• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • บริการบนมือถือ
Thairath

วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ.2553
ค้นหาข่าว
  • ฉบับวันนี้

  • ฉบับ 1 ก.ย. 53

  • ฉบับ 31 ส.ค. 53

  • ฉบับ 30 ส.ค. 53

  • ฉบับ 29 ส.ค. 53

  • ฉบับ 28 ส.ค. 53

นายกฯ-ขุนทหารปักหลักร.11รับมือ'ม็อบแดง'

เทือกขู่ถ้ามีปิดถนนหรือบุกรุกที่ราชการเจอแก๊สน้ำตาสลาย!เข้าค่ายทหารโรงพักจำต้องใช้อาวุธปราบ'พจมาน'ไปดูไบแล้ว

รัฐบาลคุมเข้มรับม็อบเสื้อแดง ศอ.รส.ห้าม เด็ดขาด อีแต๋น รถบรรทุกเล็ก รถกระบะเข้ากรุงฯ "เทือก" กร้าวเสื้อแดงอย่าปิดล้อมสถานที่ราชการ สั่งสลายม็อบทันทขู่ชาวบ้านพกอาวุธถูกจับทันที โอดใช้กำลังแค่ 5 หมื่นคนน้อยเกินไปรับมือม็อบ ลั่นไม่มีบัญชีดำพระสงฆ์ "นายกฯอภิสิทธิ์" ไม่เห็นด้วยปฏิวัติ ห่วงสถานการณ์ 14 มีนา ประชาชนมาร่วมม็อบมากที่สุด ยันตั้งด่านสกัดมือที่สามสวมรอยป่วนเมือง ย้ำไม่สั่งปิดทีวีเสื้อแดง "เทือก-มาร์ค" ใช้ ร.11 รอ.คุมสถานการณ์ "ทักษิณ" ทวิตโต้ข้อหาหลอกใช้คนเสื้อแดง ขู่แฉเรื่องลับ "ป๋าเปรม" 14 มี.ค. "นพดล" รับครอบครัวชินวัตรชิ่งหนีไปนอกแล้ว ปชป.แฉ "พจมาน-โอ๊ค" บินไปดูไบ อ้างข่าวกรองเตือนม็อบเตรียมถุงอึไว้เพียบ "จตุพร" แฉแผนสกัดแดงเข้า กทม.ประกาศนำร่องยึดผ่านฟ้าลีลาศ ไม่หวั่นแกนนำเสื้อแดงถูกรวบ ขู่มีเหตุรุนแรงนายกฯไร้แผ่นดินอยู่ มท.คาดคนร่วมม็อบแดงร่วมแสน ทัพเรือจัดกำลังคุมเข้ม 3 จุดห้ามใช้ท่าเรือใกล้ รพ.ศิริราชเด็ดขาด

ขณะที่หลายฝ่ายต่างเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆนั้น ทางฝ่ายรัฐบาลได้ พยายามชี้แจงว่า จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง รวมทั้งขอให้ผู้ชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มบุคคลที่ต้องการสร้างความวุ่นวาย ในระหว่างที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

ปชป.กระทู้ถามนายกฯ เรื่องม็อบ

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องผลกระทบต่อประชาชนในกรุงเทพมหานครจากการชุมนุมใหญ่ ว่าเหตุใดประชาชนต่างมีความรู้สึกว่าการชุมนุมครั้งนี้จะกลายเป็นการชุมนุมใหญ่ที่มีความรุนแรง จลาจลและนำไปสู่การนองเลือด ในฐานะ ส.ส.ไม่อยากเห็นใครตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ ขณะที่การควบคุมการชุมนุมต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามสถานการณ์มิใช่ตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ ทั้งนี้ จากคำพูดของผู้นำที่จะมาชุมนุมบางคนมีการประกาศว่าครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ม้วนเดียวจบ ไม่แตกหัก ไม่กลับบ้าน ขณะที่คนคนหนึ่งเสนอตัวพร้อมจะพลีชีพในการชุมนุมครั้งนี้ นายองอาจ ยังกล่าวอีกว่า ยังมีบางคนได้พูดในลักษณะยั่วยุ เช่นมีสิทธิจะหยิบอาวุธขึ้นต่อสู้ จึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดคนกรุงเทพฯจึงมีความรู้สึกว่าการชุมนุมครั้งนี้จะรุนแรงมากกว่าเดือนเมษายน ปี 52 แต่มีคนบอกว่ารัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเร็วเกินไป ทั้งที่ยังไม่มีเหตุใดๆ เกิดขึ้น จึงอยากทราบเหตุผลที่แน่ชัด

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจง ว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่เป็นเครื่องมือในการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองได้ ยอมรับว่ามีการสร้างสถานการณ์ จากหลายฝ่าย จึงต้องระวังไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

"สาทิตย์" แจงมาตรการเข้ม 4 ข้อ

ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ศอ.รส.ได้ติดตามสถานการณ์แล้วเห็นว่ามีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรง มีการใช้ ผู้ชุมนุมจำนวนมาก มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่มีแนวโน้มจะใช้ ความรุนแรงจริง จึงได้เตรียมแนวทางป้องกันไว้ 4 ขั้นตอนคือ 1. ต้องปฏิบัติการด้านการข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหว จะประสานทั้งงานข่าวในและระหว่าง ประเทศ 2. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจถึงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ 3. ใช้กำลังประสมทั้งพลเรือนทหารในพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส. ที่ห่วงคืออาจมีการนำอาวุธ นำบุคคลต่างด้าว นำยานพาหนะเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงกำหนดให้มีด่านตรวจทุกเส้นทาง มิใช่สกัดผู้ชุมนุม แต่เพื่อดูแลให้เกิดความปลอดภัย จะตรวจสอบบัตรประชาชนในทุกด่านอย่างเคร่งครัด จะตรวจสอบทะเบียนรถและเอกสารประกอบอย่างเคร่งครัด และตรวจสอบอาวุธชนิดใดที่อาจติดมาทุกแห่ง

ห้ามรถบรรทุกเล็กเข้ากรุง

นายสาทิตย์ชี้แจงอีกว่า ในพื้นที่ที่ประกาศเขตความมั่นคงจะห้ามรถบรรทุกขนาดเล็กเข้ามาใน กทม. สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดที่จะนำรถบรรทุกเข้ามาใน กทม. จะต้องนำเอกสารแจ้งยังด่านตรวจ ซึ่ง กทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกำหนดจุด ที่จะนำรถดังกล่าวเข้ามาจอดยัง กทม. และจะมีการจัดจุดตรวจร่วม มีการจัดชุดเข้าตรวจแหล่งเศรษฐกิจและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในเวลาที่อาจล่อแหลม จัดสายตรวจเคลื่อนที่ในพื้นที่ล่อแหลม และจุดตรวจตามความจำเป็นในแต่ละสถานการณ์และเปิดสายด่วนของ กทม. ใช้กล้องวงจรปิดของราชการและเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย การป้องกันได้เตรียมมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข

นายกฯไม่เห็นด้วยการปฏิวัติ


ด้านนายองอาจถามต่อว่า ประชาชนจำนวนมากยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะควบคุมการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ไม่ให้ บานปลายไปได้ และการยุบสภาคงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย จึง อยากถามว่านายกฯกล้ายืนยันต่อสภาฯได้หรือไม่ ว่าจะควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรง อยากถามว่าหากเกิดความรุนแรงจนยากควบคุมได้ อยากถามนายกฯว่าจะมีการยุบสภา ลาออก หรือปฏิวัติรัฐประหารขึ้นหรือไม่

นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า พี่น้องที่มาชุมนุมส่วนใหญ่ ไม่ต้องการเห็นสภาพเช่นนั้น แต่รัฐบาลให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มที่ยั่วยุ จะใช้หลักกฎหมาย หลักความเป็นธรรมควบคุมสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปได้ ขอความร่วมมือจากประชาชนติดตามแจ้งข่าว สารต่างๆ มายังรัฐบาลด้วย หากเกิดการแทรกซ้อนจาก มือที่สาม ก็จะมีกลุ่มคนไปพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม ไม่มีประโยชน์อะไรที่รัฐบาลอยากจะเห็นความรุนแรงเกิด ขึ้นในบ้านเมือง การตัดสินใจของตนจะยึดประโยชน์ส่วน รวมเป็นที่ตั้ง ทางเลือกที่มีอยู่จะเลือกในสิ่งที่ทำให้บ้าน เมืองเดินไปข้างหน้าได้ และไม่เคยปิดทางเรื่องการยุบสภา หรือลาออก แต่ต้องแน่ใจว่าจะทำให้สถานการณ์ของบ้าน เมืองดีขึ้น ส่วนทางเลือกที่สามคือการปฏิวัติ เราทุกคน ต้องปิดทางไม่ให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้ประเทศถอยหลังแล้วยังทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่ความรุนแรงไม่จบสิ้น

