ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะโค-กระบือ เฝ้าระวังโรคแอนแทรกซ์ หลังพบผู้ป่วยใน สปป.ลาวแล้ว 3 ราย ย้ำแม้จะยังไม่มีรายงานการระบาดในไทย แต่อยากให้ระมัดระวัง หากรับประทานลาบดิบ ก้อยดิบ ขอให้เลือกซื้อเนื้อหมู และเนื้อวัวจากแหล่งน่าเชื่อถือ

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ มีการจัดงานบุญในหมู่บ้าน ก็ยังคงนิยมกินทั้งลาบสุก และดิบ เพราะเป็นวิถีการกิน และความชื่นชอบของคนอีสาน แต่ก็จะระมัดระวังในการเลือกซื้อหาเนื้อวัว หรือเนื้อหมูชำแหละ  ที่จะนำมาประกอบอาหารมากขึ้น โดยจะเลือกซื้อจากเขียงที่ผ่านการชำแหละอย่างถูกวิธี สะอาดมีมาตรฐาน เพราะหากซื้อจากตลาด หรือแหล่งที่ไม่รู้จัก ก็ไม่รู้ว่าเนื้อหรือหมูดังกล่าวจะมาจากสัตว์ที่ป่วยหรือติดเชื้อหรือไม่  

นายสมร อายุ 57 ปี ชาวบ้านในอำเภอลำปลายมาศ กล่าวว่า กินลาบเนื้อ และลาบดิบมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีอาการเจ็บป่วย หรือโรคแทรกซ้อนอะไร แต่หลังจากที่มีข่าวว่ามีโรคหูดับ หรือโรคแอนแทรกซ์ ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ ก็รู้สึกกลัว ก็จะระมัดระวังในการกินเนื้อ หรือหมูดิบมากขึ้น ส่วนมากก็จะกินช่วงที่มีงานบุญต่างๆ แต่หากซื้อไปประกอบอาหารรับประทานเองก็จะเลือกซื้อเนื้อ หรือหมูชำแหละจากเขียง หรือแหล่งที่มาที่มั่นใจว่าปลอดภัย    

...

ด้านนายสัตวแพทย์อภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า จากที่กรมปศุสัตว์ได้มีการแจ้งเตือนการพบโรคแอนแทรกซ์ ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนในประเทศลาว โดยมีสาเหตุจากการบริโภคเนื้อโค-กระบือดิบ ตามรายงานข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 ว่ามีการพบผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ 3 ราย ที่เมืองสุขุมา แขวงจำปาสัก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ได้มีการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยสั่งการให้ด่านกักกันสัตว์ตามแนวชายแดนไทย-ลาว เข้มงวดตรวจสอบการลักลอบนำเข้าโค กระบือ แพะ และแกะที่มีชีวิต รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ และให้เตรียมความพร้อมด้านวัคซีนป้องกันโรค และขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ แพะ และแกะ ให้ดูแลสังเกตสัตว์เลี้ยงของตนเองให้ดี 

จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในการเฝ้าระวังการเกิดโรคแอนแทรกซ์ ซึ่งเป็นโรคสัตว์ติดต่อสู่คน โดยขอเรียนว่าที่จังหวัดบุรีรัมย์ หรือในประเทศไทย ยังไม่มีรายงานการเกิดโรคนี้มานานแล้ว ซึ่งโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดเฉียบพลันที่ชื่อว่า Bacillus anthracis จะมีแผลที่ผิวหนัง แผลที่ทางเดินอาหาร หรือปอด พูดง่ายๆ คือ คนที่เลี้ยงสัตว์ถ้าเกิดเห็นว่าสัตว์เลี้ยงเป็นแผลแล้วไม่มั่นใจ สามารถที่จะไปตรวจโรคได้ว่าสัตว์ที่เลี้ยง หรือป่วยผิดปกติ สำหรับลักษณะบ่งชี้ที่ชัดเจนหากสัตว์เลี้ยงป่วยเป็นโรคนี้คือ จะป่วยมีไข้สูง แต่จะต้องผ่านการตรวจจึงจะยืนยันได้ว่าได้ป่วยเป็นโรคแอนแทรกซ์จริงหรือไม่

วิธีสังเกตสำหรับอาการของสัตว์ที่ป่วยคือ จะไม่ค่อยกินหญ้า ไม่ค่อยเคี้ยวเอื้อง มีน้ำลายปนเลือด หายใจลำบากเนื่องจากเป็นแผลที่ปอด และที่ผิวหนัง ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่กินอาหาร บางตัวอาจมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก ซึ่งถ้าเกิดสัตว์เลี้ยงเสียชีวิตส่วนใหญ่แล้วจะมีเลือดออกทางช่องปาก ทางจมูก ทางรูทวาร หรืออวัยวะเพศ เลือดจะมีกลิ่นเหม็นคาว และไม่แข็งตัว เพราะฉะนั้นเวลาสัตว์เลี้ยงตายผิดปกติ จึงไม่ควรจะผ่าซากเอง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ให้ทราบโดยด่วน จะได้เข้าไปควบคุม ที่สำคัญคือไม่ควรนำเนื้อสัตว์ไปรับประทานแบบดิบๆ เพราะจะทำให้ติดเชื้อได้

สุดท้ายนี้เพื่อไม่ให้เกิดความตระหนกตกใจ ก็ยังขอยืนยันว่า ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ยังไม่มีการเกิดโรคนี้ขึ้นแต่อย่างใด ทั้งหมดเป็นเพียงการแจ้งเตือนเพื่อเฝ้าระวังเท่านั้น.