สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรเปิดตัว "EUDR Thailand Traceability Platform" แพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับระดับประเทศ เพื่อรองรับกฎระเบียบการส่งออกสินค้าเกษตรไทยเข้าอียู 

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA ได้จัดพิธีเปิดงาน "Go Live: EUDR Thailand Traceability Platform" เปิดตัวแพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับระดับประเทศพร้อมใช้งานจริง เพื่อรองรับกฎระเบียบ European Union Deforestation-free Regulation (EUDR) ที่ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาตลาดส่งออกสินค้าเกษตรของไทยมูลค่ากว่า 20,800 ล้านบาทต่อปี ตอกย้ำความพร้อมของไทยในการคงสถานะประเทศความเสี่ยงต่ำตามเกณฑ์สหภาพยุโรป โดนมี นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรม ที.เค.พาเลซ กรุงเทพฯ

นายกฤษ กล่าวว่า จากรายงานของ FAO (Food and Agriculture Organization) และ UNEP (2020) หรือ United Nations Environment ระบุว่า โลกสูญเสียพื้นที่ป่ากว่า 10 ล้านเฮกตาร์ต่อปี ในช่วงปี 2015–2020 รวมสะสมกว่า 80 ล้านเฮกตาร์ นับตั้งแต่ปี 1990 สหภาพยุโรปจึงออกกฎ EUDR กำหนดให้สินค้าที่นำเข้า EU ต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า มีพิกัดแปลงผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้และต้องปฏิบัติตามกฎหมายประเทศต้นทางอย่างถูกต้อง แม้ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ แต่การปฏิบัติตามข้อกำหนดยังเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME และเกษตรกรรายย่อย

จากข้อมูล UN Comtrade ปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าเกษตร 7 กลุ่ม ที่อยู่ในเกณฑ์ EUDR ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน วัว ไม้ กาแฟ โกโก้ และถั่วเหลืองไปสหภาพยุโรปรวมกว่า 1.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6.49 หมื่นล้านบาท) ดังนั้น การพัฒนาเครื่องมือ เพี่อสร้างระบบรองรับในระดับประเทศจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ไทยปรับตัวทันต่อกติกาโลกใหม่และแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติการปฏิบัติตามข้อกำหนด EUDR จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพิกัดแปลงผลิต หลักฐานสิทธิในที่ดิน หรือ การจัดทำเอกสาร Due Diligence Statement (DDS) ซึ่งหากขาดระบบกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นมาตรฐานจะเป็นการเพิ่มภาระงานและต้นทุน รวมถึงเสี่ยงต่อการสูญเสียโอกาสทางการค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรต้นน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

...

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า เพื่อรองรับข้อกำหนด EUDR อย่างเป็นรูปธรรม ARDA องค์การมหาชน ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ และในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุน (PMU) ในการบริหารงบประมาณวิจัยกองทุนด้าน ววน. ได้สนับสนุนงานวิจัย 9 โครงการ สำคัญในปี 2568 ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบตรวจสอบย้อนกลับ การเชื่อมข้อมูลพิกัดแปลงผลิต–ภาพถ่ายดาวเทียม การทวนสอบสิทธิที่ดิน การปรับมาตรฐานแผนที่เกษตร การตรวจสอบกฎหมายไม้ไทย การวิเคราะห์ตลาด ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายวิทยากรถ่ายทอดสู่เกษตรกรกว่า 1,000 รายในพื้นที่เป้าหมาย สำหรับแพลตฟอร์ม EUDR Thailand Traceability Platform นั้น ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการจัดทำ Due Diligence Statement (DDS) ที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นไปตามข้อกำหนดของ EU ช่วยลดความซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาดในการจัดทเอกสาร ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้คู่ค้าในยุโรปและสนับสนุนให้ไทยสามารถคงสถานะประเทศความเสี่ยงต่ำได้อย่างต่อเนื่อง โดยระบบถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ SMEs และเกษตรกรรายย่อย

ทั้งนี้ ARDA จะเปิดให้ใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวตั้งแต่ 21 ม.ค.2569 เป็นต้นไปทาง https://eudrthai.com/cms/admin/login โดยผู้ประกอบการที่จะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปเป็นครั้งแรกจะยื่น DDS เพียงครั้งเดียว ขณะที่ผู้ประกอบการปลายน้ำและผู้ค้าไม่ต้องยื่นซ้ำ แต่ต้องเก็บและส่งต่อหมายเลขอ้างอิงของ DDS เดิม ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยในระดับผู้ผลิตเบื้องต้นสามารถยื่นเอกสารรับรองแบบครั้งเดียว (one-off simplified declaration) เพื่อใช้แทนการยื่น DDS ทุกครั้ง 

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการสรุปสาระสำคัญของกฎระเบียบ EUDR และเทคโนโลยีของแพลตฟอร์มที่สามารถรวบรวมพิกัดแปลงปลูก (Geolocation) เพื่อออกเอกสาร Due Diligence Statement (DDS) ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการนำเสนอที่มาของมาตรการ ฐานข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกว่า 15 ฉบับและความสำเร็จของเครือข่ายถ่ายทอดความรู้ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ปี 2569 จะเป็นปีที่เกษตรไทยก้าวขึ้นสู่บนเวทีโลกในฐานะผู้ผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ARDA เชื่อมั่นว่า แพลตฟอร์มนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้งานได้จริง ช่วยสร้างรายได้ เพิ่มความมั่นคงให้เกษตรกรและรักษาผืนป่าไทยควบคู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน