สรรเสริญจะออกถ้าแถลงข่าวเท็จ
"ตู่-เก่ง" มึนดีเอสไอนัดไปพบพนักงานสอบสวนที่ศาลอาญา สับ 2 มาตรฐาน ผู้ต้องหาคดีมีโทษประหารเหมือนกัน แต่กลับไม่ควบคุมตัวปล่อยลอยนวล ยันถูกกลั่นแกล้ง หลังพ้นเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง ขู่เอาคืน "มาร์ค-เทือก" บงการฆ่า ศอฉ.แจงภาพพลเรือนถืออาวุธสงคราม เปิดคลิปโชว์ ยันทหารไม่ยิงประชาชน ให้กระทรวงการต่างประเทศแจงบรูไน ที่ข้องใจเหตุการณ์กระชับวงล้อม 19 พ.ค. ยันตำรวจกำลังเคลียร์ 6 ศพที่ตายเป็นใครและอาจถูกลอบสังหาร ลั่นพร้อมหยุดทำหน้าที่โฆษก ศอฉ. และกองทัพบก ถ้าทุกเรื่องที่แถลงเป็นเท็จ
ดีเอสไอย้อนเกล็ดเล่นงานนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. นายการุณ โหสกุล สส.กทม.พรรคเพื่อไทยและนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย โดยนัดหมายให้ไปพบพนักงานสอบสวนที่ศาลอาญาในวันอังคารที่ 8 มิ.ย. ท่ามกลางความกังขาของผู้ถูกออกหมายเรียก
"ตู่–เก่ง" พร้อมไปศาลตามนัด
ทั้งนี้ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 7 มิ.ย. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. พร้อมด้วยนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นัดนายจตุพร นายการุณ และนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย พบพนักงานสอบสวนที่ศาลอาญา เวลา 09.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. เพื่อขออำนาจศาลฝากขัง และคัดค้านการประกันตัวว่า ตนและนายการุณพร้อมที่จะไปตามนัดหมายเวลา 09.00 น. ส่วนนายวิเชียรนั้นทราบว่ามีปัญหาสุขภาพ พวกตนพร้อมที่จะถูกคุมขังในเรือนจำคลองเปรมวันที่ 8 มิ.ย. แต่ขอเตือนอธิบดีดีเอสไอว่าทำผิดขั้นตอน กลั่นแกล้ง และใช้สองมาตรฐาน เพราะขั้นตอนของตนนั้น ดีเอสไอต้องส่งเรื่องให้อัยการ ตนจะ ได้ประกันตัวหรือไม่อยู่ที่ขั้นตอนนั้น ไม่ใช่กลับมาส่งที่ศาล เมื่อตนไม่มีเจตนาหลบหนี คุกคามพยาน ไม่กระทำเหตุซ้ำ ก็ไม่มีเหตุผลยื่นขอคุมขัง แต่ประเทศนี้ตอนนี้ไม่มีระบบ ขอเตือนว่าวันหน้าขอให้พรรคประชาธิปัตย์เตรียมตัวไว้บ้าง อาจจะโดนคุกเหมือนที่กลั่นแกล้งพวกตนครั้งนี้
สับดีเอสไอสองมาตรฐาน
นายจตุพรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับทราบข้อหาก่อการร้ายไปแล้วที่ สตช. ขณะที่ยังไม่มีหมายเรียกหรือหมายจับ แต่ไม่สามารถสอบสวนได้เพราะเป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอต้องมีอัยการ ฝ่ายตนก็ต้องมีทนาย โดยได้นัดหมายไปพบที่ดีเอสไอแล้วในวันที่ 25 พ.ค. และพนักงานสอบสวนของดีเอสไอให้เวลา 1 เดือน ให้ตนทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร และให้รวบรวมพยานหลักฐานภาย ในวันที่ 25 มิ.ย. ก็นัดหมายเสร็จสรรพ แต่ปรากฏว่าเมื่อปิดสมัยประชุม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯที่กำกับดูแลดีเอสไอ ประกาศจะเอาตนมาคุมขังให้ได้ ทั้งที่ขั้นตอนการดำเนินคดีได้เดินหน้าไปแล้ว อีกทั้งตนไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี คุกคามพยาน ก่อเหตุเดิมซ้ำอันเป็นให้เหตุสามารถจับกุมคุมขังผู้ต้องหาได้ ดีเอสไอยังมีพฤติกรรมสองมาตรฐาน คือการขออนุมัติหมายจับ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ในคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย มีโทษสูงสุดประหารชีวิตเหมือนกัน แต่ ดีเอสไอกลับไม่ควบคุมตัว ปล่อยตัวกลับ ทั้งที่ตนเป็น ส.ส. ฐานะแตกต่างจาก พล.ต.ท.สมคิด แต่ถ้าบอกว่ากรณีตนเป็นคดีการเมืองนั้น เมื่อเทียบกับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาก่อการร้าย เมื่อนายกษิตมอบตัวที่ สน.ทุ่งสองห้อง สตช.ก็ไม่เคยเอาเรื่องขออนุมัติเพื่อขอคุมขัง
ขู่เอาคืน "มาร์ค–เทือก" บงการฆ่า
"ผมไม่หลบหนี ต้องไปตามนัดหมาย เพราะเกรงว่าจะกระทบกับแกนนำ นปช.ที่ถูกคุมตัวอยู่ที่ จ.ประ–จวบคีรีขันธ์ ซึ่งอาจไม่ได้การประกันตัวภายหลังได้ เพราะหากผมไม่ไปจะอ้างว่าขนาด ส.ส.ยังหลบหนี ดังนั้นจึงเตรียมพร้อมทุกอย่าง แม้กระทั่งการจะต้องถูกจับกุมถูกคุมขัง แต่ขอถามกลับรัฐบาลว่า หากจะไล่ล่ากันอย่างนี้ จะทำกันอีกนานไหม สังคมไทยรำคาญง่าย หมดความอดทนเร็ว ฉะนั้น คำว่าปรองดองเป็นคำตอแหล กะล่อน ไม่ปรองดองจริง บรรดาแกนนำต่างจังหวัดได้รับการคุกคาม การออกหมายจับผมไม่หลบหนี แต่ขอบอกพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ จะเจอคดีข้อหาใช้บงการฆ่า 79 คดี คดีพยายามฆ่าไม่ต่ำกว่า 1,500 คดี ขังผมไว้ไม่เป็นไร เวลาที่โดนบ้างอย่ามาโวยวายว่ามีตำแหน่งทางการเมืองแล้วโดนอย่างนี้ ขอบอกทั้งหมด กฎหมายอาจจะช้ากว่ากฎแห่งกรรม" นายจตุพรกล่าว
ปล่อยมุกกลัวถูกเก็บสบู่
นายจตุพรยังกล่าวติดตลกด้วยว่า "ผมไม่เป็นห่วงหากต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว ได้เตรียมสบู่นกแก้วไว้แล้ว เมื่อเปิดสมัยประชุม รัฐธรรมนูญบอกว่าห้ามคุมตัว ส.ส. ก็จะได้รับการปล่อยออกมา ดังนั้น อาจอยู่แค่ 2 เดือน จึงขอบอกกับนายการุณว่าให้เตรียมสบู่นกแก้ว ขันน้ำ เสื้อยืด รองเท้าแตะไว้ด้วย" เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมต้องสบู่นกแก้ว นายจตุพรตอบว่า สบู่นกแก้วดี ไม่แฉะ ไม่เละ มันแห้งเร็ว สระผม อาบน้ำ ซักผ้าได้ แต่อย่าทำตก "มิฉะนั้นจะถูกเก็บสบู่"
หมายเรียก DSI ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ขณะที่นายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช. เปิดเผยว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์ เป็นเงินสด และตำแหน่ง ส.ส.เพื่อยื่นประกันตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนาย การุณ โหสกุล โดยจะแถลงต่อศาลด้วยว่า ที่ผ่านมานายจตุพรและนายการุณเคยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนคดีความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 แล้ว รวมทั้งมีที่อยู่ เป็นหลักแหล่ง ไม่เคยคิดหลบหนี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และไม่เคยข่มขู่พยาน ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอความเมตตาต่อศาลในการขอประกันตัว ส่วนนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ที่ถูกออกหมายเรียกด้วย ขณะนี้นายวิเชียร อยู่ที่ จ.อุดรธานี ไม่สะดวกในการเดินทาง จึงยังไม่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยนายวิเชียร ระบุว่า การออกหมายเรียกของดีเอสไอไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากดีเอสไอออกหมายเรียกให้ไปพบพนักงานสอบสวนที่ศาลอาญา แทนที่จะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะต้องการอาศัยอำนาจศาลขอหมายขัง จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ แม้ว่าศาลจะมีคำสั่งหรือไม่ก็ตาม ซึ่งนายวิเชียร เคยเข้ามอบตัวที่ดีเอสไอแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการยื่นคำให้การภายใน 30 วัน จึงเตรียมยื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนออกไปก่อน
ประชุม 12 หน่วยงานตามคดี
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย กล่าวหลังประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง 12 แห่ง ติดตามความคืบหน้าคดีเหตุการณ์ โดยได้หารือประเด็นข้อกฎหมาย โดยเฉพาะ เรื่องการกระทำผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างวาระ ในคดีความผิดก่อการร้ายและคดีบังคับขู่เข็ญรัฐบาลว่า ต้องรวบสำนวนทั้ง 2 คดีเป็นคดีเดียวกันหรือไม่ ได้ข้อสรุปว่า ต้องแยกคนละคดี นอกจากนี้ได้หารือถึงการทำคดีความไม่สงบในต่างจังหวัดว่า ให้เป็นแนวทางเดียวกันกับคดีในกรุงเทพฯและหารือถึงการดำเนินคดีก่อการร้ายกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากความผิดที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักร ต้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินคดี ตนได้ส่งหนังสือถึงอัยการสูงสุดแล้ว เพื่อให้อัยการรับผิดเฉพาะคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้ บช.น.ได้ส่งตัวพยานที่ให้การถึงชายใส่ไอ้โม่งชุดดำ บริเวณแยกคอกวัวในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ให้ดีเอสไอสอบสวนขยายผลด้วย
ตู่-เก่งไม่ไปศาลโดนดีแน่
อธิบดีดีเอสไอยังกล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายชุดที่ 4 ว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังต้องอาศัยระยะเวลาในการทำงานอีกระยะ นอกจากนี้ ทั้ง 151 คดี ที่ดีเอสไอดูแล มีความคืบหน้าไปมาก ส่วนคดีช่วงเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค. จะมีคดีที่ต้องรับผิดชอบเข้ามาเป็นคดีพิเศษอีกกว่า 70 สำนวนคดี ส่วนเรื่องการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายชุดที่ 3 หลังศาลยกคำร้องขอหมายจับไป 3 คน อัยการที่ร่วมดูแลคดีให้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม และ ขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บและเจ้าของรถของกลางที่ถูกนำไปใช้ระหว่างการชุมนุม 41 คัน เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สอบปากคำในฐานะพยานที่ได้รับความเสียหาย ส่วนการออกหมายเรียกนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวิเชียร ขาวขำ และนายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้มาพบดีเอสไอในวันเช้าวันอังคาร เพื่อนำตัวขอศาลออกหมายขัง ยืนยันว่า หากทั้ง 3 ไม่เดินทางมาตามหมายเรียก ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย และเป็นเหตุให้สามารถขออนุมัติหมายจับได้แน่นอน
ศอฉ.สรุปยอด 818 รายผิดอาญา
ที่กองบัญชาการกองทัพบก เวลา 17.00 น. วันเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงผลการประชุม ศอฉ. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. เป็นประธานการประชุม มี ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงว่า ในที่ประชุมตำรวจได้รายงานผลการ
จับกุมผู้กระทำผิดตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มี 85 ราย อยู่ในพื้นที่ กทม. 84 ราย จับได้แล้ว 29 ราย ยังจับไม่ได้ 55 ราย ส่วนอีก 1 ราย อยู่ในต่างจังหวัด และยังจับไม่ได้ ส่วนผู้ที่กระทำความผิดคดีอาญามีทั้งสิ้น 818 ราย เป็นชาวต่างชาติ 2 ราย คือ นายคอร์เนอร์ พาสเซล ชาวออสเตรเลีย และ นายซาเวจ เจอซี่ ฮัทช์ ชาวอังกฤษ ทั้ง 2 รายมีความผิดคืออยู่ในประเทศไทยทั้งที่หมดวีซ่า ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และจะดำเนินการแจ้งข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือ ร่วมชุมนุมบนเวทีกับกลุ่ม นปช. ส่วนรายละเอียดทั้งหมดตำรวจจะเรียนให้ทราบในวันที่ 8 มิ.ย.นี้
แจงภาพพลเรือนถือปืนสงคราม
พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองหนึ่งนำภาพบุคคลสวมชุดพลเรือนถือปืนเอ็ม 16 มาเปิดเผย พยายามทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่ามีบุคคลพลเรือนถืออาวุธปืนในพื้นที่ที่ทหารอยู่ หมายความว่ามีการแอบยิงเพื่อสร้างสถานการณ์วุ่นวาย และโยนความผิดให้กลุ่มผู้ชุมนุมนั้น จากการตรวจสอบเรื่องนี้กับกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ทราบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ซอยงามดูพลี แถวบ่อนไก่ เป็นภาพที่เจ้าหน้าที่ทหารแต่งชุดไปรเวทเข้าไปส่งอาหารให้กับกำลังพลในจุดต่างๆ โดยชุดหนึ่งจะมีประมาณ 2-3 คน หน่วยที่ส่งอาหารคือ กองพันทหารม้าที่ 5 (ม.พัน 5) จ.สระบุรี เรามีความจำเป็นต้องใส่ชุดพลเรือน เพราะการนำอาหารไปส่งยังจุดต่างๆ หน้าแนวทหารที่วางกำลังถือว่าอันตราย จึงต้องทำตัวให้กลมกลืนกับบุคคลทั่วไปเมื่อนำอาหารไปส่ง ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ชุดระวังป้องกันถูกยิง เขาจึงมีส่วนช่วยลำเลียงทหารที่ถูกยิงออกจากพื้นที่
เปิดคลิปโชว์ทหารวิ่งส่งเสบียง
จากนั้น พ.อ.สรรเสริญได้เปิดคลิปการยิงคุ้มครองการถอนตัวของเจ้าหน้าที่ทหาร โดยมีทหารจำนวนมากวิ่งผ่านกล้อง และมีทหารใส่ชุดพลเรือนคนหนึ่งถือปืนวิ่งผ่านไป โดย พ.อ.สรรเสริญกล่าวบรรยายคลิปว่า ภาพทหารที่นั่งอยู่บริเวณรถยีเอ็มซีทหาร เป็นชุดที่ยิงเพื่อคุ้มครองการถอนตัว ในการนำคนบาดเจ็บออกจากพื้นที่ ส่วนปืนที่ทหารใส่ชุดพลเรือนถือนั้น เป็นปืนของทหารที่ถูกยิงและถูกหามใส่เปล ทหารที่ช่วยยิงคุ้มครองการถอนตัว กับทหารไปส่งอาหารเป็นคนละกลุ่มกัน และคนละภารกิจ
"หากมีภาพลักษณะอย่างนี้ และมีคนตาย ต้องการให้กองทัพไปอธิบายศพทุกศพที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯเป็นเรื่องยาก แต่ขณะเดียวกัน บรรดาผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายในการชุมนุม ต้องอธิบายภาพเช่นกันว่า ที่มีกลุ่มก่อการร้ายมีอาวุธสงครามในพื้นที่ชุมนุม และอาวุธที่ยึดจากทหารไปแสดงบนเวที และยังไม่มีการส่งคืนนั้น โดยเรายึดกลับมาได้เพียงบางส่วน ท่านจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรบ้าง หากท่านพร้อมอธิบาย เราก็พร้อมอธิบายทุกเรื่องเหมือนกัน ภาพที่พรรคการเมืองนำมาเปิดเผยนั้น หากคิดในมุมดีเขายังไม่ได้ทำผิดอะไร แต่พยายามสร้างความรู้สึกไม่มั่นใจให้กับประชาชนว่า กองทัพหรือเจ้าหน้าที่รัฐได้ดำเนินการตรงไปตรงมาอย่างที่ชี้แจงหรือไม่" พ.อ. สรรเสริญกล่าว
บรูไนข้องใจเหตุการณ์ 19 พ.ค.
พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตรวจสอบความรู้สึกประเทศต่างๆแล้ว ไม่มีประเทศใดสงสัย ในการปฏิบัติงานในวันที่ 19 พ.ค. เพราะสถานทูตส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ มีแต่เฉพาะประเทศบรูไน ที่ต้องทำความเข้าใจมากขึ้น ที่เราต้องชี้แจงเพิ่มเติมต่อประเทศบรูไน เพราะเราตั้งข้อสังเกตว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังสามารถเข้าประเทศบรูไนได้ จึงควรทำความเข้าใจกับเขาให้ชัดเจนทุกเรื่อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศเตรียมชี้แจงให้รับทราบแล้ว ส่วนประเทศต่างๆไม่ได้ติดใจ แต่อยากเห็นแผนปรองดองตามที่รัฐบาลกำหนดว่าจะเป็นรูปธรรมได้อย่างไร นายสุเทพสั่งการในที่ประชุมว่า อยากให้ฝ่ายต่างๆของ ศอฉ.เสนอความคิดเห็นว่า ศอฉ.จะช่วยรัฐบาลในแผนปรองดองอย่างไร
อ้างเหตุไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้เสียชีวิต 6 ศพในวัดปทุมวนาราม พ.อ.สรรเสริญตอบว่า ที่ประชุมไม่ได้พูดถึง แต่
ตำรวจพยายามสืบว่า 6 คนที่ตายเป็นใคร เพราะอาจมีข้อมูลเชื่อมโยงกับการถูกลอบสังหาร ส่วนเรื่องที่พรรคเพื่อไทยท้าให้ ผบ.ทบ. สาบานที่วัดพระแก้วว่า ไม่ได้สั่งให้ทหารยิงประชาชนนั้น ที่ผ่านมามีการท้าตลอด ขอยืนยันว่าสิ่งที่แถลงทุกเรื่องเป็นความจริง หากเรื่องทุกอย่างที่แถลงเป็นเท็จ จะหยุดการทำหน้าที่โฆษก ศอฉ. และโฆษกกองทัพบก เพื่อความสบายใจ การที่คน 2 คนเล่าเรื่องไม่เหมือนกันนั้นขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเชื่อใคร เมื่อถามถึงการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.อ.สรรเสริญตอบว่า จากการประชุมครั้งที่ผ่านมามีบางหน่วย เช่น ดีเอสไอ เริ่มเสนอมาว่าเขาได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องดำเนินการถึงแค่ไหน จึงจะมีความพร้อมในการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่อีกหลายหน่วยยังไม่ได้ส่งข้อมูลนี้มา เราจะต้องรวบรวมข้อมูลให้ครบ และฝ่ายเลขาธิการ โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะทำผลสรุปนำเรียน ผอ.ศอฉ. ขณะนี้ยังพอมีเวลา เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะหมดอายุในวันที่ 7 ก.ค.นี้
ปู่จิ้นหนุนเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ผวจ.บางจังหวัดเสนอขอให้ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ว่า ก็อยากให้เลิก เพราะไม่สะดวกกับประชาชนที่ทำธุรกิจ และสักพักเมื่อสถานการณ์สงบกว่านี้ ก็คงเลิก แต่จะนานแค่ไหนขอให้ดูไปก่อน
อ้างอดีต ส.ส.พปช.รับมีก่อการร้าย
