ผลไม้ดาวรุ่ง "เอบิว" นายอำเภอ จับมือ ททท.ตาก ปั้นสวนผลไม้สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน


วันที่ 17 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสผลไม้ทางเลือกใหม่กำลังมาแรงในพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก หลังเกษตรกรบ้านทรัพย์อนันต์ ตำบลช่องแคบ ประสบความสำเร็จในการปลูก เอบิว ผลไม้เมืองร้อนสายพันธุ์ต่างประเทศ จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งของพื้นที่ พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยว ชิมสดจากต้น สร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน

ขณะที่เกษตรกรในพื้นที่ ได้ปรับตัวจากการปลูกพืชไร่แบบเดิม มาสู่การทำสวนผลไม้ผสมผสาน และเปิดพื้นที่สวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศสวนอย่างใกล้ชิด เดินชมสวน ชิมผลไม้สด และเก็บผลเอบิวด้วยตนเอง กลายเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม

ทางด้าน ประดิษฐ์ ภูแช่มศรี อายุ 67 ปี เกษตรกรเจ้าของสวน เผยว่า เดิมทีตนปลูกผัก ปลูกข้าวโพดและปลูกพริก แต่ราคาผลผลิตไม่แน่นอน จึงหันมาปรับพื้นที่ทำสวนผลไม้ผสมผสานบนพื้นที่รวมกว่า 9 ไร่ และอีกแปลงประมาณ 30 ไร่ โดยปลูกทุเรียน อะโวคาโด ขนุน มะม่วง และผลไม้อีกหลายชนิด

...

ล่าสุดได้ทดลองปลูก เอบิว ซึ่งเริ่มให้ผลผลิตแล้ว 200 ต้น และมีอีกประมาณ 350 ต้นที่กำลังเติบโต คาดว่าปีหน้าจะให้ผลผลิตรวมกว่า 500 ต้น โดยเริ่มจากการซื้อต้นกล้าแบบเพาะเมล็ดในราคาต้นละประมาณ 80 บาท ก่อนนำมาขยายพันธุ์เพิ่มเติมเพื่อลดต้นทุน เนื่องจากต้นพันธุ์แบบกิ่งตอนมีราคาสูงถึงกิ่งละ 1,000–1,200 บาท

สำหรับเอบิวเป็นไม้ผลที่ให้ผลเร็ว ปลูกเพียงปีกว่าๆ ก็เริ่มติดดอกออกผล ใช้เวลาประมาณ 2 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ อีกทั้งการดูแลไม่ยุ่งยาก เน้นใช้ปุ๋ยอินทรีย์และให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวและพ่อค้าเดินทางมารับซื้อถึงสวน ในราคากิโลกรัมละประมาณ 150-200 บาท มีหลายขนาดให้เลือกชิมช็อป พร้อมทั้งขายกิ่งพันธุ์ให้กับนักท่องเที่ยวนำไปปลูกที่บ้าน

ขณะเดียวกัน นายธันย์ปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา นายอำเภอพบพระ พร้อมด้วย ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก ได้ลงพื้นที่เตรียมผลักดันสวนเอบิวแห่งนี้ ให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสิ่งแวดล้อมแห่งใหม่ของอำเภอพบพระ เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน

ทั้งนี้ เอบิวที่ปลูกในพื้นที่อำเภอพบพระ สามารถออกดอกและให้ผลผลิตได้หลายรุ่นตลอดทั้งปี จึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับ เอบิว หรือที่รู้จักในชื่อ Yellow Star Apple เป็นไม้ผลเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ต้นสูงประมาณ 8–10 เมตร สามารถปลูกและให้ผลผลิตได้ดีในประเทศไทย โดยเริ่มติดผลเมื่อมีอายุประมาณ 2 ปีขึ้นไป และสามารถออกดอกติดผลได้หลายรุ่นในหนึ่งปี

ปัจจุบันในประเทศไทยพบปลูกเอบิวอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ สายพันธุ์จากไต้หวัน และสายพันธุ์จากเวียดนาม ผลมีขนาดกลางถึงใหญ่ น้ำหนักประมาณ 300–600 กรัม เนื้อใสปนขาวขุ่น แน่นไม่เละ รสหวานหอม และมีน้ำยางน้อย จึงเป็นผลไม้ที่กำลังได้รับความนิยมในตลาด

อย่างไรก็ตาม การผลักดันเอบิวสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของอำเภอพบพระ ในการต่อยอดภาคการเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกรอย่างใกล้ชิด และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชนในอนาคต.