เกษตรกรบ้านใหม่สมบูรณ์ เห็นตัวอย่างเพื่อนบ้านประสบความสำเร็จ ทดลองปลูกกะหล่ำปลีแล้วได้ผลดี จึงทิ้งการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างอ้อย และมันสำปะหลัง มาปลูกกะหล่ำปลีตามกันนับ 10 ราย โดยสามารถเก็บผลผลิตขายได้ราคาดี กก.ละ 8-10 บาท รวมแล้ว 3 แสนต่อไร่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรบ้านใหม่สมบูรณ์ ต.บ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ส่วนหนึ่ง เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช จากการทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ด้วยการปลูกมันสำปะหลังและอ้อย พากันหันมาปลูกพืชอายุสั้น อย่างกะหล่ำปลีกันเป็นจำนวนมาก หลังจากที่มีผู้ทดลองปลูกแล้วได้ผลดี และยังมีตลาดใกล้บ้านอย่างตลาดดอนแขวน ซึ่งเป็นจุดรับซื้อและกระจายผลผลิตทางการเกษตร ทั้งผักและผลไม้อยู่ใกล้บ้าน ทำให้เกษตรกรไม่ต้องแบกรับภาระค่าขนส่งที่สูงมากนัก อีกทั้งยังมีความความมั่นใจว่า ผลผลิตที่ออกมาจะมีผู้รับซื้ออย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ตอนนี้มีเกษตรกรในหมู่บ้านบ้านใหม่สมบูรณ์ ปรับเปลี่ยนมาปลูกกะหล่ำปลี เพื่อเก็บส่งจำหน่ายแทนการปลูกมันสำปะหลังและอ้อยแล้วกว่า 10 ราย อีกทั้งยังมีการเพาะปลูกผักอายุสั้นอย่างอื่นอีกกว่า 10 ชนิด ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น
...
นางพวงเพ็ญ ชโลมกลาง อายุ 42 ปี หนึ่งในเกษตรกรบ้านใหม่สมบูรณ์ กล่าวว่า ตนเองมีพื้นที่ใช้ทำการเพาะปลูกจำนวน 4 ไร่ ก่อนหน้านี้ก็อาศัยปลูกมันสำปะหลังเป็นประจำทุกปี คุ้มทุนบ้างขาดทุนบ้างเพราะราคามันสำปะหลังผันผวน อีกทั้งต้นทุนการเพาะปลูกก็เพิ่มขึ้นประจำ เก็บเกี่ยวได้เป็นรายปี ทำให้มีรายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว แต่มาในช่วงหลังได้ลงทุนเจาะน้ำบาดาล มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี จึงเริ่มที่จะหาพืชอายุสั้นมาปลูกทดแทน เพาะเก็บเกี่ยวได้เร็วได้เงินไว อีกทั้งยังมีตลาดรับซื้ออยู่ใกล้บ้าน ไม่ต้องลงทุนค่าขนส่งมากนัก
เกษตรกรบ้านใหม่สมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็ได้หันมาปลูกกะหล่ำปลีส่งขาย เพราะใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกเพียง 60 วัน สภาพอากาศตอนนี้ที่กำลังเย็นสบายทำให้ผักกะหล่ำเจริญเติบโตดี ในขณะที่ราคาก็เป็นที่น่าพอใจ ตอนนี้อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 8 – 10 บาทที่หน้าสวน เพราะราคาที่เกษตรกรอยู่ได้จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 6 – 7 บาท หากช่วงไหนราคาดีก็จะพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 15 บาทเลยทีเดียว โดยเมื่อช่วงเดียวกันนี้ของปีที่แล้วตนเองปลูกกะหล่ำปลี 3 ไร่ ได้เงินกว่า 3 แสนบาทเลยทีเดียว
...
ส่วน นายนัฐพล ปีกกลาง ผู้ใหญ่บ้านใหม่สมบูรณ์ กล่าวว่า เดิมทีพื้นที่การเกษตรของหมู่บ้านแห่งนี้ จะปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างอ้อยและมันสำปะหลังเป็นหลัก แต่ในช่วงหลังเมื่อมีการเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในการเกษตรกันมากขึ้น ประกอบกับมีการก่อตั้งตลาดดอนแขวน ซึ่งเป็นตลาดรับซื้อผักผลไม้และกระจายสินค้าการเกษตรท้องถิ่นขึ้น เกษตรกรจึงมีทางเลือกที่จะปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เพราะการปลูกมันสำปะหลังและอ้อยนั้นต้องใช้ระยะเวลาเกือบ 1 ปี จึงจะได้เก็บเกี่ยว และไม่แน่นอน ต้นทุนก็สูงขึ้นทุกปี
...
ผู้ใหญ่บ้านใหม่สมบูรณ์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้นพืชอายุสั้นอย่างผักจึงเป็นที่สนใจและกำลังเป็นที่นิยมของเกษตรกรในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะกะหล่ำปลีที่ตอนนี้เกษตรกรกำลังเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกต่อเนื่อง เพราะเป็นพืชที่ลงทุนไม่สูงมากนักหากเทียบกับรายได้ตอบแทน โดยต้นทุนในการลงทุนจะอยู่ที่ประมาณไร่ละ 7 – 8 พันบาท ในขณะที่รายได้ในช่วงที่กะหล่ำปลีราคาสูงจะสูงกว่า 1 แสนบาทต่อไร่เลยทีเดียว ซึ่งล่าสุดตอนนี้มีเกษตรกรในหมู่บ้านหันมาปลูกกะหล่ำกันแล้วเกือบ 10 ราย รวมพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 30 ไร่.