บึงกาฬเจออากาศแปรปรวน ลมแรงพัดต้นข้าวล้ม ชาวนาต้องเร่งจ้างรถเกี่ยวข้าว ที่ตอนนี้ค่าจ้างเกี่ยวข้าวยืนไร่ละ 700 บาท ข้าวล้มไร่ละ 800 บาท อีกทั้งรถเกี่ยวก็คิวยาวมาก ทำให้ต้นทุนทำนาสูงขึ้น เพราะต้องจ้างรถนวดข้าวอีกด้วย
เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดบึงกาฬ อากาศแปรปรวน กลางคืนถึงเช้าอากาศเย็น ตกสายอากาศกลับมาร้อนและมีลมกระโชกแรง พัดลงมาจากเทือกภูเขาควาย ฝั่ง สปป.ลาว ส่งผลให้ข้าวนาปีของเกษตรกร หลายแห่งได้รับผลกระทบจากลมกระโชกแรง ต้นข้าวล้มระนาบกับพื้นเป็นวงกว้าง ทำให้ยากต่อการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ในอำเภอปากคาด อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า เช่น นาข้าวของเกษตรกรบ้านพันลำ ม.2 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ ที่กำลังรอเก็บเกี่ยว แรงลมพัดต้นข้าวล้มระนาบกับพื้นดินหลาย 10 ไร่ ยากต่อการเก็บเกี่ยว ทำให้เกษตรกรหลายรายต้องว่าจ้างรถเกี่ยวข้าว มาเกี่ยวข้าวแทนการใช้แรงงานคน ซึ่งต้องจ่ายค่ารถเกี่ยวข้าวเพิ่มขึ้นอีก จากเดิมข้าวตั้งต้นคิดค่าเกี่ยวไร่ละ 700 บาท แต่ต้นข้าวล้มต้องจ่ายไร่ละ 800 บาท เพิ่มขึ้นไร่ละ 100 บาท ทุ่งนาที่ยังมีน้ำขังก็ต้องรอให้ดินแห้งก่อน เพราะเกรงว่ารถเกี่ยวข้าวจะติดหล่ม รวมทั้งต้องรอให้รวงข้าวแห้ง เพื่อไม่ให้เมล็ดข้าวร่วงหล่นเสียหายด้วย ทำให้ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวยืดยาวออกไปอีก
...
แต่กลับกันรถรับจ้างเกี่ยวข้าวกลับมีงานต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม ส่วนหนึ่งก็ได้อานิสงส์จากสภาพอากาศที่แปรปรวน มีแรงลม ทำให้ต้นข้าวหักล้มเกษตรกรจึงหันมาใช้บริการรถเกี่ยวข้าวมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ก็คิดราคาค่าเกี่ยวเท่าเดิม คือ ข้าวยืนคิดไร่ละ 700 บาท ข้าวล้มคิดไร่ละ 800 บาท แถมมีบริการขนส่งข้าวที่เกี่ยวแล้วไปยังลานตากข้าวให้ด้วย ทำให้ชาวนาตัดสินใจใช้บริการรถเกี่ยวข้าวมากกว่า การจ้างแรงงานคนมาเกี่ยว เพราะค่าแรงต่อคนก็ 350-400 บาท ค่ารถนวดข้าวอีก แถมยังต้องเลี้ยงข้าวกลางวันอีก ทำให้มีค่าใช้จ่ายมากกว่าการจ้างรถเกี่ยวข้าว
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกหนึ่ง ได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในวันนี้ และจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนในระยะต่อไป
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง โดยมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงในระยะแรก และดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากอากาศแห้งและลมแรง สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย.