“ธรรมนัส” ลงใต้ ประกาศใช้มาตรการ “ปิดอ่าวไทย” 3 เดือน 3 จังหวัด ขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน พื้นที่ทะเลอ่าวไทย ประจำปี 2569 พร้อมปล่อยขบวนเรือตรวจการออกปฏิบัติการในพื้นที่เพื่อปกป้องและคุ้มครองทรัพยากรประมงฝั่งทะเลอ่าวไทย ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่และอาศัยเลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิด โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้องชาวประมง และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ณ บริเวณท่าเทียบเรือประมงชุมพร ตำบลปากน้ำชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน พื้นที่ทะเลอ่าวไทย ประจำปี 2569 ยังคงเป็นมาตรการที่กรมประมงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมพื้นที่บริเวณอ่าวไทย โดยแบ่งเป็นบริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง 2 ช่วงระยะเวลา ได้แก่ ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ - 15 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน 2569 ในบริเวณอาณาเขตตามแผนที่แนบท้ายของประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลางและเขตต่อเนื่องตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ ถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
...
มาตรการปิดอ่าวไทยเป็นมาตรการสำคัญที่ยึดหลักวิชาการ โดยกรมประมงมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทรัพยากรและวิถีการทำประมงที่เปลี่ยนแปลงไป ในปี 2568 มีการปรับปรุงประกาศเพิ่มเติม 4 ฉบับ เพื่อลดประสิทธิภาพการจับพ่อแม่พันธุ์ เปิดโอกาสให้สัตว์น้ำขยายพันธุ์ทดแทนในธรรมชาติอย่างสมดุล ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังสิ้นสุดมาตรการ อัตราการจับสัตว์น้ำต่อหน่วยความพยายาม (CPUE) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยสถิติการจับสัตว์น้ำในอ่าวไทยตอนกลางเพิ่มจาก 198 กิโลกรัมต่อวัน ในปี 2567 เป็น 276 กิโลกรัมต่อวัน ในปี 2568 ขณะเดียวกัน พบปลาทูขนาดเล็กเพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดมาตรการ สะท้อนการฟื้นตัวของทรัพยากรตามวงจรชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาสมดุลระบบนิเวศทางทะเล ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านรายได้ของพี่น้องชาวประมง ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว
กิจกรรมภายในงานนอกจากจะมีการประกาศใช้มาตรการฯ อย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีการประกอบพิธีบวงสรวงพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการประกาศใช้มาตรการ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยร้อยเอก ธรรมนัส ได้ให้เกียรติปล่อยขบวนเรือตรวจการประมง จำนวน 14 ลำ ออกปฏิบัติการตรวจติดตามและเฝ้าระวังการทำประมงในพื้นที่ และร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อฟื้นฟูทะเลอ่าวไทย ทั้งหมด 502,300 ตัว ประกอบด้วย กุ้งกุลาดำ จำนวน 500,000 ตัว และปลากระบอกดำ 2,300 ตัว มอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ประจำปี 2569 ให้แก่ประธานองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 13 ชุมชน
ตลอดจนเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงานที่นำเสนอข้อมูลความรู้ทางด้านประมงที่เกี่ยวข้องกับมาตรการ อาทิ ข้อมูลประเมินผลทางวิชาการของมาตรการปิดอ่าวไทย ประจำปี 2568 การจัดแสดงระยะไข่ของปลาทูซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การควบคุมตรวจสอบการทำการประมงของเรือประมงพาณิชย์โดยศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก การติดตามและเฝ้าระวังการทำประมงผ่านระบบติดตามเรือประมง (VMS) และแอปพลิเคชัน Fisheries Next นิทรรศการจากองค์การสะพานปลา และศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชจังหวัดชุมพร รวมถึงการจัดนิทรรศการ “ทะเลหยุดพัก สตรีรักษ์คุณค่า แปรรูปสร้างราคา คืนความสมดุลอ่าวไทย” ที่นำเสนอแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประมงเพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านชุมพรในช่วงปิดอ่าว และบูทแสดงสินค้าประมงแปรรูปที่ได้ตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว ซึ่งการันตีถึงความสด สะอาด ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม มาจำหน่ายภายในงานด้วย.
...