เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง ที่จ.กาฬสินธุ์ เริ่มเผชิญโรคใบด่างระบาดในช่วงหน้าแล้งมันฯ ขาดน้ำ พบติดเชื้อแล้วกว่า 2,000 ไร่ มากสุด อ.เมือง อ.ห้วยเม็ก และ อ.ยางตลาด จนท.เกษตร แนะหากพบให้รีบทำลายต้นที่ติดโรคทันที ชี้ แมลงหวี่ขาวพาหะ

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพในฤดูแล้ง ของเกษตรกรชาว จ.กาฬสินธุ์ ในกลุ่มปลูกมันสำปะหลัง พบว่ากำลังประสบกับปัญหาฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนจัด ผืนดินแห้ง ต้นมันสำปะหลังทั้งที่กำลังเจริญเติบโต และกำลังสะสมอาหารสร้างหัวมันใกล้เก็บผลผลิต เริ่มแห้งตายเป็นบริเวณกว้าง ขณะเดียวกันยังพบว่าเกิดการระบาดของโรคใบด่าง ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

...

นายสันติภาพ โทนหงส์สา เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาที่ส่งผลกระทบไร่มันสำปะหลังทั้ง 2 สาเหตุดังกล่าวนั้น สำหรับความเสียหายจากภาวะฝนทิ้งช่วง คาดว่าคงจะไม่ได้รับความเสียหายมากนัก และไม่มีรายงานเข้ามา เนื่องจากมันสำปะหลังเป็นพืชที่ทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนแล้ง และไม่ต้องการน้ำมาก ที่น่าเป็นห่วง คือ การระบาดของโรคใบด่าง เพราะหากเกิดขึ้นแล้วควบคุมและแก้ไขยาก จากข้อมูลการระบาดในช่วงนี้พบพื้นที่ระบาดประมาณ 2 พันไร่ มากสุดในเขต อ.เมืองกาฬสินธุ์ 920 ไร่ อ.ห้วยเม็ก 642 ไร่ และ อ.ยางตลาด 217 ไร่ อ.ดอนจาน 105 ไร่ ตามลำดับ ซึ่งในภาพรวมพื้นที่การระบาดของโรคใบด่างลดลงจากปีที่ผ่านมา

เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า โรคใบด่างมันสำปะหลัง เป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ จากข้อมูลพบครั้งแรกในเดือน ส.ค. 2561 เริ่มระบาดเข้าไทยจากชายแดนเพื่อนบ้าน จนถึงปัจจุบันก็ไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ และระบาดไปทั่วประเทศแล้ว หากเกษตรกรพบต้นมันสำปะหลังมีอาการของโรคใบด่าง ให้เร่งทำลายต้นเป็นโรคก่อนที่แมลงหวี่ขาว จะนำไปแพร่ยังต้นอื่นๆ โดยการบดสับต้นเป็นโรคใส่ถุงดำมัดปากให้แน่นแล้วนำไปตากแดดจนกว่าต้นมันสำปะหลังจะตาย หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ทราบทันที

...

นายสันติภาพ กล่าวอีกว่า โรคใบด่างมันสำปะหลัง เป็นโรคเข้าทำลายได้ทุกระยะการเติบโต และส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตลดลง 20-80% โดยสาเหตุของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่พบมีอยู่ 2 สาเหตุ คือ 1. มาจากท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่เกษตรกรสั่งซื้อจากเอกชน และซื้อทางออนไลน์ ซึ่งยังไม่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานราชการ และเป็นพันธุ์ที่ไม่ทนต่อโรคใบด่าง และ 2. อีกสาเหตุคือแปลงมันสำปะหลังในพื้นที่เกิดการระบาดของโรคอยู่แล้ว และมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะโรคจากแปลงที่ระบาด และกระจายไปยังแปลงมันสำปะหลังข้างเคียง จึงขอให้เกษตรกรเฝ้าระวังและป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง หากพบการบาดโรคใบด่างมันสำปะหลัง ให้แจ้งที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่โดยด่วน เพื่อจะได้ร่วมกันหาแนวทางป้องกันและกำจัด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อไป

...

สำหรับราคาซื้อขายหัวมันสดปัจจุบันอยู่ที่ กก.ละ 4 บาท ตามคุณภาพแป้ง ทั้งนี้ จ.กาฬสินธุ์ มีเกษตรกรลงทะเบียนปลูกมันสำปะหลังล่าสุด (ข้อมูล 22 ม.ค. 67) พื้นที่ทั้งหมด 306,598 ไร่ เกษตรกร 38,813 ราย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรทั้ง 18 อำเภอ เร่งลงพื้นที่สำรวจข้อมูลการระบาดที่ชัดเจน ส่วนแนวทางการป้องกันเบื้องต้น ได้สร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรทุกรูปแบบ ทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ จัดการอบรม ประชุมงานรณรงค์ วิทยุ หอกระจายข่าวหมู่บ้าน รวมทั้งให้นักวิชาการเกษตรที่รับผิดชอบแต่ละตำบล ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรอย่างใกล้ชิดอีกด้วย.