ชาวบ้านวังขอนแดง ต.ห้วยลาน อ.ดอกคำใต้ ยึดอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และผลิตเส้นไหมแบบครบวงจร โดยนำเส้นไหมที่ได้ส่งให้กับกลุ่มทอผ้าผลิตเป็นผ้าไหมโดยขายเส้นไหม้ กก.ละ 1,300-1,500 บาท ทำให้แต่ละเดือนมีรายได้ หลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาท

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพูนลัด นาน้ำ อายุ 66 ปี ชาวบ้าน หมู่ 11 บ้านวังขอนแดง และชาวบ้านในหมู่บ้านวังขอนแดงหมู่ 11 ตำบลห้วยลาน อำเภอดอกคำใต้จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นหมู่บ้าน ที่อนุรักษ์ทอผ้าไหม การเลี้ยงหม่อนไหมและผลิตเส้นไหม นำออกสู่ตลาด ทั้งในและนอกจังหวัดตลอดจนต่างประเทศ จนได้รับความเชื่อถือว่าเป็น สินค้ามีคุณภาพ และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดพะเยา เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่อนุรักษ์ การเลี้ยงหม่อนไหมและผลิตเส้นไหม แบบครบวงจร ตั้งแต่ แรกเริ่มการเพาะเลี้ยงตัวหม่อนไหมจนถึงการผลิตเส้นไหมจนถึงการทอผ้าไหม และการตัดเย็บสำเร็จรูป จนเป็นสินค้า OTOP ขึ้นชื่อที่ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ 

...

ชาวบ้านวังขอนแดง ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กล่าวว่า ตนเองได้เลี้ยงหม่อนไหม ไว้ภายในโรงเรือนหลังบ้าน จำนวน 50 กระด้ง ซึ่งจะเป็นโรงเรือนปิดกันนก และ สัตว์ที่จะมากินตัวหม่อนไหม จะใช้เวลา 23-25 วัน ตัวหม่อนไหมก็จะเข้าฝัก เป็นดักแด้ หลังจากนั้น ก็จะได้นำไป สาวเป็นเส้นไหม

นายพูนลัด กล่าวต่อว่า สำหรับการเลี้ยงตัวไหม ตนเองได้ปลูกต้นหม่อนเพื่อจะนำใบมาเลี้ยงตัวไหม โดยทุกวันจะออกเก็บใบหม่อนและนำมาให้ตัวหม่อนไหม วันหนึ่งตัวหม่อนไหม จะกินใบหม่อนวันละ 3 มื้อ ในการให้ใบหม่อนกับตัวไหม แล้วแต่บางคนที่จะให้น้อยให้มาก

ชาวบ้านวังขอนแดง ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กล่าวด้วยว่า ถ้าหากใครมีใบหม่อนเยอะก็สามารถให้ตัวโตและเต็มวัย และอ้วนสามารถนำมาผลิตเป็นเส้นไหมได้ และตัวไหมที่นำเส้นไหมออกแล้ว ก็จะแยกขายกิโลกรัมละ 130 บาท สำหรับเส้นไหมจะขายกิโลกรัมละ 1,300-1,500 บาท ซึ่งแต่ละเดือน แต่ละรอบสามารถสร้างรายได้ ให้แต่ละชุมชนแต่ละหลังคาเรือนหลายหมื่นบาทจนถึงแสน

...

ทั้งนี้ ชุมชนบ้านวังขอนแดง เป็นหมู่บ้านเพียงหนึ่งเดียวที่เลี้ยงหม่อนไหมและผลิตเส้นไหม คุณภาพออกสู่ตลาดจนได้รับความเชื่อถือว่าเป็น สินค้ามีคุณภาพ OTOP และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดพะเยา.