อธิบดีกรมชลประทาน เผย ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมา ควบคู่กับการตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (20 มิ.ย. 67) ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 38,241 ล้าน ลบ.ม. (50% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 38,096 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 9,846 ล้าน ลบ.ม. (40% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 15,025 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนปี 2566/67 ทั้งประเทศไปแล้วกว่า 5,853 ล้าน ลบ.ม. (38% จากแผนฯ) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 2,142 ล้าน ลบ.ม. (43% จากแผนฯ)

กรมชลประทาน ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมา ควบคู่กับการตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ที่สำคัญให้กำจัดผักตบชวา/สิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ พร้อมปฏิบัติตาม 10 มาตรการรับมือฝนปี 67 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบอย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์.