กรณีทำนบดินในโครงการขยายสถานีสูบน้ำปากคลองประเวศบุรีรมย์พังถล่ม ที่หมู่ 3 ต.บางกรูด อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา หลังน้ำทะเลหนุนสูงทำน้ำเค็มทะลัก และตอนนี้ก็ยังกั้นไม่ได้ จนเกรงอาจจะกระทบการทำประปา

กรณีเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 เม.ย. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุทำนบดินในพื้นที่โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่าถั่ว ซึ่งอยู่ใกล้กับปากคลองประเวศบุรีรมย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.บางกรูด อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พังทลายลง จนทำให้น้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกง ซึ่งขณะนี้มีค่าความเค็มสูงถึงกว่า 25-30 กรัมต่อลิตรไหลทะลักเข้าไปยังภายในลำคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ กทม. และคลองสาขาอีกจำนวนมากที่ต้องการใช้น้ำจืด โดยเหตุเกิดเมื่อคืนนี้ช่วงประมาณ 19.30 น. ซึ่งเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง

หลังจากนั้นทางผู้รับเหมาได้เร่งทำทำนบดินใหม่เพื่อกั้นกระแสน้ำเค็ม แต่ก็ไม่สามารถอุดรอยรั่วได้ โดยจากเหตุการณ์นี้อาจจะมีบ้างที่น้ำเค็มได้ไหลเข้าไปแล้วในลำคลองสาขาที่เชื่อมต่อกับคลองประเวศบุรีรมย์ เช่น คลองขุนพิทักษ์ คลองแขวงกลั่น คลองลัดยายหรั่ง ใน อ.บ้านโพธิ์ คลองเปรง คลองอุดมชลจร อ.เมืองฉะเชิงเทรา คลองพระยาสมุทร คลองพระยานาคราช คลองกระแชงเตย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ หรืออาจไปไกลถึงคลองสำโรงใน อ.บางปะกง โดยสัตว์น้ำจืดภายในคลองอาจจะน็อกน้ำและตายได้

...

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบริเวณตลาดคลองสวน 100 ปี บริเวณหน้าวัดคลองสวน ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน พบว่าปลาน้ำจืดที่เคยว่ายอยู่บริเวณดังกล่าวได้หายไปจนเกลี้ยงส่วนปลาน้ำจืดบางส่วนก็ค่อยลอยคอน็อกน้ำ เนื่องจากน้ำเค็มไหลเข้าคลองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพอเดินทางไปที่ประตูระบายน้ำก็พบว่ายังไม่มีการกั้นแนวคันดินเพื่อกั้นน้ำเค็ม ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการนำทรายใส่ถุงบิ๊กแบ็ก โดยน้ำทะเลที่อยู่ในแม่น้ำบางปะกงก็เพิ่มสูงขึ้นและไหลทะลักลงคลองอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หากยังไม่สามารถกั้นน้ำเค็มได้ก็อาจจะมีผลกระทบเกี่ยวกับการผลิตน้ำประปาแน่นอน.