นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา ติดตามราคาข้าวโพดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ให้ขายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม ลงตรวจ 3 จุด พบราคาอยู่ที่ 5-7.35 บาทต่อ กก. พร้อมให้คำแนะนำการบริหารจัดการซังข้าวโพด ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชมูลค่าสูง ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

วานนี้ (28 พ.ย. 2566) นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา พร้อมด้วยทีมงานเกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ผลผลิต ข้าวโพด ในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา พร้อมทั้งสั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้าน รายงานจุดโม่ข้าวโพด/จุดรับซื้อข้าวโพดในพื้นที่ 3 ตำบล 22 หมู่บ้าน มีจำนวน 9 จุด ดังนี้ ตำบลแม่แดด จำนวน 3 จุด ได้แก่ จุดรับซื้อข้าวโพดหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5

นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา กล่าวว่า สำหรับรับซื้อราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 5.95 บาทจนถึง 6.70 บาทต่อกิโลกรัม ตำบลบ้านจันทร์ จำนวน 1 จุด ได้แก่ จุดรับซื้อข้าวโพดหมู่ที่ 4 โดยรับซื้อราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 5.1 บาทจนถึง 7.0 บาทต่อกิโลกรัม ตำบลแจ่มหลวง จำนวน 4 จุด ได้แก่ จุดรับซื้อข้าวโพดหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 5 โดยรับซื้อราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 5.0 บาทจนถึง 7.35 บาทต่อกิโลกรัม จากการตรวจสอบราคาข้าวโพด ขึ้นอยู่กับความชื้นและคุณภาพของข้าวโพด

...

นายวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทางเกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อให้คำแนะนำเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดสามารถขายข้าวโพดในราคาที่เป็นธรรม รวมทั้งให้คำแนะนำเกษตรกรและผู้ประกอบการบริหารจัดการซังข้าวโพดและเปลือกข้าวโพด ตามหลักวิชาการ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ เช่น การนำซังข้าวโพดและเปลือกข้าวโพดไปทำปุ๋ยหมัก เป็นต้น

"อำเภอกัลยาณิวัฒนา มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวโพดจำนวน 829 ราย มีพื้นที่ปลูก จำนวน 9,792 ไร่ คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด จำนวน 5,875 ตัน โดยมีผลผลิตเฉลี่ย 600 กิโลกรัมต่อไร่ โดยมีต้นทุน กาผลิตประมาณ 3-5 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้น หากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ขายในราคาที่ต่ำสุด ณ จุดรับซื้อทั้ง 9 จุดในปัจจุบัน คือ 5 บาทต่อกิโลกรัม แทบจะไม่มีกำไร หรือได้กำไรเพียง 1-2 บาทเท่านั้น แต่ถ้าข้าวโพดมีคุณภาพจะสามารถขายได้ราคา 7.35 บาทจะมีกำไร 2.35 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 6 บาท ดังนั้นเกษตรกรจะมีกำไรเฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น" นายวรศักดิ์ กล่าว

...

นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา กล่าวอีกว่า ข้อมูลจากเกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอกัลยาณิวัฒนา ที่ลงพื้นที่สำรวจในวันนี้พบว่า ราคารับซื้อข้าวโพดปีนี้ต่ำกว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 7-10 บาท นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจาก ที่ราคาปุ๋ยมีราคาสูง ยาฆ่าหญ้าและสารเคมีมีราคาแพง ประกอบกับเส้นทางการขนส่ง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา และได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เส้นทางขนส่งมีความยากลำบากจึงส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 30-50% ส่งผลให้ ปีนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดได้กำไรหรือแทบจะไม่ได้กำไรเลย

...

นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา กล่าวด้วยว่า อำเภอกัลยาณิวัฒนา ได้นำข้อสั่งการของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่สั่งการให้นำประเด็นการพัฒนาจังหวัดตามแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2566-2570 "ประเด็นที่ 2 การพัฒนาขับเคลื่อนเกษตรเพิ่มมูลค่าและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบน้ำเพื่อการเกษตร รวมทั้งการส่งเสริมเกษตรและอาหารปลอดภัยด้วยความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อนำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าและช่องทางการตลาดสมัยใหม่ โดยได้ร่วมกับ หัวหน้าโครงการหลวงวัดจันทร์ เตรียมส่งเสริมเกษตรที่ปลูกข้าวโพด ปรับเปลี่ยนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชที่มีมูลค่าสูง หรือขายได้ในราคาที่สูง และเหมาะกับสภาพพื้นที่ รวมทั้งไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น กาแฟ อะโวคาโด มันฝรั่ง พริกสีม่วง เสาวรส เป็นต้น โดยเริ่มรณรงค์ให้ความรู้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 จนถึงเดือนมีนาคม 2567 เพื่อที่จะได้ลงมือทำการเพาะปลูกในฤดูฝนในปี จังหวัดค่อนข้างให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์ราคาข้าวโพดในพื้นที่ต่อไป.