็มีต้นฝรั่งอยู่ตอนนี้ประมาณ 600 กว่าต้น จุดเด่นของสวนเราจะทำการเก็บทุกๆ วัน ไม่เหมือนสวนที่เขาเป็นมืออาชีพ ที่เขาเก็บทีเดียวพร้อมกันแล้วตัดแต่งกิ่ง อีก 2 เดือนมาห่อ อีก 2 เดือนมาเก็บ ส่วนของเราเก็บทุกวันทุกเช้า อันไหนยังไม่สมบูรณ์เต็มที่เราก็ไม่เก็บ โดยจะทำเครื่องหมายเอาไม้แขวนเสื้อห้อยไว้ตามกิ่ง ให้รู้ว่าพรุ่งนี้ค่อยเก็บนะ จะได้กินของอร่อยๆ หากเป็นสวนอื่นเขาจะเก็บแล้วส่งไปยังพ่อค้าคนกลางก่อน กว่าจะถึงมือผู้บริโภคก็ใช้เวลา 5-7 วัน เพราะฉะนั้นรสชาติของมันก็จะดรอปลงไป แต่ของเราเก็บเช้าขายเย็น รสชาติก็จะสดกว่า นี่คือข้อได้เปรียบของสวนเรา ขณะนี้ ผลผลิตถ้าเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณวันละ 40-50 กก. มีเยอะสุดเมื่อวานนี้เก็บได้ถึง 85 กก. ราคาขายหน้าสวน กก.ละ 90 บาท ส่งกรุงเทพฯ กก.ละ 110 บาท
...
“ที่ผ่านมาลูกค้าส่วนมากที่เคยซื้อไม่เคยสั่งโลเดียวเลย เฉลี่ยแล้วจะสั่งคนละประมาณ 5 กก. เพื่อนที่เป็นเจ้าของบริษัทอยู่กรุงเทพฯ ก็ซื้อทีละ 10-20 กก.ไปแจกลูกน้อง ก็เลยมียอดสั่งต่อยอดไปเรื่อยๆ เพราะคนกินแล้วเขาชอบ จึงเกิดความมั่นใจว่าต่อไปอาจจะมีการขยายแปลงการปลูกในช่วงหน้าฝน ถ้าใครสนใจอยากจะปลูกก็มาศึกษาดูงานได้ ขอให้มีความตั้งใจจริงและทำตามในสิ่งที่บอก มันไม่น้อยเกินไป ไม่มากเกินไป มันก็จะพอดี ถ้าน้อยไปมันก็จะขาด ถ้ามากไปมันก็จะเกิน ทุกอย่างมันต้องพอดีหมด มันก็จะเกิดความลงตัว มีอะไรจะสอบถามก็ทักมาในเพจ “วนเกษตรบ้านโฮม” ได้ตลอด อาจจะตอบช้าหน่อย แต่ก็จะตอบให้” สจ๊วตเอ๋ กล่าว
นายธีรวุฒิ กล่าวด้วยว่า เราปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีจริงๆ ยืนยันได้ตามภาพที่เห็น ที่มีนกมาทำรังจนออกไข่เป็นตัวลูกนก แสดงให้เห็นว่าในสวนฝรั่งของเรา ปลอดภัย ปลอดสาร เป็นธรรมชาติสีเขียว จนมีสัตว์เล็กอย่างนก มาทำรังบนต้นฝรั่งของเราให้เห็น สวนฝรั่งไส้แดง มะละกอฮอลแลนด์ วนเกษตรบ้านโฮม จำหน่าย ฝรั่งไส้แดง (ไต้หวัน) สดๆ จากสวนพร้อมรับประทาน ปลอดสารเคมี ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ และยังมีมะละกอฮอลแลนด์ จุดเด่นคือมีเนื้อสีส้ม เมล็ดน้อย รสชาติหวานแน่นหอม จำหน่ายในราคา กก.ละ 60 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 084 662 0006 หรือที่เฟซบุ๊ก “วนเกษตรบ้านโฮม” หากท่านใดสนใจอยากได้ความรู้ ก็สามารถแวะมาดูที่สวนของเราได้ตลอด อยู่ข้างปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ บริษัท เค.ซี. คอร์ปอเรชั่น.