เพื่อไทยถามเรื่องแก้ไขม็อบ

จากนั้นนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องกรณีการประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรว่า การที่ประชาชนเดิน ทางมาชุมนุมเรียกร้องนายกฯถึง กทม.เป็นการให้เกียรติ นายกฯ ดังนั้นนายกฯจึงควรรับฟังข้อเรียกร้องของเขาเหล่านั้น เพราะประชาชนมีความไม่พอใจหลายเรื่องในสิ่งที่ผ่านมา มีการกระทำสองมาตรฐานมากมาย บ้านเมืองแตกแยกเสียหาย ประชาชนทั้งประเทศเดือดร้อนจากราคา ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำอย่างรุนแรง ราคาข้าวตกต่ำ ปล่อยให้มีการรีดหัวคิวข้าราชการ แก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่ได้ ประชาชนมีสิทธิเข้ามาชุมนุม และรัฐสามารถทำได้ คือคุ้มครองให้ความสะดวกในการชุมนุม การประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคง เท่ากับสกัดกั้นการชุมนุม ทำให้ประชาชนเข้ามาชุมนุมไม่สะดวก วันนี้ยังไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ และไม่เชื่อว่าจะเกิดความรุนแรงจากผู้ชุมนุม อยากถามว่าประชาชนมีสิทธิชุมนุมตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่การประกาศใช้ พ.ร.บ.นี้ จะเปิดโอกาสให้ทหารใช้อาวุธทำร้ายประชาชนหรือไม่

รัฐแจงพร้อมฟังปัญหาเดือดร้อน

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ไม่เคยปฏิเสธว่าประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจ ราคาพืชผล รายได้เกษตรกร แต่ภาพรวมของเศรษฐกิจมีตัววัดว่าดีขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง ยืนยันว่า ออกกฎหมายเพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้แต่สมาคมด้านการท่องเที่ยวก็เห็นด้วยกับการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง กรณีการตัดต่อคลิปเสียงของตนนั้น เคย ยืนยันหลายครั้งว่าเป็นเรื่องเท็จ ซึ่งอยากถามกลับเช่นกัน ว่าคนตัดต่อเทปเสียงมีความเป็นมนุษย์เพียงพอหรือไม่ ตนเชื่อว่าผู้มาชุมนุมไม่มีใครอยากให้เกิดความรุนแรง แต่อยากถามว่าแกนนำผู้ชุมนุมบางคนที่พูดว่าหากมีน้ำมัน หนึ่งล้านลิตรรับรองกรุงเทพฯเป็นทะเลเพลิงแน่นอนนั้นถือเป็นการชุมนุมโดยสงบหรือไม่

"สาทิตย์"  ย้ำไม่เคยสั่งปิดพีทีวี

ด้านนายสาทิตย์ชี้แจงว่า ได้จัดกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลเรือนในการป้องกัน ดูแลไม่ให้ผู้ไม่หวังดีฉวย โอกาสร้างความรุนแรง จำนวน 5 หมื่นนาย ทหาร 3 หมื่นนาย ตำรวจ 1 หมื่นนาย และพลเรือน 1 หมื่นนาย ส่วนคำถามว่ามีการเตรียมอาวุธหรือไม่ กำลังตำรวจทหารจะมีอุปกรณ์เฉพาะควบคุมฝูงชน และเมื่อไม่มีอาวุธในการควบคุมฝูงชนก็จะไม่มีกระสุนยางเช่นกัน กรณีพีทีวีที่มีข่าว ว่ารัฐบาลได้สั่งปิดนั้น ข้อเท็จจริงเป็นเพียงข่าวลือที่บาง กลุ่มสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเงื่อนไขเท่านั้น เช่นเดียวกับมีข่าวลือว่ามีการซื้อชุดทหารจำนวนมาก จนทำให้ท้องตลาดขาดแคลนอาจมีคนฉกฉวยสถานการณ์โยนความรับผิดชอบให้ทหารก็เป็นได้ จึงเป็นเรื่องต้องตรวจสอบต่อไป

"มาร์ค" ยังไม่สั่งปิดทีวีเสื้อแดง

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จะยื่นขออำนาจศาลสั่งปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิ่ลทีวีของคนเสื้อแดง เนื่องจากมีการเผยแพร่เนื้อหาเข้าข่ายยุยงปลุกปั่นให้คนออกมาชุมนุมว่า เรื่องนี้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงไปแล้ว แต่ตนไม่เห็นเรื่องการปิดสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว แต่ว่ามันมีการออกข่าวแปลกๆอยู่มาก และตนถูกสอบถามมาเรื่อยว่ามีการหยุดงานอะไรต่างๆหรือไม่ ดังนั้น ขอย้ำว่าขอให้ได้ช่วยกลั่นกรองข่าวสารต่างๆ รัฐบาลจะชี้แจงสิ่งที่เราจะดำเนินการอะไรต่างๆ เราจะทำอย่างโปร่งใสอยู่แล้ว การดำเนินการใดๆก็ตามตรวจสอบมาได้เราจะมีการชี้แจงไป อย่าไปตื่นตระหนกตกใจกับข่าวสารต่างๆซึ่งขณะนี้ก็มีการปล่อยข่าวอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯยืนยันว่าไม่มีการสั่งปิดพีเพิลทีวี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ก็ถ้าเขาไม่ทำผิดกฎหมาย"

เป็นห่วง 14 มี.ค. คนมามากสุด

เมื่อถามว่านายกฯคิดว่าจุดไหนที่เป็นจุดอ่อนไหวที่สุด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เบื้องต้นวันที่ 12 มี.ค. สิ่งแรกที่เราจะต้องดูก่อนคือเรื่องการคมนาคม เพราะเส้นทางต่างๆเมื่อมีรถหรือคนเข้ามามากๆอาจจะมีบางจุดที่เกิดปัญหาการจราจรทำให้เกิดความสับสนได้ แต่พอวันที่ 13-14 มี.ค.จะเป็นสถานที่ชุมนุมใหญ่ ส่วนสถานที่ราชการหรือสถานที่ที่ตกเป็นเป้าหมายมีการดูแลอยู่ เมื่อถามว่า นายกฯประเมินว่าวันใดที่การชุมนุมของคนเสื้อแดงจะแรงที่สุด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราไม่อยากให้แรงสักวัน แต่ว่าคนจะมาอยู่ด้วยกันมากคือวันที่ 14 มี.ค. แต่ช่วงการเดินทางจะเริ่มจาก 12-13 มี.ค. เราก็จะบริหารเหตุการณ์สถานการณ์ไปแต่ละวันก็จะไม่เหมือนกัน ซึ่งเราติดตามสถานการณ์ตลอด เมื่อถามต่อว่า วันที่ 15 มี.ค. การชุมนุมจะจบลงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องถามผู้ชุมนุม เมื่อถามต่อว่า ตามชุมชนต่างๆในกรุงเทพฯก็มีการออกมาดูแลกันเอง รัฐบาลจะทำอะไรได้บ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขามีการขออุปกรณ์ดับเพลิงอะไรต่างๆมา ก็ได้
ขอให้ทุกหน่วยงานไปช่วยดูแลให้

พร้อมดูแลหากใครไม่ปลอดภัย

ต่อข้อถามว่า ทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ยื่นหนังสือขอความคุ้มครองจากรัฐบาล หากรัฐบาลทำอะไรไม่ได้ จะใช้สิทธิคุ้มครองตัวเองจะทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ย้ำอีกครั้งว่าเรามีทั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และซักซ้อมกับเจ้าหน้าที่ทุกกระทรวง ทบวง กรม ดังนั้น ขอความกรุณาว่าอย่าไปเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในความขัดแย้ง ถ้าเป็นการป้องกันตัวเองนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เช่น สมมติว่ากลัวว่าจะมีคนเผาก็ไประงับยับยั้งได้ แต่ขอให้แจ้ง เราจะรีบเคลื่อนที่และส่งเจ้าหน้าที่ไปเพื่อคลี่คลาย เมื่อถามอีกว่า ทางเอเอสทีวียื่นหนังสือผ่านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายกฯรับทราบหรือยัง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าใช่ แต่จะมีมาเป็นระยะๆ และในส่วนของผู้ชุมนุมเองก็เช่นเดียวกัน เราได้ตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานเพราะหากมีผู้ไม่หวังดีจากฝ่ายใดก็ตาม สร้างเหตุการณ์ขึ้นมาทำให้เกิดความขัดแย้งเข้าใจผิดซึ่งเป็นเรื่องที่บางกลุ่มต้องการ รัฐบาลจะมีคณะทำงานชุดนี้พร้อมทำความเข้าใจ

