คณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย หรือ THAICID จัดแถลงข่าวการจัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2025 เปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการประจำปี 2568 (The THAICID Network Week for Integrated Knowledge Sharing 2025; THAICID-NWIKS 2025) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 - 9 กรกฎาคม 2568 ณ สถาบันพัฒนาการชลประทาน กรมชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย (THAICID) ร่วมกับกรมชลประทาน สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาวิศวกร สมาคมนักอุทกวิทยาไทย สมาคมไทยไอโอที เครือข่ายสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการและเอกชน กำหนดจัดงาน THAICID-NWIKS 2025 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการในหัวข้อหลักสำคัญคือ “ประเทศไทยพร้อมที่จะรับมือผลกระทบระยะยาวและรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกแล้วหรือยัง?” (Is THAILAND Ready to Face the Long-term and Extreme World Impacts of Climate Change?) โดยในปีนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการตลอดทั้ง 3 วัน ประกอบด้วย การประชุมวิชาการระดับชาติ 18th THAICID National Symposium 2025 จัดโดยคณะทำงานด้านวิชาการ THAICID เจาะลึก 3 ประเด็นหลักที่น่าสนใจ 1. การใช้เทคโนโลยีและระบบประมวลผลในการบริหารจัดการน้ำในยุคโลกรวน (Implementation of Technology and Processing Systems toward Water Management Systems under Uncertain Global Era) 2. การขับเคลื่อนและเตรียมพร้อมในการรองรับการจัดการภัยพิบัติแบบผลกระทบรุนแรงต่อการบริหารจัดการน้ำ (Driving and Preparing for Extreme Disaster Impact on Water Management) และ 3. การจัดการน้ำเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคเกษตรอย่างยั่งยืน (Agriculture Water Managements toward Sustainable Reduction of Carbon Emissions)
การเสวนาวิชาการภายใต้หัวข้อ “อนาคตชาวนากับการทำนาแบบใช้น้ำน้อย Chapter 6” ตอน โลกเดือดบ่เคยปรานี แต่เกษตรกรเราก็มีวิธีอยู่กับมัน โดยคณะอนุกรรมการด้านวิชาการ สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทานในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านน้ำและระบบนิเวศในนาข้าว (INWEPF-Thailand) โดยจะนำเสนอเรื่องราวแนวทางการปรับตัวของชาวนาไทยในยุคที่กำลังเผชิญกับโลกเดือด การนำแนวคิด Nature-based Solutions (NbS) หรือแนวทางแก้ปัญหาด้วยธรรมชาตินำมาใช้การจัดการน้ำในระบบนิเวศเกษตรที่ใช้วิธีธรรมชาติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความยั่งยืนของระบบนิเวศและการเกษตร แนวทางเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์การ "อยู่รอด" ในโลกที่ร้อนขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตในอนาคต และช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เกษตรกรไทยว่าเป็น "ผู้ดูแลโลก" ไม่ใช่เพียง "ผู้ผลิตข้าว"
การอบรมเชิงปฏิบัติการ ดงตาล Software Days จัดโดยสถาบันพัฒนาการชลประทาน ภายใต้ความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา และสำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน ประกอบไปด้วย การนำเสนอบทความทางวิชาการ การนำเสนอโปสเตอร์ การออกบูธแสดงผลงาน นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ กิจกรรมการแสดงกลางแจ้งจากหน่วยงานเครือข่าย มาร่วมขับเคลื่อนในงานด้านวิชาการ และสนับสนุนการดำเนินงานด้านการชลประทานและระบายน้ำของประเทศ ซึ่งบทสรุปจากงานประชุมครั้งนี้ จะเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำได้ในอนาคต
นอกจากเนื้อหาทางวิชาการที่เข้มข้นและทันเหตุการณ์แล้ว ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานนวัตกรรมจากภาคสนาม เช่น ระบบชลประทานอัจฉริยะ (Smart Irrigation) เทคนิคเปียกสลับแห้งเพื่อข้าวยั่งยืน การใช้ AI และแบบจำลองคณิตศาสตร์เพื่อจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ อีกทั้งยังได้ฟังวิสัยทัศน์และมุมมองระดับประเทศจากศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะภาคการเกษตร จึงขอเชิญชวนองค์กรเครือข่าย สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ และเอกชน ตลอดจนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ระหว่างวันที่ 7 - 9 กรกฎาคม 2568 ณ สถาบันพัฒนาการชลประทาน กรมชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทางเว็บไซต์ “thaicid.rid.go.th”