ป้าวัย 52 ปี ชาวนาที่ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี เผยยิ้มออกหลังจากข้าวขึ้นราคาตันละหมื่นกว่า ตอนนี้ที่นา 18 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์ กข.ที่ปลูกไว้รอวันเก็บเกี่ยว เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ค่าปุ๋ยยาและเก็บไว้ทำทุนในฤดูกาลต่อไป วอนรัฐบาลช่วยทำราคาข้าวให้ดีขึ้นและแก้ภัยแล้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอุไร คงเขียว อายุ 52 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลหมกแถว อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้ทำนาไว้ จำนวน 18 ไร่ ซึ่งได้แจ้งเกิดกับทางเกษตรอำเภอหนองขาหย่างไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นาข้าวจำนวน 18 ไร่ ที่บริเวณ หมู่ที่ 1 ตำบลหมกแถว อำเภอหนองขาหย่าง ในตอนนี้ข้าวนั้นกำลังเจริญเติบโต และออกรวงเต็มทุ่งนาจนมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความเขียวขจี
นางอุไร กล่าวว่า ทุ่งนาเขียวขจีเป็นภาพที่น่าชื่นใจมาก หลังจากที่พ้นสถานการณ์แล้งไปแล้วฝนเริ่มตกลงมาเติมน้ำในนาของตัวเองถึงแม้จะทำนา หรือหว่านข้าวช้ากว่าที่อื่น ก็เพราะว่าการทำนาของตำบลนี้ต้องรอฟ้าฝนตกลงมา เพราะแหล่งน้ำต้นทุนหรือบ่อที่ขุดไว้ใช้เพื่อการเกษตรนั้นมีน้อย เรียกได้ว่าแล้งอย่างมากก็ว่าได้ ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วฝนนั้นตกชุกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ข้าวที่ได้หว่านไว้ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ดังที่กล่าวมา
...
สิ่งที่น่าดีใจไปกว่านั้นก็ คือ ในขณะนี้ข้าวพันธุ์ กข.ที่ปลูกไว้นั้นราคาดีมากจากเดิมอยู่เพียงตันละ 6,000 กว่าบาทมาในตอนนี้ขึ้นมาถึงตันละ 10,500 บาทซึ่งนาของนางอุไรนั้นรอวันที่จะเก็บเกี่ยวอีก 2 เดือนกว่าและคาดว่าในการทำนาครั้งนี้น่าจะได้ถึง 15 ตัน ซึ่งหากทำการเกี่ยวข้าวแล้วก็จะขายทันทีให้กับทางโรงสีที่รับซื้อแล้วจะนำเงินไปจ่ายหนี้ค่าปุ๋ยค่ายาต่างๆ ที่ลงทุนไว้กว่า 50,000 กว่าบาท ที่เหลือก็จะเก็บไว้ใช้จ่ายในครัวเรือนเลี้ยงดูลูกและเป็นทุนสำรองไว้เพื่อทำนาในครั้งต่อไป และอยากให้ราคาข้าวนั้นดีแบบนี้ตลอดเพราะที่ผ่านมานั้นทำนาแทบจะขาดทุนและอยากให้ทางรัฐบาลนั้นแก้ไขราคาข้าวให้ดียิ่งขึ้นและเรื่องภัยแล้งที่ต้องเจอทุกปีอีกด้วย.