ยันตั้งด่านเพื่อป้องกันมือที่สาม

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯคิดว่าคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาประสานงานกับผู้ชุมนุมจะเป็นประโยชน์หรือไม่ เพราะแกนนำ นปช.ประกาศว่ามีด่านก็จะแหกด่านทุกด่าน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากจะขอย้ำการตั้งด่านขึ้นมา เพื่อประโยชน์ของผู้ชุมนุมเองด้วย เพราะมีฝ่ายที่ต้องการสร้างความวุ่นวาย เราไม่ต้องการให้ผู้ชุมนุมตกเป็นเหยื่อ การที่เราตรวจตราต่างๆ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการแทรกซ้อน เช่น อาจมีชาวต่างด้าวเข้ามาซึ่งไม่ควรจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หรืออาจจะมีใครไม่หวังดีมีอาวุธเข้ามา หรือมีใครสวมรอยมียาเสพติดอะไรต่างๆ เราต้องตรวจตรา ซึ่งไม่ได้ตรวจเพื่อขัดขวาง แต่เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อถามต่อว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะทำงานประสานงานกับผู้ชุมนุม จะได้การยอมรับหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คือเราไม่มาตั้งแง่กันว่าใครยอมรับใคร ไม่เช่นนั้นต้องมาถามว่ารัฐบาลยอมรับแกนนำผู้ชุมนุมหรือไม่   แต่เราพูดถึงว่าถ้าใครมีความจริงใจว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้เป็นการเคลื่อนไหวภายใต้กฎหมาย ไม่นิยมความรุนแรง เราต้องเอาคนที่สามารถที่จะสื่อสารกับผู้มีอำนาจ ในการตัดสินใจต่างๆเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น และการปรับแนวทางที่จะเดินหน้าต่อไปเท่านั้นเอง

จะทำงานอยู่ที่  ศอ.รส.ตลอด

ต่อข้อถามว่า วันที่ 12 มี.ค. นายกฯทำงานตามปกติหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทำงานตามปกติ มีกำหนดนัดกับทางผู้ช่วยรัฐมนตรีของสหรัฐอเมริกา เมื่อถามว่า หลังวันที่ 14 มี.ค. นายกฯคิดว่าการบริหารราชการแผ่นดินยังคงทำได้ปกติหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ตั้งใจว่าอย่างนั้น เราจะดูสถานการณ์เพราะงานที่ทำต้องทำต่อ ปัญหาประชาชนไม่ได้มีเฉพาะเรื่องการชุมนุม เรื่องทุกเรื่องต้องทำงานต่อ เมื่อเช้าก็ประชุม ครม.ภาคใต้ตามปกติ แต่จะพยายามไม่ไปสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง อาจจะมีความยืดหยุ่นอยู่บ้าง" เมื่อถามว่า วันที่ 13-14มี.ค. นายกฯจะไปอยู่ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะอยู่ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.)

การันตีแดงชุมนุมใหญ่ไม่บานปลาย


ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ตอนหนึ่งว่าในช่วงระยะเวลาอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้ว่าจะมีการชุมนุมใหญ่ทางการเมือง ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้แนวทางของการรักษากฎหมาย ไม่ปล่อยให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย แล้วจะนำพี่น้องประชาชนใน กทม.และจังหวัดต่างๆได้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติมากที่สุด ด้วยความพยายามในการใช้กฎหมายต่างๆเข้าจัดระเบียบ โดยจะต้องเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนที่มาชุมนุม โดยเฉพาะผู้ที่มาใช้สิทธิภายใต้ขอบเขตของรัฐธรรมนูญ คิดว่าการที่เรามีปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นการยืนยันว่าสังคมไทยเป็นสังคมเปิดและเป็นสังคมที่พร้อมจะบริหารจัดการด้วยความอะลุ้มอล่วย ประนีประนอม เป็นแนวทางที่มีความยั่งยืน แนวทางนี้จะเป็นแนวทางที่ทำให้นักธุรกิจที่อยู่ที่นี่ และที่จะเข้ามามีความสบายใจได้ว่ารัฐบาลจะไม่เปลี่ยนแปลงพื้นฐานของสังคมไทย

ศอ.รส.ให้ช่อง 5 แม่ข่ายถ่ายทอดสด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับภารกิจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันศุกร์ที่ 12 มี.ค. ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงจะเริ่มมารวมตัวชุมนุมที่กรุงเทพฯเป็นวันแรกนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ยกเลิกภารกิจที่วัดพระราม 9 ในงานประทานสารีริกธาตุ ระหว่างประเทศไทย-เนเธอร์แลนด์ เวลา 07.30 น. เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ศูนย์บัญชาการ ศอ.รส.จะอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวได้ ขณะที่โทรทัศน์จะอนุญาตให้แค่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เท่านั้นเข้าไปตั้งรถถ่ายทอดสัญญาณได้ ขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ จะอนุญาตให้แค่ผู้สื่อข่าวกับช่างภาพเข้าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ตั้งรถถ่ายทอด แต่จะใช้วิธีการยิงส่งสัญญาณแทน ขณะที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพได้เดินทางไปที่กรมทหารราบที่ 11 เพื่อไปดูสถานที่เตรียมการประชุมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา

ปิดล้อมที่ราชการสลายม็อบทันที

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ว่า ได้หารือถึงการอำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมที่ต้องการใช้สถานที่ในการชุมนุม โดยยอมให้ผู้ชุมนุมใช้สถานที่ตามที่ต้องการ แต่จะมีข้อห้าม ไม่ให้ผู้ชุมนุมคือ จะต้องไม่ทำการใดๆที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องชุมนุมโดยสงบ ก็จะได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่รัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 แต่หากผู้ชุมนุมไปบุกรุกเคหสถาน บ้านพักของผู้ใด หรือบุกรุกสถานที่ราชการ ก็จะถือว่าไม่ได้ชุมนุมโดยสงบ จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่รัฐ "ถ้ามีพฤติกรรมบุกรุกที่ใด เราจะเข้าทำการสลายการชุมนุมทันที ซึ่งการสลายการชุมนุมนั้น เราจะทำตามหลักสากลคือ เข้าไปเจรจา ตักเตือนให้รู้ว่า กำลังจะมีการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังฝ่าฝืนอีกก็จะเข้าไปจับกุม ถ้าขัดขืนก็จะใช้น้ำฉีดและใช้แก๊สน้ำตา" รองนายกฯ กล่าว

"อีแต๋น-ปิกอัพ" ห้ามเข้ากรุง

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ตั้งแต่มีการประกาศพื้นที่ใน กทม. และปริมณฑลให้เป็นพื้นที่ความมั่นคง รถอีแต๋นจะเข้ามาไม่ได้เด็ดขาด รถกระบะที่บรรทุกขนคนก็เข้ามาไม่ได้ ยกเว้นรถกระบะของประชาชนธรรมดาที่มาเยี่ยมลูกหลาน หรือมาติดต่อธุรกิจปกติ เข้ามาได้แต่ขอความร่วมมือประชาชนเหล่านี้ให้ไปขอหนังสือรับรองจากอำเภอในภูมิลำเนาติดตัวมาด้วย จะได้ทราบว่าไม่มีเจตนาจะนำรถมากีดขวางการจราจร รวมถึงรถขนผักหรือพืชผลการเกษตรที่ค้าขายใช้ชีวิตปกติ ซึ่งหลักการของ ศอ.รส.คือ ทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ส่วนผู้ชุมนุมที่โดยสารรถกระบะจะต้องหยุดที่จุดตรวจ จะอำนวยความสะดวกรับผู้ชุมนุมส่งต่อไปยังพื้นที่ชุมนุมได้ สำหรับรถกระบะที่จอดอยู่จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลให้ แต่ถ้านำเข้ามาและจอดกีดขวางจราจรจะถูกยกแน่นอน เมื่อเกิดความเสียหายบริษัทประกันก็ไม่จ่าย ดังนั้นอย่าเสี่ยง เจ้าหน้าที่จะนำแผนที่แสดงการตั้งจุดตรวจ รวมถึงจุดจอดรถกระบะแถลงให้สื่อทราบเป็นระยะเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ

เตือนอย่าบุกค่ายทหาร-ตร.

รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวอีกว่า เมื่อคืนวันที่ 10 มี.ค.ได้มีการสั่งการให้เคลื่อนย้ายกำลังที่จะต้องทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยประมาณ 5 หมื่นคน ทั้งข้าราชการพลเรือน อาสาสมัคร อพปร. ตำรวจ ทหารเข้าประจำการรักษาความเรียบร้อยให้เสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 11 มี.ค.นี้ ซึ่งทั้ง 5 หมื่นคนจะไม่มี การพกอาวุธ มีแต่เครื่องที่ป้องกันตัวเองเท่านั้น และจะแต่งเครื่องแบบเรียบร้อยเห็นชัดเจน โดยจะมีเครื่องหมายบอกฝ่ายชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครแปลกปลอมมาแต่งเครื่องแบบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งใครที่แต่งเครื่องแบบเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ก็จะถูกดำเนินการทันที เราดูรู้ทันทีว่าใครเป็นของจริง ของปลอม แต่ช่วงที่มีการชุมนุม หากมีกลุ่มที่แฝงมาแล้วบุกรุกไปในที่ตั้งของทหารหรือสถานีตำรวจ หรือกองบัญชาการตำรวจ ซึ่งมีอาวุธของราชการเก็บเอาไว้ เราจะใช้อาวุธในการปราบปราม เพราะถือว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายมุ่งที่จะเข้าไปปล้น ชิงเอาอาวุธของราชการเพื่อมาทำร้ายประชาชน จึงต้องดำเนินการเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถถืออาวุธได้ จะมีจำนวนจำกัดคือ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือที่เรียกว่าหน่วยสวาท มีเครื่องแต่งกายและเขียนป้ายติดที่อกเห็นได้ชัดว่าเป็นตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครไปแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วไปทำร้ายประชาชน

ห้ามล้ำเส้น รพ.ศิริราชเด็ดขาด

นายสุเทพกล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ ประชาชนทั้งประเทศมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประชาชนต่างมีความเป็นห่วงกังวลซึ่งทาง ศอ.รส.ได้วางมาตรการดูแลถวายการอารักขาอย่างดีที่สุด และขอความร่วมมือไปถึงผู้ชุมนุมทุกท่านว่า ถนนทุกสายทุกเส้นทางที่จะไปสู่ รพ.ศิริราช ที่ประทับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพักรักษาพระองค์ อยู่นั้น ห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมไปโดยเด็ดขาด และไม่ให้ไปกระทำการใดๆ ที่เป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทไม่ว่าจะไปทางบกหรือทางน้ำ ถ้าผู้ชุมนุมมีเจตนาจะมาเรียกร้องประชาธิปไตย หากเป็นประชาธิปไตย หัวใจของนักประชาธิปไตยคือ การเคารพกฎหมาย ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย

ประเมินสถานการณ์วันต่อวัน

เมื่อถามว่า มีการประเมินว่าจะชุมนุมยืดเยื้อยาวถึงสัปดาห์หน้า จะประชุม ครม.ในอังคารหน้าได้หรือไม่ นายสุเทพตอบว่า อย่าเพิ่งคิดเลยไปขนาดนั้น ดูแลไปวันต่อวัน โดยหลักการของ ศอ.รส. คือประชาชนต้องสามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ ใครขัดขวางเส้นทางคมนาคม ปิดถนน สถานีรถไฟ สนามบินไม่ได้โดยเด็ดขาด จะสลายทันที ประชาชนต้องไม่ถูกรบกวนด้วยเรื่องอย่างนี้ หากมีการปิดล้อมก็มีขั้นตอนการปฏิบัติ คือการเจรจา แต่หากเจรจาไม่ได้ก็จำเป็นต้องมีการสลายการปิดล้อมซึ่งจะทำให้ดีที่สุด รัฐบาลได้ใช้กรมทหารราบที่ 11 เป็นที่ตั้งกองบัญชาการ ศอ.รส. เพราะถือว่าอยู่ห่างจากจุดใหญ่ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศแล้วคือที่สนามหลวง ถนนราชดำเนินและเวทีใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้า

ใช้ จนท. 5 หมื่นพร้อมกำลังสำรอง

เมื่อถามว่า ภาคประชาชนเรียกร้องทั้งฝ่ายเสื้อแดงและรัฐบาลยุติความรุนแรง จะให้ความมั่นใจเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่อย่างไรในการรักษาความสงบโดยจะไม่ลุแก่ อำนาจทำให้เกิดน้ำผึ้งหยดเดียวจนบานปลายอย่างไร นายสุเทพตอบว่า ตนได้ซักซ้อมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายว่า เราปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติและประชาชน ต้องอดกลั้นและอดทน เจ้าหน้าที่จะไม่ลุแก่โทสะและจะไม่ทำร้ายประชาชนเด็ดขาด ตนยืนยันแล้วว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนจะไม่พกพาอาวุธเลย ส่วนคนที่จะมีอาวุธคือเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่จะแต่งเครื่องแบบแต่ละสังกัดพกอาวุธจะเป็นการปฏิบัติปกติของหน่วยลาดตระเวน ที่ไม่ใช่หน่วยที่มาตั้งประจันหน้ากับผู้ชุมนุม และหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจหรือหน่วยสวาทที่จะแต่งเครื่องแบบตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษชัดเจน ซึ่งจะนำมาแสดงให้สื่อมวลชนดู ซึ่งจะแยกออกต่างหากจากกำลังผสมตำรวจ ทหารและพลเรือนทั้ง 5 หมื่นคน ซึ่งไม่ติดอาวุธ

ชาวบ้านพกอาวุธถูกจับทันที

เมื่อถามว่า กรณีการตรวจอาวุธจะตรวจเฉพาะการขนอาวุธจากรอบนอกเข้ามาหรือ เพราะอาวุธจากข้างในก็มีมากมาย นายสุเทพตอบว่า เจ้าหน้าที่จะตรวจทั้งข้างนอกและข้างใน เมื่อได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯแล้ว ประชาชนจะพกพาอาวุธออกจากเคหสถานของตัวเองไม่ได้ หากพบจะถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษสถานหนัก ดังนั้น แม้จะอยู่ใน กทม.จะพกอาวุธไปไหนมาไหนไม่ได้เด็ดขาด ด่านตรวจที่ตั้งขึ้นมีจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จะเผยแพร่แผนที่ออกไปให้ดูเป็นจุดๆหลายชั้น ทั้งเส้นทางเข้ามาจากต่างจังหวัดจะมีด่านตรวจเป็นระยะๆ พอมาถึงชานเมืองกรุงเทพฯก็มีด่านสำคัญป้องกันไม่ให้เอาสิ่งผิดกฎหมายเข้ามา  และพอมาถึงกรุงเทพฯก็มีด่านตรวจอีก ทั้งหมดกังวลใจเรื่องอาวุธมากที่สุด

โอดใช้ จนท. 5 หมื่นคนน้อยไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนในที่ประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) บอกหรือไม่ว่า การเตรียมการครั้งนี้ยิ่งกว่าการมีการปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมาเสียอีก นายสุเทพตอบว่า เรียนตรงๆว่าตนรู้สึกว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ถ้ามีกำลังมากกว่านี้ตนจะใช้มากกว่านี้เพราะกังวลใจจริงๆเพื่อดูแลพื้นที่ให้ทั่ว เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าในพื้นที่ภาคอีสานมีการกว้านซื้อชุดทหารมากผิดปกติ นายสุเทพตอบว่า ถึงต้องให้เจ้าหน้าที่มีการจัดแบ่งกำหนดเครื่องหมาย ที่แบ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐให้ชัดเจน โดยมีรหัสเฉพาะที่จะสามารถป้องกันการปลอมแปลงได้ เมื่อถามว่า มีการเตรียมกำลังสำรองเอาไว้เท่าไหร่ หากเจ้าหน้าที่ 5 หมื่นนายแรกไม่เพียงพอในการดูแล นายสุเทพตอบว่า มีบ้าง

"เทือก-มาร์ค" บัญชาเกมรบที่ ร.11

เมื่อถามว่า  รัฐบาลวางกำลังเข้มข้นแต่ฝ่ายเสื้อแดงประกาศจะแหกฝ่ามาทุกด่าน นายสุเทพตอบว่า เขาไม่ต้องกลัวเพราะรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรให้น่ากลัว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องชุมนุมโดยสงบและไม่ควรจะฝ่าด่าน ซึ่งแสดงว่าเขาไม่ยอมให้เราได้ตรวจค้นเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เอาอาวุธหรือคนต่างด้าวเข้ามาร่วมชุมนุม ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อบ้านเมือง เมื่อถามว่า ท่านจะพาครอบครัวไปหลบในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือเซฟเฮาส์หรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ยังไม่ได้คุยกันเลย ภรรยาและลูกยังอยู่ที่บ้านแต่ตั้งใจว่าตนจะไปอยู่ในที่พักที่เดียวกับนายกฯ ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์  เพื่อสะดวกในการไปปฏิบัติงานแก้ไขสถานการณ์ ส่วนครอบครัวก็พยายามจะชักชวนอยู่ ส่วน ครม.ชุดเล็ก 9 คน จะไม่ได้ไปอยู่รวมกันในเซฟเฮาส์หรือสถานที่ที่ใช้เป็นกองบัญชาการ อยู่บ้านใครบ้านมันสบายกว่า ขณะนี้มีเพียงตนกับนายกฯที่จะไปอยู่ด้วยกัน

