ผวจ.บุรีรัมย์ นำทีมผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่อ่างเก็บน้ำซับหินเพลิง บ้านซับคะนิง ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง หลังพบว่าช่วงต้นเดือน ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา น้ำที่กักเก็บหายอย่างรวดเร็ว จนเห็นสันดอนดินกลางอ่าง สั่งเร่งแก้ไข เพื่อให้มีน้ำใช้ทันหน้าแล้ง
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 67 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 9 และหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ลงสำรวจพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำซับหินเพลิง บ้านซับคะนิง ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก พร้อมรับฟังรายงานสรุป สถานการณ์ของภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่อ่างเก็บน้ำซับหินเพลิง ที่ได้ส่งผลกระทบกับราษฎร 3 หมู่บ้านของบ้านซับคะนิง หมู่ที่ 11, 12 และหมู่ที่ 14 ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง และรับรายงานการดำเนินงาน โครงการสถานีบริการผลิตน้ำประปา (ส่วนเพิ่มขยาย) เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ โดยมีนายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอโนนดินแดง พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ร่วมรายงานสถานการณ์
...
ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มีการร่วมหารือวางแนวทางการแก้ไขปัญหา การขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ยังได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค โดยได้สั่งการให้นำเครื่องจักรกล เข้ามาดำเนินการขุดลอกได้เลยทันที เริ่มภายในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ก่อนใน 3 เดือนนี้ พร้อมให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เร่งดำเนินการตั้งงบดำเนินการขุดลอก ตามระเบียบขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับอ่างเก็บน้ำซับหินเพลิง เป็นแหล่งผลิตน้ำประปาเพื่อใช้อุปโภคบริโภคของประชาชนหมู่บ้านซับคะนิง ทั้ง 3 หมู่ คือ หมู่ที่ 11, 12 หมู่ที่ 14 ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ มีจำนวนประชากร 2,023 คน มีครัวเรือน 430 ครัวเรือน เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2567 สถานการณ์น้ำอ่างซับหินเพลิงได้มีปริมาณน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว จนระดับน้ำมีความตื้นเขิน มองเห็นเนินดินอย่างเด่นชัด ประกอบกับอ่างซับหินเพลิงได้ดำเนินการก่อสร้างใช้ประโยชน์มา 23 ปีแล้ว จึงทำให้ตื้นเขิน หน้าดินโดยรอบตัวอ่างทรุดตัวลงทับถมเป็นบริเวณกว้าง คาดว่าปริมาณน้ำจะใช้ประโยชน์ต่างๆ จากอ่างซับหินเพลิงได้ไม่เกินสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 นี้ โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำที่เหลือพอสังเขป 15%
...
ทางชุมชนจึงมีแผนการนำเสนอขอรับการสนับสนุน ความช่วยเหลือขุดลอกอ่างซับหินเพลิง เพื่อเพิ่มปริมาณพื้นที่การกักเก็บน้ำให้มีปริมาณมากขึ้นกว่าเดิม และขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำแรงดันสูง เพื่อสูบผันน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียง และอ่างเก็บน้ำลำนางรองผันมาใส่เติมเต็มยังอ่างซับหินเพลิง เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อความต้องการอุปโภค บริโภค ให้ทันหน้าแล้งที่จะถึงนี้ต่อไป.
...