ชาวบ้านที่ อ.หัวไทร เมืองคอน เผชิญกับปลาหมอคางดำ โผล่ระบาดแพร่พันธุ์กระจายทุกสายน้ำในอำเภอ ผลกระทบกว้างขวางต่อแหล่งปลากระบอกพื้นถิ่น ขณะที่ จนท.ประมงบอกพันธุ์นี้อึด อยู่ได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอหัวไทร นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวได้เข้าสำรวจร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ เส้นทางน้ำเข้าบ่อกุ้ง บ่อปูดำ ท้องที่หมู่ 9 ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร นครศรีธรรมราช หลังจากชาวบ้านระบุว่าในทุกสายน้ำของอำเภอหัวไทร สามารถพบปลาชนิดนี้จำนวนมาก หลังจากที่ได้ทอดแหเพียงครั้งเดียว ปรากฏว่าพบลูกปลาหมอคางดำนับร้อยตัวปะปนกับลูกปลานวลจันทร์ทะเลเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น และปลาหมอคางดำเหล่านี้มีความสมบูรณ์ทางเพศ มีอายุ 2-3 เดือน แม้จะตัวเล็กแต่สามารถผสมพันธุ์ แพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว บางตัวมีไข่เต็มท้อง บางตัวอมลูกไว้ในปาก ตามลักษณะการเลี้ยงลูกของสายพันธุ์นี้
...
นอกจากนั้น ยังพบว่ามีจุดระบาดที่สำคัญอยู่ที่ปากคลองชะอวด-แพรกเมือง ตำบลหน้าสตน โดยลำคลองสายนี้เป็นคลองพระราชดำริ ที่ระบายน้ำมาจากอำเภอชะอวด มาจนถึงหัวไทร ออกทะเลที่ปากน้ำแพรกเมือง ปรากฏปลาชนิดนี้อยู่เป็นจำนวนมาก สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือจะระบาดไปอยู่ในลำคลองลึกไปจนถึงเชียรใหญ่-ชะอวด แล้วหรือไม่
นายนันทวี แขกพงค์ ชาวหมู่ 9 ตำบลหน้าสตน ระบุว่า พบปลาชนิดนี้มาได้ราว 1 ปีแล้ว และขยายเร็วมากจนน่ากลัว การทอดแหหาปลาและสัตว์น้ำของชาวบ้าน พบว่ามีผลกระทบแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มปลากระบอก แต่เดิมมีอยู่อย่างชุกชุมในพื้นที่ปากน้ำ น้ำกร่อย แต่ทุกวันนี้เมื่อทอดแหไปได้ปลากระบอกน้อยลงหรือไม่ได้เลย ทุกครั้งจะได้หมอคางดำมาแทน บางรายมีการหาปลาชนิดนี้มาขายให้กับชาวประมงกลุ่มลอบปูเป็นหลัก นำมาทำเป็นปลาเหยื่อในลอบดักปูในกิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนที่มานั้นชาวบ้านไม่รู้เลยว่าเข้าสู่แหล่งน้ำในพื้นที่ได้อย่างไร
ขณะที่ เจ้าหน้าที่สำนักงานประสานงานโครงการพระราชดำริ หรือ กปร. ระบุว่า สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างของปลาชนิดนี้ คือ สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้ง 3 น้ำ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เมื่อเทียบกับปลากระบอกจะอาศัยอยุ่ที่ความเค็มประมาณ 20-25 PPM. แต่ปลาหมอคางดำสามารถอยู่ได้ที่ความเค็มสูงถึง 30 PPM. โดยในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ กปร.จะไปร่วมรับซื้อปลาหมอคางดำจากชาวบ้านที่จัดกิจกรรมกวาดล้างปลาหมอคางดำในพื้นที่อ่าง 180 ไร่ บ้านหน้าโกฏิ อำเภอปากพนัง รอยต่ออำเภอหัวไทร
...
ทั้งนี้ การกำจัดควบคุมปลาหมอคางดำ ในพื้นที่น้ำกร่อยปากแม่น้ำ ทางกรมประมงมีข้อเสนอให้ใช้ปลานักล่าเพื่อกำจัดลูกปลาหมอคางดำ นั่นคือ ปลากะพงขาวขนาดยาว 3-5 นื้ว และปลาอีกง ที่แนะนำให้มีการปล่อยปลานักล่าลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อกำจัดลูกปลาหมอคางดำที่มีขนาดไม่เกิน 7 ซม. โดยปลากะพง 1 ตัว จะกินลูกปลาหมอได้ 7-20 ตัวใน 1 รอบวัน ทั้งนี้ต้องมั่นใจว่าในพื้นที่มีปลาหมอสีคางดำมาก เพราะปลานักล่าก็กินปลาพื้นถิ่นเป็นอาหารได้เช่นกัน ส่วนการปล่อยปลานักล่าคู่กับบ่อกุ้งทะเล แนะนำให้ปล่อยในสัดส่วนน้อยกว่ากุ้งทะเล 3-6 เท่า และจะต้องปล่อยปลานักล่าขนาดใหญ่เท่านั้น นอกจากนี้ ในแหล่งน้ำจืดที่ความเค็มต่ำ ยังสามารถใช้ปลาช่อน และปลากดเหลือง ที่เป็นปลานักล่า เพื่อควบคุมประชากรปลาหมอคางดำได้เช่นกัน.