สถานการณ์กล้วยใน จ.ศรีสะเกษ ราคาก็สูงเกือบเท่าตัว แถมยังขาดแคลน แม่ค้าต้องนำเข้ากล้วยจากเวียดนาม เพื่อเข้ามาเสริมในช่วงนี้ เพราะภาคอีสานจำเป็นต้องใช้กล้วยในงานบุญ ชี้ กล้วยไทยผลผลิตลดลงจากเอลนีโญ

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ตลาดกล้วยในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านกุดโง้ง ต.โพนข่า อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ที่เป็นจุดรับซื้อและจำหน่ายกล้วยรายใหญ่รายหนึ่งของพื้นที่ พบกับ น.ส.สุชาดา กองพันธ์ อายุ 37 ปี เจ้าของบ้าน กำลังเตรียมกล้วยไปส่งลูกค้า ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านมีความต้องการสั่งซื้อกล้วยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงประเพณีบุญข้าวสาก หรือวันสารทลาว และสารทเขมร ส่งผลทำให้พ่อค้าแม่ค้ามียอดขายและสั่งจองกล้วยเพิ่มมากขึ้น และไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า จนต้องสั่งนำเข้ากล้วยจากเวียดนามเข้ามาเสริมในช่วงนี้

น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ทำธุรกิจค้ากล้วยมานานกว่า 30 ปีแล้ว เป็นธุรกิจครอบครัว เดิมทีคุณแม่เป็นคนริเริ่มทำมาก่อน ต่อมาตนจึงสืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยกล้วยที่นำมาขายก็จะเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ และกล้วยหอม สำหรับสถานการณ์กล้วยของไทยตอนนี้ ถือว่าขาดแคลนอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้อากาศร้อน ประกอบกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลทำให้ผลผลิตของเกษตรกรลดลงและขาดตลาด ราคาสินค้าก็แพงขึ้น

...

เจ้าของธุรกิจรับซื้อกล้วยใน จ.ศรีสะเกษ กล่าวต่อว่า ประกอบกับเป็นช่วงที่ชาวบ้านมีความต้องการใช้กล้วยเป็นจำนวนมาก เพื่อประกอบงานบุญ พิธีทำบุญข้าวสาก ตามประเพณีท้องถิ่น โดยต้องใช้กล้วยเป็นหลัก เพื่อนำมาทำข้าวต้มมัด และประกอบเครื่องเซ่นไหว้ ทำให้ตอนนี้ตนจึงต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหา ด้วยการสั่งซื้อกล้วยจากประเทศเวียดนามเข้ามาเสริม โดยผ่านเข้ามาทางด่านชายแดนช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี แต่ราคาที่ซื้อมาก็ไม่ได้ถูกเหมือนกัน เนื่องจากทางประเทศเวียดนามมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเช่นกัน

น.ส.สุชาดา กล่าวอีกว่า ทุกๆ ปีในช่วงเดือนกันยายน จะเป็นช่วงที่ตลาดต้องการกล้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงงานบุญสารทลาว สารทเขมร ถือเป็นช่วงที่ขายกล้วยได้ดีที่สุด ทำให้ทุกๆ ปีต้องสั่งซื้อกล้วยมาลงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เช่น จากปกติสั่งกล้วยมาลง 1 คันรถ หรือประมาณ 3-4 ตัน ถ้าเป็นช่วงนี้ก็ต้องสั่งกล้วยเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 คันรถ หรือประมาณ 6-8 ตัน

...

เจ้าของธุรกิจรับซื้อกล้วยใน จ.ศรีสะเกษ กล่าวด้วยว่า ส่วนราคาก็จะมีการปรับขึ้นทุกปี จากปกติจะขายหวีละ 20 บาท ก็จะขายเป็น 25-40 บาท ยิ่งเป็นกล้วยหอมทอง ราคาจะสูงไปถึงหวีละ 100 บาท ส่วนเรื่องการขายเราจะมีหน้าร้านขายที่ตลาดสดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เราจะไม่มีการขายแบบสั่งจอง รายได้จะอยู่ที่ประมาณ 150,000-200,000 บาทต่อเดือน.