ยกระดับเกษตรกรรมไทย "เกษตรกรหนุ่ม" หักมุมปลูกข้าวญี่ปุ่น "โคชิฮิคาริ" ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ส่งขายในราคากิโลกรัมละ 79 บาท ช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ตำบลขมิ้น อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร พบเกษตรกรหนุ่มหัวใสไฟแรงทดลองปลูกข้าวสายพันธุ์ญี่ปุ่นยอดนิยม "โคชิฮิคาริ" บนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ชูจุดเด่นข้าวคุณภาพพรีเมียม สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่าข้าวไทยทั่วไป เตรียมส่งออกจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 79 บาท
คุณพัศพน ชาติชำนิ หรือ คุณเจ เจ้าของแปลงนา เผยว่า ขณะนี้ข้าวโคชิฮิคาริที่ปลูกไว้ครบกำหนดเก็บเกี่ยวแล้ว โดยใช้ระยะเวลาเพาะปลูกรวมประมาณ 120 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำผลผลิตออกมาตากแดดเพื่อไล่ความชื้นให้ได้ตามมาตรฐาน ก่อนจะบรรจุใส่กระสอบขนาด 25 กิโลกรัม จำหน่ายในราคา 1,725 บาทต่อกระสอบ และแบบข้าวสารแพ็กเกจอย่างดีในราคากิโลกรัมละ 79 บาท
ส่วนการปลูกข้าวญี่ปุ่นในสภาพอากาศเมืองไทย ยอมรับว่ามีความท้าทายสูง เนื่องจากข้าวโคชิฮิคาริปกติจะใช้เวลาเติบโตในญี่ปุ่นเพียง 90 วัน แต่เมื่อนำมาปลูกที่สกลนครกลับใช้เวลานานขึ้นเป็น 120 วัน นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคเรื่องการควบคุมระบบน้ำ ซึ่งทางญี่ปุ่นนิยมใช้เทคนิคแห้งสลับเปียก หรือการแกล้งข้าวเพื่อให้รากแข็งแรงและดูดซึมปุ๋ยได้ดี
สำหรับปีนี้ถือเป็นปีแรก ผลผลิตที่ได้ประมาณ 600-700 กิโลกรัมต่อไร่ แม้จะยังไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ 1 ตันต่อไร่ เนื่องจากพื้นที่นาบางส่วนยังเป็นนาหล่มและไม่ราบเรียบสม่ำเสมอ แต่ในภาพรวมถือว่าน่าพอใจ และเรามีทีมงานคอยดูแลใกล้ชิดเพื่อแก้ปัญหาเรื่องแมลงและโรคพืชที่ทำให้รวงข้าวเปลี่ยนสี
ทั้งนี้ นอกจากปัญหาเรื่องสภาพพื้นที่แล้ว อุณหภูมิที่ร้อนจัดในช่วงข้าวออกรวงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ข้าวลีบหรือน้ำนมข้าวหายไป ซึ่งทางผู้ปลูกกำลังเร่งศึกษาและปรับปรุงกระบวนการดูแลให้มีความแม่นยำมากขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานผลผลิตข้าวญี่ปุ่นจากฝีมือคนไทยให้เทียบเท่าระดับสากล
...
อย่างไรก็ตาม ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนและยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน.