อดีตกำนันตำบลสองคลอง อ.บางปะกง ชี้ ต้นเหตุพาปลาหมอคางดำกระจายรวดเร็ว คือ นกกาน้ำและนกกระยาง กินปลาแล้วมาคายลงบ่อกุ้ง ขณะที่ ล่าสุด มาถึง อ.บางปะกงแล้ว ประธานสภา อบต.เตือนชาวบ้านให้กรองท้ายท่อก่อนดูดน้ำเข้าบ่อกุ้ง ส่วนชาวบ่อกุ้งนอยด์จัด เพิ่งปล่อยลูกกุ้งขาวไปแสนตัว จนต้องลากอวนตรวจทุกวัน

จากกรณีการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วของปลาหมอคางดำ ที่คุกคามแหล่งน้ำและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างเต็มรูปแบบ อยู่ได้ทุกน้ำ ทนทานทุกสภาพแวดล้อม กระจายตัวรวดเร็วในหลายๆ จังหวัด และที่สำคัญสามารถแพร่พันธุ์ได้ทั้งทางน้ำ ทางบก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสมยศ จันทร์เกษม อายุ 67 ปี อดีตกำนัน ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การระบาดอย่างรวดเร็วของปลาหมอคางดำในประเทศไทย ตามที่กำลังตกเป็นกระแสข่าวใหญ่อยู่ในขณะนี้ นอกจากการแพร่ระบาดจะมาจากคนที่เป็นตัวการนำเข้ามาแล้ว ยังพบว่าการแพร่กระจายเข้ามายังในพื้นที่ ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา นั้น มีการไหลมาตามกระแสน้ำในลำคลองที่เชื่อมต่อถึงกัน จากในเขตพื้นที่ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ รวมถึงยังมีชายฝั่งทะเลอยู่ติดกันอีกด้วยนั้น

...

จากประสบการณ์ที่พบมา ปลาหมอคางดำยังสามารถแพร่กระจายเข้ามาทางอากาศได้ด้วย โดยอาศัยนกกินปลา ทั้งนกกระยางและนกกาน้ำ ที่สามารถดำดิ่งลงไปงมจับปลาจากได้น้ำขึ้นมากินได้ ก่อนที่จะคาบนำบินขึ้นไปสู่ท้องฟ้า และในขณะที่กำลังลอยอยู่บนอากาศ นกตัวที่กินอิ่มมากจนเต็มท้องแล้ว ยังมีการสำรอกหรือขย้อนตัวปลาที่ยังไม่ตายออกมา จนปลาหลุดจากปากที่กำลังคาบอยู่ ตกลงไปยังในแหล่งน้ำธรรมชาติ และบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของชาวบ้าน จึงทำให้การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ สามารถกระจายตัวไปได้กว้างไกลมากยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ส่วนตัวไข่ของปลาหมอคางดำ ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวกันว่าที่ จ.สมุทรสงคราม เกษตรกรตากบ่อปลาทิ้งเอาไว้เป็นเวลานานกว่า 2 เดือนแล้ว ยังสามารถฟักออกมาเป็นตัวได้อีก จึงเชื่อว่าปลาหมอคางดำที่ถูกนกกระยาง และนกกาน้ำ ซึ่งเป็นนกที่มีอยู่ในพื้นที่ อ.บางปะกง นั้น กินเข้าไปแต่ในตัวปลายังมีไข่อยู่ในท้องด้วย เมื่อนกถ่ายมูลออกมาลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หรือชายฝั่งทะเลในบริเวณนี้แล้ว ไข่ปลาอาจจะยังไม่ตายและฟักเป็นตัวออกมาก็อาจเป็นไปได้ จึงถือเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดกระจายตัวไปได้ไกลเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

"ตนเองอยากเสนอให้กรมประมง นำปลากะพงขนาดใหญ่มากกว่าที่ปล่อยอยู่ในตอนนี้ ควรนำปลากะพงจาน หรือปลาขนาด 4-5 นิ้ว ลงไปจัดการปลาหมอคางดำให้หมดไป เพราะดูขนาดปลาที่ปล่อยอยู่ในขณะนี้ เพียงแค่ 3-4 นิ้ว ก็คงจะกินลูกปลาหมอคางดำได้ไม่มาก ควรจะจัดการพ่อแม่ปลาที่ขยายพันธุ์ ด้วยปลากะพงที่ตัวใหญ่กว่า" นายสมยศ กล่าว

...

ด้าน นายปัญญา กรัดประพัน อายุ 55 ปี ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสองคลอง และเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กล่าวว่า ตนเองเลี้ยงปลานิล และกุ้งขาว เลี้ยงไว้ในบ่อเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ซึ่งเมื่อวานนี้ ลูกบ้านในพื้นที่ ม.5 ต.สองคลอง อ.บางปะกง ได้วางยอลงในคลองพระยาวิสูตร ซึ่งเป็นคลองที่อยู่หลังบ้าน ขณะนำยอขึ้นมาก็พบปลาหมอคางดำติดขึ้นมากับยอ 6 ตัว สังเกตในปากของปลาหมอคางดำมีไข่อยู่ในปาก และบางตัวที่ผ่าท้องออกมา ก็มีไข่ปลาสีส้มอยู่ในท้องของปลาหมอคางดำ จึงได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบและเตรียมป้องกันรับมือ เพราะปลาหมอคางดำเข้ามาระบาดในพื้นที่แล้ว การป้องกันในตอนนี้ คือ การงดดูดน้ำจากในคลอง แต่ถ้าจำเป็นต้องดูดก็ต้องหาตาข่ายมากรองหลายๆ ชั้น เพื่อป้องกัน และก็ต้องคอยระวังนกต่างๆ ที่จะโฉบมากินปลากินกุ้งที่บ่อ ที่เพราะอาจจะนำไข่ปลา หรือลูกปลาที่ยังไม่ตาย ขย้อนออกมาลงสู่บ่อได้

...

ส่วน น.ส.ศิริจันทร์  ยิ้มวิไล อายุ 38 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เปิดเผยว่า ตอนนี้รู้สึกกังวลมาก เพราะทราบข่าวจากผู้นำชุมชนว่าเจอปลาหมอคางดำในคลองแล้ว ตนเองเพิ่งจะปล่อยปลานิล และลูกกุ้งขาวลงไปในบ่อ 100,000 ตัว หากปลาหมอหลุดเข้ามาในบ่อตนคงจะกินลูกกุ้ง และปลานิลหมดบ่อแน่ๆ จึงทำตามคำแนะนำโดยนำอวนลองมาลากในบ่อดู ว่ามีปลาหมอคางดำหลุดเข้ามาในบ่อหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เจอพบเพียงแต่ปลาหมอไทยที่อยู่ในบ่อเท่านั้น ยอมรับว่ากลัวมากคงไม่กล้าดูดน้ำหรือถ่ายน้ำในบ่อเวลานี้.

...