นายด่านศุลกากรช่องจอมยืนยันพื้นที่รับผิดชอบไม่มีมันสำปะหลังสวมสิทธิจากกัมพูชาลักลอบเข้าไทย พร้อมหารือทุกฝ่ายเกี่ยวข้องป้องกัน และนำรถตรวจการณ์ 5 คัน เฝ้าระวังเข้ม

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตามที่มีประเด็นการลักลอบขนมันสำปะหลังจากกัมพูชาอ้อมลาวเข้าไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาตกและเกษตรกรไทยได้รับความเดือดร้อนนั้น นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีฯ  นางสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศุลกากรภาค 2 ได้กำชับเป็นนโยบายหลักให้ด่านศุลกากรช่องจอมและด่านศุลกากรช่องสะงำ ที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด ในเขตอีสานใต้ คือ ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์และนครราชสีมา ซึ่งมีพรมแดนติดกัมพูชาเร่งกวดขันอย่างจริงจัง ตนจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือ เพื่อบูรณาการร่วมกันระหว่างพาณิชย์จังหวัด ด่านตรวจพืช ประชาสัมพันธ์จังหวัดและผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลต่างๆ ตลอดจนเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อีกทั้งกำหนดมาตรการในการกำกับดูแลและควบคุมสินค้าเกษตรประเภทต่างๆ ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศอันอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยโดยจะต้องไม่สร้างภาระและผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่สุจริตอีกด้วย

ทั้งนี้ จากการหารือทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่า มันสำปะหลังสามารถนำเข้าได้โดยเสรี ไม่มีการกำหนดโควต้าจากกระทรวงพาณิชย์และที่เข้ามาในไทยนั้น มาจากลาวไม่ใช่กัมพูชาตามความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากลาวเก็บภาษีขาเข้ามันสำปะหลังจากกัมพูชาในอัตรา 40% ไม่มียกเว้นภาษีกรณีเป็นสินค้าผ่านแดน ซึ่งเมื่อรวมค่าขนส่งแล้วทำให้ไม่น่าคุ้มทุนถ้าจะมาเส้นทางนี้ นอกจากนั้น ก่อนออกจากลาวเองก็ต้องมีการรับรองถิ่นกำเนิดจากหน่วยงานของลาวและเมื่อเข้าไทยก็จะมีด่านตรวจพืชของไทยตรวจซ้ำอีกรอบเช่นกัน โดยทั้งหมดที่กล่าวมาต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบการปฏิบัติพิธีการทางศุลกากรซึ่งสามารถพิสูจน์และตรวจสอบได้

...

นายประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องมันสำปะหลังกัมพูชาสวมสิทธิ์ลาวเข้ามาไทยขอยืนยันว่า ไม่มี อีกทั้งรัฐบาลให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของเกษตรกรในเขตอีสานใต้เป็นอันดับต้นๆ รวมถึงตนเข้าใจดีว่า คนไทยเองไม่อยากให้เราข้องแวะกับบางประเทศ ซึ่งนับจากวันนี้ ได้จัดรถตรวจการณ์ศุลกากร 5 คัน เพื่อกดดันขบวนการลักลอบสินค้าไม่พึงปรารถนาประเภทต่างๆ และขอย้ำว่า เจอ จับ จริง ไม่มีเจรจา อย่างแน่นอน