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรครู้สึกกังวลกรณีที่นิตยสารไทม์สฉบับวันที่ 7 มิ.ย. ลงคำให้สัมภาษณ์ของนายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชน ที่ระบุว่า "รู้สึกกังวลว่าขณะนี้ในภาคอีสานจะเป็นฐานปฏิบัติการใต้ดินเพื่อต่อต้านอำนาจรัฐ เพราะขณะนี้คนที่นี่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ดังนั้น เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการก่อการร้าย" (People are filled with hatred, and we must be prepared for a campaign of terrorism) ซึ่งการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันว่าความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้น จะนำไปสู่ขบวนการใต้ดินโดยการก่อการร้าย ดังนั้น รัฐบาลต้องดำเนินการแก้ปัญหาและผู้ที่ให้สัมภาษณ์ก็ควรออกมาชี้แจงว่าสิ่งที่พูดไปนั้นหมายความว่าอย่างไร
ย้ำทหารไม่คิดทำร้ายประชาชน
วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประจำเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดการชุมนุมทางการเมืองและรัฐบาลมอบให้กองทัพ บกรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลสถานการณ์ พร้อมกล่าวชมเชยการปฏิบัติงานของกำลังพล โดยเฉพาะพลทหารและนายสิบที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน มีวินัยทำให้สถานการณ์คลี่คลาย และยืนยันว่า การปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยดังกล่าว กองทัพปฏิบัติตามจุดยืนเดิมมาโดยตลอด คือไม่ทำร้ายประชาชน มีหน้าที่ทำให้ สถานการณ์เกิดความเรียบร้อย ไม่เป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ปฏิบัติตามบทบาทของกองทัพที่ต้องสนับสนุนรัฐบาล
แจ้งผู้สูญหาย 74 รายแล้ว
เวลา 18.00 น. นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าโครงการศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ได้สรุปรายชื่อผู้สูญหาย อันอาจเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ทางการเมือง ที่มีการแจ้งมาทางศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. จนถึงเวลา 17.30 น. วันที่ 7 มิ.ย. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 74 ราย พบแล้ว 23 ราย เป็นหญิง 1 ราย เป็นชาย 22 ราย อยู่ระหว่างการดำเนินติดตามตรวจสอบ 51 ราย เป็นหญิง 3 ราย ชาย 48 ราย จากการตรวจสอบเบื้องต้นกับดีเอสไอ ยังไม่มีรายชื่อผู้สูญหายรายใด อยู่ในรายชื่อผู้ต้องหา 30 ราย ที่ดีเอสไอควบคุมตัวไว้อยู่ เหลือเพียงในส่วนรายชื่อ ผู้ต้องหา ที่อยู่ในการควบคุมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ขณะนี้ยังขอตรวจสอบไม่ได้ จึงหวังว่ารัฐบาล โดยเฉพาะสตช.จะยอมเปิดรายชื่อผู้ต้องหา จากคดีการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมด ที่ควบคุมตัวไว้ให้ทราบ เพื่อพิสูจน์การสูญหายของประชาชน 51 ราย ได้เป็นไปอย่างถูกต้อง
หายลึกลับจากเหตุการเมือง
