ชาวบ้านที่ ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ใช้เวลาว่างรวมกลุ่มกันออกมาขุดไหลบัว ตามแหล่งน้ำแห้งไปขาย สร้างรายได้เสริมในช่วงแล้งฝน ไม่มีน้ำทำการเกษตร โดยแต่ละวันขุดได้ 40-50 กก. ทำให้พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัววันละ 400-500 บาท

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่ ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา พลิกวิกฤติเป็นโอกาส หลังน้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เริ่มที่จะแห้งขอด ไม่สามารถทำการเกษตรได้ จึงใช้เวลาว่างรวมกลุ่มกันออกมาขุดรากบัว หรือในท้องถิ่นเรียกกันว่า “ขุดไหลบัว” เพื่อนำไปขายสร้างรายได้เสริม

...

นางลั่นทม ซึกพุดซา อายุ 54 ปี ชาวบ้านที่มาขุดรากบัว บอกว่า ปีนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรแห้งขอด ไม่สามารถทำการเกษตรได้เหมือนทุกปี ตนและเพื่อนบ้านจึงรวมตัวกันออกมาขุดรากบัวภายในอ่างเก็บน้ำเพื่อนำไปขาย เป็นการหารายได้เสริมอีกทาง โดยบางรายที่นำวัวมาเลี้ยงแล้วปล่อยวัวกินหญ้าก็ไม่ได้ทำอะไร ก็ใช้เวลาว่างมาร่วมขุดรากบัวด้วย เพราะว่าการขุดไม่ต้องใช้เงินลงทุน เพียงแค่ออกแรงนิดหน่อยเท่านั้น เพราะรากบัวอยู่ไม่ลึก ขุดลงไปเพียง 20-30 เซนติเมตร ก็เจอแล้ว

การขุดรากบัวสังเกตจากจะมีห่อหรือใบอ่อนงอกขึ้นมา หลังจากขุดเสร็จก็จะนำมารวมกัน ล้างทำความสะอาด ชั่งน้ำหนักบรรจุใส่ถุงตามที่ลูกค้าสั่ง และยังสามารถแปรรูปทำรากบัวเชื่อมขายอีกด้วย ในแต่ละวันสามารถขุดรากบัวได้ประมาณ 50-60 กิโลกรัม จะขายส่งในราคา กิโลกรัมละ 40 บาท ส่วนรากบัวเชื่อมจะขายถุงละ 50-100 บาท เงินที่ขายได้ก็จะนำมาแบ่งเท่าๆ กัน ทำให้แต่ละวันมีชาวบ้านออกมาขุดรากบัว มีรายได้วันละ 400-500 บาท เป็นการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวได้อย่างดี

ด้าน ร.ต.ฐนนท์ธรณ์ กวีกิจรัตนา นายกเทศมนตรีตำบลบัลลังก์ เปิดเผยว่า ปีนี้ฝนตกน้อยมาก ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เริ่มแห้งขอด เกษตรกรในอำเภอโนนไทยไม่สามารถทำการเกษตรได้ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำ จึงได้รวมกลุ่มกันออกมาขุดรากบัว เพื่อหารายได้เสริมแต่ก็เกิดปัญหาคือขุดได้ปริมาณมากแล้วชาวบ้านไม่รู้จะไปขายที่ไหน ตนเล็งเห็นว่ารากบัวสามารถทำอาหารได้หลายอย่าง และยังมีสรรพคุณทางยา จึงได้ปรึกษาหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางในการขาย และการแปรรูปรากบัวเพื่อให้เก็บได้นาน มีมูลค่ามากขึ้นอีกด้วย.

...