ระบุ "กอร์ปศักดิ์" เหมาะเจรจาที่สุด


เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลตั้งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ  เลขาธิการนายกฯเป็นหัวหน้าคณะผู้ประสานงานกับคนเสื้อแดงจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า คราวนี้เป็นกรณีพิเศษที่รัฐบาลตั้งใจจะแก้ปัญหาโดยสันติวิธี จึงแต่งตั้งให้เลขาธิการนายกฯเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาลไปเจรจา เมื่อถามว่า มั่นใจหรือว่านาย กอร์ปศักดิ์จะเจรจาได้เพราะไม่ใช่นักเจรจาที่ดี นายสุเทพตอบว่า นายกอร์ปศักดิ์ เป็นเลขาธิการนายกฯ เมื่อจะมีการเจรจาต้องนำคนที่ฝ่ายโน้นมั่นใจได้และดูว่ามีราคา พูดจาเชื่อถือได้ การใช้เลขาธิการนายกฯถือว่าดีที่สุดแล้วแม้ในพรรคประชาธิปัตย์ก็มีคนที่ประนีประนอม แต่นายกอร์ปศักดิ์ถือว่ามีความประนีประนอม พูดจามีหลักการ พูดแทนนายกฯ และ ศอ.รส.ได้ ส่วนตนเป็น ผอ.ศอ.รส. ถ้าต้องไปนั่งเจรจาเองก็คงไม่สามารถนั่งบริหารงานรักษาความสงบได้

"เทือก" ลั่นรัฐบาลไม่ยุบสภาแน่

นายสุเทพให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ถึงกรณีที่กลุ่มเครือข่ายสันติวิธีไปเจรจากับเสื้อแดง นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.ที่ระบุว่า หากรัฐบาลยุบสภาฯก็จะยุติการชุมนุมทันที นายสุเทพตอบว่า ต้องกราบขอบคุณนายโคทม อารียาและกลุ่มต่างๆที่ช่วยกันเรียกร้องให้การชุมนุมคราวนี้เป็นไปโดยสันติ รัฐบาลน้อมรับฟังด้วยความเคารพและพยายามที่จะปฏิบัติตามถึงได้ตั้งคณะเจรจาเอาไว้ ส่วนข้อเรียกร้องของ นพ.เหวงนั้น การจะยุบสภาฯเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและมีหลักปฏิบัติที่เป็นสากลกันทั่วโลก ในประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเขาไม่มีการออกมาข่มขู่รัฐบาลให้ยุบสภาแบบที่เขากำลังทำอยู่นี้ การตัดสินใจยุบหรือไม่ยุบสภาว่าไปตามกลไกกติกา เช่น ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วมีการลงคะแนนเสียง  แล้วเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯเห็นว่าฝ่ายค้านพูดจาถูก รัฐบาลปฏิบัติการเสียหาย ก็จะลาออกหรือยุบสภาฯได้

ฟุ้งกองทัพยืนข้างรัฐบาล 100%


เมื่อถามว่า  หากรัฐบาลเห็นว่าตัวเองได้เปรียบก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่เป็นไปตามวิถีทางปกติที่เขาทำกันทั่วโลก นายสุเทพตอบว่า ถูกแต่ว่าไม่ใช่ทำเพราะว่าถูกใครมาข่มขู่ แต่บรรยากาศอย่างนี้ก็เห็นได้ชัดว่ามีคนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไม่ยอมรับกฎเกณฑ์กติกา ถ้าขืนไปยุบสภาฯให้มีการเลือกตั้งก็คงไปทุบตีกันในสนามเลือกตั้งเป็นเรื่องวุ่นวาย ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้เสร็จเสียก่อน เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลวางกำลังอย่างเข้มแข็งยังมั่นใจใช่หรือไม่ว่ากองทัพยังอยู่กับรัฐบาลนี้ 100% และหากมีอุบัติเหตุใดเกิดขึ้น ใครจะรับผิดชอบ นายสุเทพตอบว่า ตนก็เป็นผู้รับผิดชอบ เขาถึงตั้งตนขึ้นมาดูแลรักษาความสงบของบ้านเมือง ส่วนนายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ขอยืนยันให้พี่น้องประชาชนสบายใจอีกครั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่นำมาปฏิบัติการครั้ง ตระหนักดีว่า เราเป็นข้าราชการของประชาชนและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทำทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง  ไม่มีเรื่องอื่นมาแอบแฝง เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

พท.เผ่นนอกไม่ใช่ถูกรัฐคุกคาม


ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ครอบครัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เดินทางออกไปต่างประเทศแล้ว ล่าสุดยังมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่บินไปสิงคโปร์ โดยระบุว่ามีสิ่งผิดปกติ เพราะมีทหารไปตั้งกำลังที่วัดบางบอนใกล้บ้านของเขาถือเป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ นายสุเทพตอบว่ายืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลไม่มีเจตนาที่จะไปคุกคามสิทธิเสรีภาพของใคร ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิมไปสิงคโปร์นั้น ตนไม่ทราบว่าเขาคิดอะไร เรียนแล้วว่าตนเอาทหารออกมาต้องกระจายไปตามจุดต่างๆ ทหารมาจากต่างจังหวัดก็ต้องขอให้อยู่ตามวัดหรือโรงเรียนบ้าง ข้างบ้านตนก็มี พี่น้องประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ อย่าตกใจ ถ้าเห็นทหารไปอยู่ในวัดหรือโรงเรียนใกล้บ้านท่าน เพราะตั้งใจไปรักษาความสงบเรียบร้อยปลอดภัยให้ท่าน

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่แกนนำพรรคเพื่อไทยต่างพากันพยายามหาเหตุผลข้ออ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ก็เข้าโรงพยาบาลผ่าตัดตา พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ก็บอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยว และ ร.ต.อ.เฉลิมก็บินไปต่างประเทศ นายสุเทพตอบว่า ขอให้ ท่านทั้งหลายปฏิบัติทุกอย่างอยู่ในกรอบของกฎหมายก็แล้วกัน

แจงสมเด็จไม่ได้ขึ้นบัญชีดำพระ


วันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ตำหนักสมเด็จฯ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เข้ากราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สมเด็จเกี่ยว) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยใช้เวลาหารือนานประมาณ 20 นาที จากนั้นนายสุเทพเปิดเผยว่า มากราบนมัสการสมเด็จพระคุณเจ้า เพราะก่อนหน้านี้ มีคนไปวิพากษ์วิจารณ์ พูดจาว่ารัฐบาลทำบัญชีดำโดยมีพระสงฆ์ถึง 17-18 รูปอยู่ในบัญชีว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลต้องจับตามอง จึงถือโอกาสนี้มากราบเรียนความจริง ว่ารัฐบาลไม่เคยขึ้น บัญชีใครเลย คนธรรมดาก็ไม่เคยขึ้นบัญชี การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปติดตามตรวจสอบใครนั้น ก็เฉพาะคนที่มีพฤติการณ์ที่จะเป็นภัยต่อสังคม เป็นภัยต่อบ้านเมืองก็ต้องติดตามตามหน้าที่ ส่วนพระคุณเจ้าไม่เคยมีปรากฏเลย ซึ่งท่านก็บอกให้ฟังว่าท่านได้ดูข่าวอยู่ และได้เห็นที่ตนได้ชี้แจงตามที่ต่างๆแล้ว ท่านเข้าใจและบอกว่าตนไม่ต้องหนักใจอะไรเรื่องของพระสงฆ์ดังกล่าว เพราะพระสงฆ์มีเหตุผ ลไม่มีอะไรที่จะเป็นปัญหากับบ้านเมือง เพราะฉะนั้นตนก็สบายใจแล้วที่ได้มากราบเรียนท่าน
ทัพเรือจัดกำลังคุมเข้ม 3 จุด

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ร.ต.นริศ ประทุมสุวรรณ เลขานุการกองทัพเรือ แถลงถึงการจัดกำลังของกองทัพเรือในการรักษาความปลอดภัยบริเวณโรงพยาบาลศิริราชว่า ตามที่มีการมอบหมายให้กองทัพเรือรับผิดชอบพื้นที่โรงพยาบาลศิริราช กองทัพเรือได้ดำเนินการจัดเตรียม 4 กองร้อยรักษาความสงบ (ร้อย รส.) ร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 รักษาความสงบเรียบร้อย โดยวางกำลังรอบโรงพยาบาลศิริราช ทั้งชั้นกลาง และชั้นนอก เพื่อรักษาความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทาง ศอ.รส.ได้กำหนดพื้นที่ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือ การใช้ยานพาหนะ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ ดังนี้ 1. ถนนพรานนก ตั้งแต่สามแยกไฟฉาย-ท่าน้ำพรานนก 2. ถนนอรุณอมรินทร์ ตั้งแต่เชิงสะพานอรุณอมรินทร์-หน้าพระราชวังเดิม กองทัพเรือ 3. ถนนอิสรภาพ ตั้งแต่ถนนโพธิ์สามต้น- สถานีรถไฟบางกอกน้อย ซึ่งสถานที่ที่กำหนดจะห้ามบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรเข้า-ออกจากบริเวณพื้นที่ ดังนั้น ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันสอดส่องกลุ่มบุคคลผู้ไม่ประสงค์ดีที่อาจทำให้เหตุการณ์เกิดความรุนแรงขึ้น

ห้ามใช้ท่าเรือใกล้ รพ.ศิริราช


พล.ร.ต.นริศกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กองทัพเรือ ได้จัดกำลังทางเรือรักษาความปลอดภัยทางน้ำตลอด 24 ชม. โดยมีฐานทัพเรือกรุงเทพ จำนวน 3 หมู่เรือ เป็นหน่วยปฏิบัติรับผิดชอบในพื้นที่ ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี สะพานพระราม 8 สะพานพระปิ่นเกล้า สะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จะรับผิดชอบกับตำรวจน้ำ และกรมเจ้าท่า เพื่อรักษาความปลอดภัยทางน้ำให้แก่ประชาชน และอำนวยความสะดวกการขึ้น-ลง ของกลุ่มผู้ชุมนุมโดยสุจริต ปราศจากอาวุธ ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยทางน้ำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทาง ศอ.รส.ได้ประกาศให้ท่าเรือโรงพยาบาลศิริราช ท่าวังหลัง ท่าช้าง ท่าพระจันทร์ ท่าราชนาวีสโมสร ท่าราชนาวิกสภา ท่านิเวศน์วรดิษฐ์ และท่าราชวรดิษฐ์ เป็นท่าเรือที่ห้ามใช้ ท่าอื่นใดที่ไม่ใช่เรือโดยสารประจำท่าจอดรับส่งผู้โดยสารหรือขนถ่ายสิ่งใดๆ ยกเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และกำหนดให้พื้นที่เขตวัดอรุณราชวราราม ถึงบางกอกน้อยเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ จึงขอให้เรือที่สัญจรที่จะผ่านในพื้นที่ดังกล่าวใช้เส้นทางชิดฝั่งพระนคร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับยับยั้งเหตุการณ์ในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยอำนาจในข้อกำหนด ม.18 แห่ง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร 2551 ข้อ 4

ศอ.รส.โชว์ชุดปฏิบัติการพิเศษ

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังการประชุมกองอำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) พร้อมกันนี้ได้นำชุดควบคุมฝูงชนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชายและหญิง ชุดสายตรวจ ชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยสวาท ชุดจู่โจมเคลื่อนที่เร็ว หรือชุดปะ ฉะ ดะ มาโชว์ให้สื่อมวลชนได้ดู ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนรับทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงระหว่างวันที่ 11-23 มีนาคม 2553

ให้ สมช.-มท.-ยต.ดูแลสื่อแดง

นายสุเทพกล่าวถึงการปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์ที่ปลุกระดม โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์พีทีวีหรือไม่ว่า เราให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาติดตามบุคคลที่ใช้วิทยุโทรทัศน์เป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติก็มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เช่น วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าหากสถานการณ์รุนแรงเกิดการปะทะกัน ทหารอาจจะทำการปฏิวัติ นายสุเทพตอบว่า ไม่มีแน่นอน ไม่มีเด็ดขาด อย่ากังวลใจ ตนยืนยัน ซึ่งมีบางฝ่ายพยายามโฆษณาชวนเชื่อ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ เจ้าหน้าที่มาเพื่อปกป้องประชาชนไม่มีเจตนาอื่นแฝง อย่าไปกังวลใจเรื่องปฏิวัติ ทั้งนี้ ในช่วงเย็นตนจะเดินทางเข้าพบสมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ เพื่อขอกราบนมัสการ และรายงานสถานการณ์บ้านเมือง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลและกองทัพไม่ได้มีการขึ้นบัญชีดำพระสงฆ์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง

ผบ.ทบ.ย้ำคำเดิมไม่มีปฏิวัติ


ด้าน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ เราตระหนักดีว่าประเทศเราต้องมีความสงบเรียบร้อย ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ประการแรกให้ความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ทำงานร่วมกันทุกฝ่ายทั้งตำรวจ พลเรือน และทหาร เราจะรักษาความสงบเรียบร้อยให้ได้ ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นและรับประกันได้ว่า ไม่ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร จะไม่มีการปฏิวัติ ตนยืนยันมาหลายครั้งแล้ว กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ก็มีการพูดคุยกัน ขอให้ประชาชนสบายใจได้ เข้าใจว่ากระแสคนส่วนใหญ่ทุกคนเรียกร้องให้เกิดความสงบ หากชุมนุมก็ชุมนุมตามกฎหมาย เราไม่ได้ไปรบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราทำให้บ้านเมืองสงบ

การันตีไม่มีทหารเหล่าไหนคิดปฏิวัติ


เมื่อถามว่า ท่านยืนยันไม่ปฏิวัติแล้ว ทหารคนอื่นยืนยันได้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ตนรับรองได้ว่าไม่มีใครในกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ตนยืนยัน ไม่มีปฏิวัติ ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ไม่มีการปฏิวัติ พูดกันหลายปีแล้วจึงไม่ต้องห่วง

ผบ.พล.1 ยันเป็นทหารของแผ่นดิน


วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) กล่าวหลังเป็นประธานจัดกิจกรรมชุมชนรอบวังเฉลิมพระเกียรติว่า กำลังทหารที่เข้าไปดูแลมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง เราพร้อมปฏิบัติตามแผนที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย จะไม่เกิดความรุนแรง เราทำตามหน้าที่ของกฎหมาย ผู้บังคับบัญชาได้ย้ำว่า เราเป็นทหารของประชาชน เป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และไม่ใช่ศัตรูของประชาชน ไม่ได้อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับใคร เรามีจุดยืนชัดเจน ส่วนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะพยายามแหกด่านจุดตรวจเกรงว่าจะปะทะกับเจ้าหน้าที่นั้น พล.ต.กัมปนาทกล่าวว่า คงไม่มี เราพยายามเจรจา พูดคุยตามลำดับชั้นว่า จะไม่มีการปะทะต้องมีการเจรจาเป็นหลัก อีกทั้งจะไม่มีการปิดกั้นการชุมนุม กลุ่มคนเสื้อแดงสามารถชุมนุมได้ตามปกติ

ศอ.รส.ห้ามใช้ถนนรอบทำเนียบ


ด้าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวย การรักษาความสงบ (ศอ.รส.) กล่าวว่า ขอชี้แจงการห้าม ใช้ถนน ได้แก่ 1. ถนนลูกหลวง 2. ถนนนครปฐม และ 3. ถนนคู่ขนานของราชดำเนินนอก เฉพาะบริเวณล้อมรอบทำเนียบฯ โดยจะเปิดถนนพิษณุโลกให้ใช้ได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีถนนที่ปิดการจราจร คือถนนศรีอยุธยา เฉพาะคู่ขนาน ฝั่งด้านชิดกับสโมสรกองทัพบก และซอยสามเสน 12 ตั้งแต่ปากซอย ด้านถนนราชสีมา จนกระทั่งถึงท้ายซอย ด้านถนนสามเสน ซึ่งรวมแล้วจะมีการปิดการจราจรในถนน 2 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.เป็นต้นไป ทางเจ้าหน้าที่เริ่มวางอุปกรณ์ในการปิดเส้นทางจราจรในคืนนี้ (11 มี.ค.) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 มี.ค.2553 อย่างไรก็ตาม กรณีนี้หากมีเหตุจำเป็นในกรณีพิเศษ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำจุดก็สามารถพิจารณาได้เป็นกรณีๆ ไป นอกจากนี้ การดูแล รปภ. ของ รพ.ศิริราช ทางกองทัพเรือ ดูแลพื้นที่รอบนอก แต่พื้นที่ด้านในจะเป็นการจัดวางกำลังของกรมสมุหราชองครักษ์ เพราะถือว่าเป็นเขตพระราชฐาน

ออกใบอนุญาตรถกระบะเข้ากรุง

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอ.รส. ให้ สัมภาษณ์อีกครั้งในรายการเจาะข่าวเด่น ถึงเรื่อง พ.ร.บ. ความมั่นคง ว่า ภายหลังได้ประชุมกันที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตั้งจุดตรวจของอำเภอกระจายทุกถนนในเขตแต่ละอำเภอ โดยมีปลัดอำเภอประจำด่านตรวจ หรือ หน.ชุด อปพร.อำนวยความสะดวก ในการออกเอกสารให้พี่น้องประชาชน ในการที่จะเดินทางมาทำธุระในกรุงเทพฯในช่วงเวลาที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ประชาชนต้องเตรียมเอกสารประกอบด้วยบัตรประชาชน ใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ เพื่อไปขอใบอนุญาตเอารถออกมา กทม.และแจ้งความประสงค์ว่าจะไปที่ไหน และหนังสือฉบับนี้จะเป็นใบรับรองเพื่อผ่านทางเฉพาะรถปิกอัพและ 6 ล้อ เนื่องจากมีข้อมูลข่าวสารว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะนำรถเข้ามาใน กทม.เยอะ ปกติการจราจรใน กทม. มากมายอยู่แล้ว หากมีเข้ามาอีก 2-3 หมื่นคัน โดยมาไม่ได้วิ่งแบบธรรมดา แต่มีความตั้งใจปิดการจราจร จะทำให้เกิดความวุ่นวาย คนใน กทม.จะเดือดร้อน จำเป็นต้องออกกฎกติกา แม้จะไม่สะดวกกับคนในต่างจังหวัด เพื่อไม่ให้เสียผลมากกว่านั้น ส่วนรถปิกอัพใน กทม.จะวิ่งไปต่างจังหวัดไปไม่มีปัญหาสามารถออกไปได้เลย ขากลับมาหากเป็นทะเบียนต่างจังหวัด ให้แจ้งที่เขตใน กทม. ว่า จะออกไปต่างจังหวัดว่าไปทำธุระอะไรและจะกลับมาเมื่อใด หากเป็นรถปิกอัพทะเบียน กทม. ไม่มีปัญหา หากไม่มีหนังสือรับรองออกไปได้แต่จะกลับลำบาก จะติดขัด เช่นเดียวกับรถ 6 ล้อ

ตรวจรถเข้มสกรีนอาวุธ-ต่างด้าว


ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลภายใต้ พ.ร.บ.ความมั่นคงว่า มีเรื่องสำคัญที่ต้องชี้แจง 2 เรื่องใหญ่คือ 1. การปฏิบัติตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมทุกคนที่จะเข้าร่วมการชุมนุมว่า ต้องพกบัตรประชาชนเพื่อป้องกันคนต่างด้าวที่จะลักลอบเข้ามา และรถทุกคันต้องมีทะเบียนรถ 2. การนำรถเข้ามาใน กทม.กรณีที่เป็นรถบรรทุกเล็กและเป็นทะเบียนต่างจังหวัด ซึ่งตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงจะไม่อนุญาตให้นำรถเข้ามา กรณีที่ต้องการเข้ามากรุงเทพฯ จะต้องไปทำเรื่องขออนุญาตทางอำเภอและนำมาแสดงที่จุดตรวจทุกจุด กรณีที่เอารถเข้ามาแล้ว ซึ่งเป็นรถของกลุ่มผู้ชุมนุม ก็จะมีการเตรียมที่จอดรถเอาไว้ ซึ่งตนจะจัดรายการชี้แจงประชาสัมพันธ์ให้ทราบ ส่วนการตั้งด่านตรวจกลุ่มผู้ชุมนุมก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่จะมาชุมนุมเอง ส่วนกรณีที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่าจะแหกด่านนั้น ผู้ที่คิดแหกด่านด้วยความตั้งใจก็มี 2 เหตุผล คือ 1. มีอาวุธพกติดมาด้วย และ 2. ขนคนต่างด้าวหรือใช้ทะเบียนรถปลอม

ขู่ปิดวิทยุสื่อเครือข่ายแดงล้ำเส้น

นายสาทิตย์กล่าวว่า สำหรับเรื่องวิทยุชุมชนและสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ได้ประสานไปยัง กทช.และได้เลขาฯ กทช.มาติดตามในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งจะดูตามเงื่อนไขตามที่ขอใบอนุญาตชั่วคราว หากผิดไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ก็จะดำเนินการส่วนของคลื่นและเครื่องวิทยุ ส่วนกรณีของบุคคลที่อาจจะพูดจาลักษณะดูหมิ่นจาบจ้วงและปลุกระดม ก็มีฝ่ายตำรวจนครบาลและ กทช.คอยฟังอยู่ ยืนยันว่าไม่ได้จ้องหาเรื่องปิด สำหรับที่กลุ่ม นปช.ระบุจะตั้งศูนย์ข่าวสีแดง หากไม่มีการปลุกปั่นยุยงให้มีการกระทำผิด ก็ไม่มีปัญหา คิดว่าเป็นการพูดในลักษณะตีปลาหน้าไซไปก่อน ซึ่งหากสถานีวิทยุนั้นๆไม่ได้กระทำผิดกฎหมายอะไร  รัฐบาลก็ปิดไม่ได้ แต่ต้องเตือนคนทำรายการของคนเสื้อแดงให้ระวัง เพราะหากไปถ่ายทอดสดเพื่อปลุกระดมก็ต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด เช่นเดียวกับกรณีการถ่ายทอดสดความเคลื่อนไหวของแกนนำของโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบางช่องนั้น ที่ปราศรัยบนเวที ซึ่งหากเป็นการปลุกระดมอย่างครั้งที่แล้ว เมื่อวันที่ 11 และ 12 เม.ย. 2552 ที่ผ่านมา ก็จำเป็นต้องดำเนินการทันทีเพราะมีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว

"ไตรรงค์" ชี้จุดเสี่ยงแบงก์ 33 แห่ง

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค. จะเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลตามปกติ แต่ในช่วงบ่ายจะเดินทางไปตรวจราชการที่ต่างจังหวัด ขณะนี้ยังไม่ได้ประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง คิดว่าไม่มีอะไรต้องประเมิน เพราะการชุมนุมเป็นสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ชาวต่างประเทศไม่ได้ตกใจอะไร เพราะจากการพูดคุยกับสภาหอการค้าของญี่ปุ่น เยอรมัน ออสเตรเลีย ไม่ได้หนักใจอะไร หากผู้ชุมนุมไม่ได้ดำเนินการผิดกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าธนาคารพาณิชย์หลายแห่งอยู่ในข่ายต้องเฝ้าระวัง 33 จุดนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังไว้ก่อน เพราะเมื่อคนมากันมากๆ ก็ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนชั่ว แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่มาเป็นคนดี ที่ต้องการมาแสดงออกในความเห็นทางการเมือง แต่อาจมีคนไม่ดีมาสร้างความโกลาหล เมื่อถามว่า จะย้ายไปทำงานที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะหรือไม่ นายไตรรงค์ตอบว่ายังไม่มีแผน เมื่อถามว่า ช่วงนี้ต้องย้ายลูกและภริยาไปอยู่เซฟเฮาส์หรือไม่ นายไตรรงค์ตอบว่าไม่มี บ้านตนปลอดภัยที่สุด

ส่งหลักฐาน "ทักษิณ" ป่วนให้ยูเออี


ด้านนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้เชิญอุปทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประจำประเทศไทย เข้าพบ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอความร่วมมือกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพำนักอยู่ในยูเออีว่า นายกษิตได้มอบหลักฐานที่ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีการขับเคลื่อนทางการเมืองในยูเออี ประกอบดีวีดีบันทึกภาพและเสียงการวีดิโอลิงค์ และการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณจากยูเออี ภายหลังจากมีคำตัดสินคดียึดทรัพย์ รวมถึงคลิปต่างๆของบุคคลที่เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครดูไบ ของยูเออี และพูดถึงการกำหนดแผนต่างๆ พร้อมเอกสารต่างๆที่เชิญชวนให้ประชาชนร่วมชุมนุมและไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมไทย ซึ่งถ้าจำเป็น เราขอให้รัฐบาลยูเออีช่วยหยุดการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือถ้าเป็นไปได้ ขอให้ยูเออีทำตามที่เคยรับปากว่าจะไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณพำนักต่อ และไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณใช้ยูเออีเป็นฐานขับเคลื่อนทางการเมือง โดยเราหวังว่าทางการยูเออีจะดำเนินการภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีความละเอียดอ่อนและการชุมนุมกำลังมีการขับเคลื่อน ทั้งนี้ ในส่วนเอกอัครราชทูตยูเออีประจำประเทศไทยนั้น ขณะนี้ได้เดินทางกลับที่ประเทศของตัวเอง เพื่อแจ้งข้อมูลต่างๆและสถานการณ์ของไทยให้รัฐบาลของเขาทราบ

ตามจี้รัฐบาลยูเออีทำตามสัญญา


นายพนิช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รมว.ต่างประเทศได้ติดต่อไปยังเอกอัครราชทูตไทยประจำยูเออีให้เข้าไปยังกระทรวงการต่างประเทศของยูเออีอีกครั้งแล้ว ไปแสดงถึงความเป็นห่วงของเราและสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังจะเกิดขึ้น อีกทั้งถ้า พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินยุยงหรือปลุกกระแส ก็ขอให้ทางการยูเออีรีบดำเนินการตามที่รับปากเราไว้ ทั้งนี้ตอนนี้มีความเป็นไปได้ที่เขาจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดที่เราส่งให้ไปพิจารณา และเราก็ได้ให้ ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการที่เขาขอให้เราส่งตัวนายไมเคิล ไบรอัน สมิธ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปยังยูเออี หวังว่าจะทำให้เขาเห็นถึงความสำคัญในช่วงนี้ ที่อาจยุยงให้เกิดสถานการณ์ต่างๆหรือความไม่ปลอดภัยในไทย