สำหรับรายชื่อบุคคลผู้สูญหายจากสถานการณ์การ เมือง จำนวน 51 รายที่ยังตรวจสอบไม่ได้ มีดังนี้ 1. นายสนธิ–ชัย เรืองชัย หรือต้อย อายุ 40 ปี 2. นายอนีลักษณ์ อินสันเที๊ยะ หรือหนุ่ม อายุ 24 ปี 3. น.ส.จุฬารัตน์ สุวรรณพานิชย์ หรือบี อายุ 25 ปี 4. นายสุริยะ พรหมพร หรือปอน อายุ 29 ปี 5. นายโชคชัย ปัจจะเทพาพร อายุ 52 ปี 6.นายบรรลุ มาพงษ์ หรือน้อย อายุ 30 ปี 7. นายธวัชชัย สิงห์–ใจดี อายุ 25 ปี 8. นายวิวัฒน์ เมืองสุวรรณ หรือวัฒน์ อายุ 38 ปี 9. นายจรูญ โพธิ์จตุรัส อายุ 28 ปี 10. นายธำรงศักดิ์ โสภา หรือต้น อายุ 22 ปี 11. นายศุภโรจน์ เตชะบรรเจิด หรือเป้ง อายุ 49 ปี 12. นายปัญญา เบิกบาน อายุ 22 ปี 13. นายรามาพล กิตติกุล หรือเอก อายุ 39 ปี 14. นายวิทยา อาจสด หรือต้น อายุ 29 ปี 15. นายบุญเพ็ญ หาสุข หรือศรี อายุ 67 ปี 16. นายแสวง คำเสมอ หรือแหวง อายุ 55 ปี 17. นายมนต์ชัย ภูหมื่น หรือเก่ง อายุ 38 ปี 18. นายชัยคม ชุติวัฒน์พิชัย หรือรักษ์ อายุ 43 ปี 19. นายแสงเจริญ ตรีธนะกุล หรืออู๊ด อายุ 49 ปี
ยังหาไม่พบรวม 51 ราย
20.นายวิษณุ สีขาว ชาว จ.อุดรธานี 21.นายสิทธิชัย เบนมะหะหมัด หรือหมัด อายุ 22 ปี 22. นายสัมฤทธิ์ วินทะไชย อายุ 40 ปี 23.นายทรงยศ มหานธีธรรม หรือเต็ก อายุ 56 ปี 24.นางเพ็ญประภา สุริยฉาย อายุ 63 ปี 25.นายประพต เกตมณี หรือพต อายุ 35 ปี 26.นายสมพิน บันทะรส อายุ 45 ปี 27. นางอุดมพร บุนนาค หรืออ้อย ชาว จ.ขอนแก่น 28. นายรมย์ บรรจงสุข หรือน้อย อายุ 45 ปี 29.นายวริษฐ์ สุขภิรมย์ อายุ 47 ปี 30.นายอำนาจ โตฉ่ำ หรือโอ๋ อายุ 35 ปี 31.นายสุรศักดิ์ เรืองสุวรรณ หรือเอฟ อายุ 34 ปี 32.นายสุรศักดิ์ แววดงบัง หรือต้น อายุ 33 ปี 33.นายสมพร ดวงพุฒ อายุ 36 ปี 34.นายวิจิตร ตรีกุล หรือนาย ชาว จ.อำนาจเจริญ 35.นายจำรูญ ประดิษฐ์ อายุ 40 ปี 36.นายชัชวาล ต้อนรับ อายุ 39 ปี 37. นายณัฐพล ถือมั่น อายุ 42 ปี 38.นายสมจิตร บรบุตร หรือจิตร อายุ 48 ปี 39.นายวงจันทร์ เพชรดี 40.นายถนอมศักดิ์ พรหมเพชร หรือแมว อายุ 18 ปี 41.นายธนพล พงษ์ประยูร หรือแม็ก อายุ 16 ปี 42.นายภูวนาท โมลดี อายุ 32 ปี 43.นายธีรศักดิ์ ธรรมาบุตร 44.นายธีรศักดิ์ ขำณรงค์ อายุ 31 ปี 45.นายวิศิษย์ แก้วกล้า อายุ 32 ปี 46.นายปัญญา แสนอุบล หรือยา อายุ 40 ปี 47.นางแจ่ม จันทร์ ชีโพธิ์ หรือปุ๋ย อายุ 48 ปี 48.นายประสิทธิ์ บารีศรี หรือป๋อง หรือสิทธิ์ อายุ 35 ปี 49.นายปัณธร โยบรรยงค์ อายุ 43 ปี 50. นายวิชัย แสงแพง อายุ 32 ปี และ 51.นายศิริกัลยา รัตนะ หรือปอม
จยย.ดูชุมนุมโดนปืนตาบอด
