หนุ่มใหญ่ชาวนาศรีสะเกษคนสู้ชีวิต ช่วงยุคโควิด-19 ศึกษาหาความรู้จากอินเทอร์เน็ต จะค้นบอนสี แต่ได้บอนไซจึงสนใจ เลยไปนำต้นไม้จากท้องนาอย่าง ต้นมะขาม ต้นตะโก ต้นฝรั่งขี้นก มาทำเป็นไม้บอนไซ แล้วขายทางออนไลน์ สร้างรายได้ได้ถึงเดือนละกว่า 4 หมื่นบาท

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่บ้านของ นายวิลัย พับจัตุรัส อายุ 52 ปี ชาวบ้านหมู่ 13 บ้านบุตาด ต.กฤษณา อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บ้านหลังนี้มีการเพาะบอนไซจากงานอดิเรก จนกลายเป็นงานประจำสร้างรายได้อย่างงอกงาม โดยการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสในช่วงโรคระบาดโควิด-19 โดยเริ่มจากการเรียนรู้จากโลกออนไลน์ จนกลายเป็นนักประดิษฐ์ไม้ดัดขนาดจิ๋ว ส่งขายทางโลกออนไลน์ ที่มียอดการสั่งจองสุดปัง จนแทบทำไม่ทันในขณะนี้

...

นายวิลัย เปิดเผยว่า เดิมตนมีอาชีพทำนา และค้าขาย เปิดร้านขายเนื้อย่าง และทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ แต่จากภาวะเศรษฐกิจช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ออกจากบ้านไม่ได้ ทำให้ธุรกิจไม่สามารถไปต่อได้ จึงพยายามค้นหาธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าจะเข้ากับตัวเอง และภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

"ตอนนั้นกระแสการปลูกต้นบอนสีกำลังมาแรง ตนเลยพยายามไปค้นหาข้อมูลในโซเชียลว่า "บอนสี เขาเลี้ยงดูกันอย่างไร" แต่ข้อมูลบอนไซกลับเด้งขึ้นมาก่อน ตนจึงเข้าไปดู ดูไปดูมา ตนก็เริ่มรู้สึกชอบและสนใจ จึงลองศึกษาอย่างจริงจังจากเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะในยูทูบมีการสอนวิธีทำอย่างละเอียดเป็นขั้นตอน ตนจึงมาลองทำดู ด้วยการเริ่มจากไปหาขุด ตัด ต้นไม้ที่อยู่ตามไร่นามาลอง เช่น ต้นมะขาม ต้นตะโก ต้นฝรั่งขี้นก มาลองปลูกตอขายก่อน พร้อมหาวิธีในการเลี้ยงยังไงให้ออกมาสวยงาม ทำไปทำมา เลี้ยงไปเลี้ยงมา ต้นบอนไซก็เต็มบ้าน" เกษตรกรหนุ่มศรีสะเกษ กล่าว

นายวิลัย กล่าวต่อว่า การทำไม้บอนไซจะมีอยู่ 30-40 แบบ แต่ละแบบยากง่ายต่างกันไป แต่ส่วนตัวตนถนัดการทำบอนไซแบบบิด หรือแบบเกลียว ซึ่งบอนไซแบบบิด คือ บอนไซเป็นต้นที่ดัดให้โค้งเป็นรูป หรือลำต้นบิดเป็นเกลียวไปมาตามที่จินตนาการ การแตกกิ่งจัดให้แตกในทิศทางสมดุลแลน่าดูกับลำต้น ให้บรรยากาศมีลมพายุพัดหมุนแรงจัดรอบต้น สร้างความรู้สึกมีพลัง สวยงาม ส่วนใหญ่รากจะมีขนาดใหญ่ เปลือกหยาบแตกสะเก็ด กิ่งก้านจะต้องบิดงอ ให้รูปทรงสมดุลกับลำต้น 

...

เกษตรกรหนุ่มศรีสะเกษ กล่าวอีกว่า เริ่มต้นที่ตัวเองทำบอนไซ คนแถวบ้านเขาก็ว่า เหมือนเราบ้า ต้นไม้ดีๆ ก็เอามาบิด ดัด แต่ทำไปนานเริ่มมีคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ ส่วนการลงทุน ตนแทบจะไม่ได้ลงทุนเลย เพราะต้นไม้ส่วนมากจะเป็นต้นไม้รอบๆ บ้าน หรือไม่ก็ตามทุ่งนา บางทีก็เป็นต้นไม้ ตอไม้ ที่ชาวบ้าน ชาวนาตัดโค่นทิ้ง ส่วนราคาต้นบอนไซในสวนตนนี้ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลัก 100 บาท ไปจนถึงหลักพัน สูงสุดที่ขายออกไป ราคาประมาณ 4 พันบาท รายได้ต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท ถือว่าพอใจมากกับราคาที่ได้ แต่สิ่งสำคัญที่พอใจมากที่สุด คือ ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้อยู่กับสิ่งที่รัก ซึ่งถือเป็นความสุขที่เราได้เก็บเกี่ยวไประหว่างทางตลอดระยะเวลา 5 ปี ทำให้เราพอใจกับการทำแบบนี้

นายวิลัย กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นหากสนใจอยากเข้ามาขอศึกษาดูงาน หรืออยากเข้ามาชมบอนไซที่สวยงาม และเข้าจับจ่ายซื้อหาเป็นของฝากของที่ระลึก ก็สามารถเข้ามาชมและเลือกซื้อได้ที่บ้านของตน หรือเข้าไปเยี่ยมชมผลงานทางเฟซบุ๊กเพจชื่อ ประนอม บังลังก์ ได้เลย.



...