จนท.ฝ่ายกฎหมาย บริษัท ซีพีแอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ สยามแม็คโคร เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดีหมูเถื่อน รวม 118 รายการ ส่วนความคืบหน้าคดีที่มี จนท.รัฐเอี่ยว 28 ธ.ค.นี้ ดีเอสไอจะสรุปสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.
กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ธ.ค. 2566 ที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัท ซีพีแอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ สยามแม็คโคร ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน เพื่อส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดี รวมจำนวน 118 รายการ อาทิ เอกสารการซื้อขายชิ้นส่วนสุกรแช่แข็ง ประเภทเครื่องใน เป็นต้น ซึ่งแม็คโครเคยเป็นคู่ค้ากับบริษัท เว้ลท์ซี่ แอนด์ เฮ็ลธ์ซี ฟูดส์ จำกัด ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีของดีเอสไอ รวมถึงฝ่ายกฎหมายของแม็คโครยังได้ให้ปากคำชี้แจงในประเด็นต่างๆ ตามที่พนักงานสอบสวนตั้งประเด็นสงสัย
พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวว่า ได้มีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทแม็คโคร และรับมอบเอกสารทั้งหมด 118 รายการ จากนี้ดีเอสไอจะดำเนินการตรวจสอบเอกสารของบริษัทแม็คโครและบริษัท เว้ลท์ซี่ฯ รวมถึงคำให้การของสองพ่อลูก คือ นายวิรัช และนายธนกฤต ภูริฉัตร ก่อนหน้านี้ เพื่อเปรียบเทียบรายละเอียดต่างๆ ว่ามีความสอดคล้องกัน หรือเอกสารต่างๆ ถูกต้องมากน้อยเพียงใด โดยคณะพนักงานสอบสวนต้องขอเวลาในการตรวจสอบเอกสารทั้งหมดก่อน
...
สำหรับความคืบหน้าของ 2 สำนวนคดีหมูเถื่อน ที่เตรียมส่งเรื่องต่อ ป.ป.ช. วันนี้ตนได้มีความเห็นสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐใน 2 หน่วยงาน คือ กรมศุลกากร และกรมปศุสัตว์ หลังจากที่มีการสืบสวนสอบสวนขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงที่ผ่านมาเราได้มีการสอบปากคำบุคคลต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีทั้งพยานปากสำคัญที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานนั้นๆ และตัวแทนบริษัทชิปปิ้งเอกชน จนเห็นความชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่รัฐใน 2 สำนวนนี้มีพฤติการณ์ร่วมกระทำผิดในขบวนการลักลอบนำเข้าตู้หมูเถื่อน 161 ตู้ โดยเฉพาะจากรายคดีพิเศษที่ 101/2566 ซึ่งดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบกับ บริษัท กู๊ด วอเตอร์ อีควิปเม้นท์ จำกัด และรายคดีพิเศษที่ 104/2566 บริษัท อาร์.ที.เอ็นโอเวอร์ซี จำกัด จึงพิจารณาสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และอาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 172 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561”
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 สำนวนยังอยู่ระหว่างนำส่งให้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดี พิจารณาและมีความเห็นทางคดีตามขั้นตอน จากนั้นในวันที่ 28 ธ.ค. คณะพนักงานสอบสวนจึงจะนำส่งสำนวนให้กับทาง ป.ป.ช.
พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวอีกว่า ก่อนสิ้นปี 2566 ดีเอสไอ คงไม่มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาใดๆ เพิ่มเติม และจะยังไม่มีการเรียกเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการฝ่ายการเมืองมาสอบปากคำใดๆ ส่วนความคืบหน้าการรับเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติมในปี 2567 เกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน และเนื้อสัตว์เถื่อนอื่นๆ นั้น เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. คณะพนักงานสอบสวนได้พิจารณารับเป็นคดีพิเศษอีก 2 คดี คือ คดีที่เกี่ยวข้องกับตู้หมูเถื่อน จำนวน 2,388 ตู้ ซึ่งเป็นการขยายผลมาจาก 161 ตู้ ส่วนอีกคดีพิเศษจะดำเนินการเกี่ยวกับขบวนการองค์กรอาชญากรรมที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดที่ส่งผลต่อความมั่นคงด้านอาหาร (สุกร) ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่กลุ่มใหม่ อาทิ กลุ่มซากสุกรเถื่อน กลุ่มตีนไก่สวมสิทธิ์ และกลุ่มเนื้อวัวเถื่อน คาดว่ามีมากกว่า 10,000 ตู้ ที่เราต้องตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมด ตั้งแต่ปี 2564-2566 เพราะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่นี้จะเป็นกลุ่มคนที่ยังไม่เคยถูกดีเอสไอดำเนินคดีมาก่อน
หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน ดีเอสไอ กล่าวอีกว่า และแม้ว่าตู้ของกลางจะไม่หลงเหลืออยู่ที่ท่าเรือใดๆ เพราะถูกกระจายจำหน่ายไปหมดแล้ว แต่เราก็จะดำเนินการดูในส่วนของเอกสารพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดย้อนหลัง ส่วนพฤติการณ์การสำแดงเท็จของตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 10,000 กว่าตู้นี้ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าการนำเข้าที่ผ่านมามีการสำแดงจากชิ้นส่วนเนื้อสัตว์เป็นปลาแช่แข็ง กุ้ง หรือแผ่นพลาสติกพอลิเมอร์ เป็นต้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ทั้งนี้ทั้ง 2 คดีพิเศษดังกล่าวยังอยู่ระหว่างธุรการทางคดีของกรมฯ จะต้องมีการตั้งเลขคดีพิเศษให้เรียบร้อยก่อน คาดว่าในช่วงต้นปี 2567 คณะพนักงานสอบสวนจะเริ่มมีการประชุมคดีเพื่อวางแนวทางการสอบสวนต่อไป
ขณะที่ ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของบริษัทแม็คโคร กล่าวยืนยันกับผู้สื่อข่าวภายหลังส่งเอกสารกับดีเอสไอ ว่า เราได้ส่งเอกสารครบทุกรายการให้กับทางดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะไม่มีการเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกแล้ว ทั้งนี้ทาง แม็คโคร จะไม่มีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ร่วมกับ บริษัท เว้ลท์ซี่ แอนด์ เฮ็ลธ์ซี ฟูดส์ จำกัด แต่อย่างใด.
...