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ยุ้ย (ขอสงวนชื่อจริง) อายุ 25 ปี ว่า สามีชื่อนายเสกสิทธิ์ ช้างทอง อายุ 28 ปี อาชีพขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ย่านโพธิ์สามต้น เขตบางกอกใหญ่ ถูกเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ตาซ้ายจนตาบอด เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 19 พ.ค. ที่หน้าพรรคเพื่อไทย โดยนายเสกสิทธิ์ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งผู้โดยสารที่ย่านหัวลำโพง ขากลับได้แวะเข้าไปดูการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณหน้าพรรคเพื่อไทย ถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นช่วงที่ทหารได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ชุมนุมพอดี ระหว่างนั้นมีกระสุนนัดหนึ่งถูกใต้ตาซ้ายของสามี พลเมืองดีนําส่งโรงพยาบาลกลาง แต่ถึงตอนนี้แพทย์ยังไม่สามารถผ่าตัดเอาหัวกระสุนออก เนื่องจากกระสุนฝังอยู่ในจุดสําคัญ บริเวณดั้งจมูกทับเส้นประสาทอยู่ ขณะนี้แผลเริ่มอักเสบลุกลามไปยังตาขวาทำให้เริ่มมองไม่เห็น บ่นปวดหัวตลอดเวลา ขณะนี้ครอบครัวเดือดร้อน ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้เข้าร่วมชุมนุม ตนมีบุตรวัย 7 ขวบ 1 คนที่ต้องดูแล ได้ขอความช่วยเหลือกับทางบ้านราชวิถีก็ยังเงียบอยู่ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับผิดชอบและหาคนผิดมาดำเนินการด้วย
ย้ำไม่หวั่น พท.ฟ้องดองคดี
พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นฟ้อง ป.ป.ช.อ้างว่า เยื้อคำสั่งฟ้องคดีกลุ่มพันธมิตรฯบุกสนามบินสุวรรณภูมิ ว่าเป็นสิทธิที่จะไปยื่นฟ้อง แต่เรื่องนี้สำนวนมีมาก จึงต้องเก็บรายละเอียดสำนวนพอสมควร ขณะนี้สำนวนที่ส่งไปตรวจสอบยังไม่กลับมา คิดว่าจะเสร็จภายในเดือน มิ.ย. ผู้สื่อถามว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงความเห็นของพนักงานสอบสวนชุดเดิมที่เสนอให้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า ไม่ใช่ นำไปทบทวน เพียงแต่ไปตรวจความรอบคอบของสำนวนที่คณะกรรมการสอบสวนได้เสนอขึ้นมา แต่เนื่องจากสำนวนเรื่องนี้มีเอกสารมาก จึงต้องมาตรวจสอบความรอบคอบว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้ขั้นตอนของการสอบสวนยังไม่ถึงขั้นว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีคนหายจากเหตุการณ์สลายม็อบ พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า ตอนนี้กำลังให้เช็กยอดอยู่ ยังตอบตอนนี้ไม่ได้
ยันแรมโบ้-กี้ร์ซุกตัวในไทย
รักษาการ ผบ.ตร.ยังกล่าวด้วยว่า จากการติดตามด้านการข่าว มีการพบปะของกลุ่มแกนนำ นปช.เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นแต่ยังไม่มีสิ่งบ่งบอกเหตุรุนแรง สำหรับกลุ่มแกนนำ นปช.ที่ยังหลบหนีอยู่ ขณะนี้เชื่อว่าทุกคนกบดานอยู่ในประเทศและยังมีชีวิตอยู่ ทั้งนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ซึ่งได้สั่งตำรวจทุกพื้นที่เร่งรัดติดตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้


