กรมชลประทาน รายงานว่า 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีอยู่ 60% ของความจุอ่างรวมกัน ขณะที่การทำนาปรังทั่วไทยทำไปแล้ว 8.41 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยาทำแล้ว 5.64 ล้านไร่ เกินกว่าแผนที่วางไว้ จึงขอความร่วมมืองดทำนาปรังรอบ 2 เพื่อไม่ให้กระทบกับน้ำที่มีอยู่จำกัด

วานนี้ (15 ก.พ. 2567) นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 52,974 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 14,867 ล้าน ลบ.ม. (60% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จนถึงขณะนี้ทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้วกว่า 13,216 ล้าน ลบ.ม. (53%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 4,743 ล้าน ลบ.ม. (55%)

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวต่อว่า ด้านสถานการณ์การเพาะปลูกข้าวนาปรัง พบว่าทั้งประเทศมีการทำนาปรังไปแล้วกว่า 8.41 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 145 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการทำนาปรังไปแล้วประมาณ 5.64 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 186 ของแผนฯ จะเห็นได้ว่า มีการทำนาปรังเกินกว่าแผนที่วางไว้ไปมาก ทำให้ต้องปรับแผนการส่งน้ำเพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียหาย

...

นายชูชาติ กล่าวด้วยว่า พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกร หากเก็บเกี่ยวนาปรังแล้ว “ไม่ทำนาปรังรอบ 2” เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากต้องสำรองน้ำไว้สำหรับอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศอย่างเพียงพอไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้าตามแผนฯ ที่ได้วางไว้ พร้อมร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดน้ำ.