"ชัย" แขวะ "เฉลิม" สบายตัว

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า สภายังคงประชุมตามปกติ เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุเหมือนวันที่ 7 ต.ค.หรือไม่ นายชัยตอบว่า ไม่ห่วงอะไร เพราะคนไทยทุกคนรักชาติบ้านเมือง ไม่มีการห้ำหั่นกัน คนไทยพูดกันรู้เรื่อง เข้าใจกัน ทุกฝ่ายต้องหาจุดที่จะประนีประนอมกัน บางท่านก็หนีไปต่างประเทศเอาความสบายต่อตัวเอง แต่ตนต้องอยู่เพื่อประชาชน มีการปรึกษาหารือกัน

ปชป.ให้รูปละหมื่นถ่ายคนป่วน


วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. พร้อมด้วยนายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า ได้รับรายงานว่ามีการจ้างประชาชนในแถบหนองแขม ภาษีเจริญมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดง โดยให้ค่าจ้างกลางคืน 600 บาท และกลางวันให้ 500 บาทและยังมีกระแสว่ามีแนวโน้มจะมีการใช้ระเบิดเพลิงใช้ก่อสถานการณ์บางอย่าง ซึ่งตนและคน กทม.ไม่เห็นด้วย ดังนั้นตนจึงได้ทำรถไฮเทคที่จะมีข้อความโฆษณาต่างๆที่แสดงออกถึงความรักความสามัคคีของคนในชาติ วิ่งรณรงค์แจ้งเตือนว่า หากประชาชนคนใดสามารถถ่ายภาพผู้ที่กระทำผิดและกำลังก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ได้ ตนจะบริจาคเงินเดือนตนให้รางวัลภาพละ 10,000 บาททันทีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าเป็นภาพที่ผู้กระทำผิดก่อการ นอกจากนี้ยังมีข่าวกรองว่าจะระเบิดอาคารใหญ่ 2 แห่งและมีระเบิดดาวกระจายใน กทม.อีก 30-40 จุด ซึ่งตรงกับที่รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงพูดในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น ประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมก็ขอให้คิดให้ดี

จากนั้นทั้ง 2 ส.ส. ได้เดินไปขึ้นรถไฮเทคและเคลื่อนมาจอดที่บริเวณฝั่งตรงข้ามทางเข้าอาคาร 1 รัฐสภา เพื่อโชว์ให้ผู้สื่อข่าวได้บันทึกภาพ

"การุณ" ป่วนแกล้งจอดรถขวาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นได้มีรถตู้สีขาว ทะเบียน ฉฐ 4 กรุงเทพมหานคร ของนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยกระโดดถีบนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ได้เข้ามาจอดเพื่อเข้าประชุมสภาฯบริเวณบ่อปลาแฟนซีคาร์พ โดยนายการุณได้เดินออกมาจากรถและไปตะโกนใส่ 2 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า "มึงจอดได้ กูก็จอดได้" จากนั้นได้เดินกลับไปนั่งภายในรถ และทำทีว่าหาของในรถนานกว่า 20 นาที ทำให้การจราจรติดขัดรถเข้าออกไม่ได้ ส่งผลให้รถติดยาวเหยียดออกไปนอกรั้วรัฐสภา

ตีลูกมึนอ้างหาของไม่รู้รถติด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายนายวัชระได้สั่งเคลื่อนรถไฮเทคออกจากบริเวณดังกล่าว นายการุณจึงยอมลงจากรถพร้อมกับตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้ไม่พอใจนายวัชระ แต่ที่ตนไม่ได้ลงจากรถเพราะกำลังหาของอยู่และที่เคลื่อนรถไปหาของที่อื่นไม่ได้ เพราะมีผู้สื่อข่าวมายืนขวางหน้ารถ แต่สื่อมวลชนได้แจ้งไปว่า เพราะนายการุณนั่งปิดกระจกรถและมีคนบอกให้ออกไปแล้ว ซึ่งระหว่างที่นายการุณนั่งในรถ เจ้าหน้าที่ รปภ.ของรัฐสภากว่า 8 คน ไม่กล้าที่จะดำเนินการใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"โฆษกมาร์ค" ปัดรัฐปิดทีวีเสื้อแดง


วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่ารัฐบาลเตรียมปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนลว่า ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ดำเนินการเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวทำอะไรที่ผิดกฎหมายและมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง เช่น การปลุกปั่นเผยแพร่เนื้อหาที่ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เตรียมหลบไปอยู่ที่ศูนย์บัญชาการรัฐบาล ร.11 บางเขน และมีการเตรียมเฮลิคอปเตอร์ เพื่อหลบหนีหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ทางรัฐบาลก็ต้องมีมาตรการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนแกนนำคนเสื้อแดงนั้นก็ต้องรับผิดชอบด้วย อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าแกนนำคนเสื้อแดงคงจะเดินทางออกนอกประเทศเหมือน กับผู้นำบางคนที่ออกไปแล้ว

ปูด "พจมาน" บินไปดูไบแล้ว

นายเทพไทกล่าวว่า ล่าสุดทราบจากน้องภรรยาของนายถวิล ไพรสนฑ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่เดินทางไปเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยเที่ยวบินอีเค 375 ของสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 มีนาคมนี้ว่าคุณหญิงพจมานดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับการ์ดผู้หญิงอีก 3 คน ไปในเที่ยวบินเดียวกันดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับคนในตระกูลชินวัตรรายอื่นนั้น เชื่อว่าจะทยอยบินออกนอกประเทศก่อนวันที่ 14 มี.ค.นี้

"ไพฑูรย์" ขู่ฟันต่างด้าวมั่วชุมนุม

ด้านนายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่อาจมีแรงงานต่างด้าวเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ตนเชื่อว่าจะไม่มีแรงงานต่างด้าวเข้าร่วมการชุมนุม เพราะมีกฎหมายระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า หากแรงงานต่างด้าวจะเดินทางออกนอกพื้นที่จะต้องขออนุญาตให้เรียบร้อยก่อน ถ้าแรงงานต่างด้าวยังขัดขืนเข้าร่วมชุมนุม ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท และเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร พร้อมทั้งนายจ้างจะเสียค่าปรับต่อคนไม่เกิน 1 หมื่น ถึง 1 แสนบาท กระทรวงแรงงานได้ทำหนังสือเวียนเพื่อแจ้งไปยังผู้ประกอบการต่างๆแล้ว

ห่วงปลุกระดมเสื้อแดงบุกกรุง

ที่รัฐสภา นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า พรรคมีความห่วงใยต่อการเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ ที่จะนำบ้านเมืองไปสู่วิกฤติอีกครั้ง โดยมีการส่งสัญญาณว่าจะนำไปสู่การเตรียมการวินาศกรรมและนำไปสู่การเผชิญหน้าของคนไทยด้วยกัน ในการสนับสนุนให้คนทำผิดปลุกระดมผ่านเครือข่ายวิทยุชุมชน ส่งสัญญาณถึงการลอบวางเพลิงโดยนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศว่าน้ำมัน 1 ล้านลิตร จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นทะเลเพลิง สิ่งเหล่านี้เป็นการส่งสัญญาณโดยตรงที่ต้องการสร้างการจลาจล ประกอบกับการส่งสัญญาณบิดเบือนความจริง ปฏิเสธความรับผิดชอบต่างๆ มีการใช้คลิปเสียงนายกฯ ไปปลุกระดม ทำความเข้าใจผิด เพื่อมุ่งไปสู่การสร้างสถานการณ์โดยผ่านฝ่ายความมั่นคงที่เป็นแนวร่วมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

แฉหลักฐานแดงฮาร์ดคอร์ป่วนจริง

นพ.บุรณัชย์กล่าวต่อว่า เช่น นายอรุณ ฉายาจันทร์ ผู้ยึดอาวุธของเจ้าหน้าที่ ศรภ.ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งแกนนำบอกว่าไม่เกี่ยวข้องเป็นแดงปลอมสร้างสถานการณ์ แต่ความจริงพรรคมีข้อมูลว่านายอรุณมีความสัมพันธ์กับพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผลหรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มีการเรียกร้องให้ ต่อสู้อย่างสงบสันติ แต่คนที่สนับสนุนคือ พ.ต.ท.ทักษิณกลับให้ครอบครัวเดินทางไปต่างประเทศ โดยอ้างเหตุผลต่างๆ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณปฏิเสธความรับผิดชอบขั้นสุดท้าย และประเด็นสุดท้ายมีการพาดพิงสถาบันสูงสุดทั้งในและนอกประเทศ  โดยมีการระบุถึงการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ  แม้จะมีความมั่นใจว่าคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ต้องการ  ซึ่งประเทศต้องอาศัยความร่วมมือของคนไทยทั้งประเทศเพื่อป้องกันเหตุรุนแรง  และรักษาไว้ซึ่งสถาบันสูงสุดของประเทศ

"ชำนิ" เชื่อม็อบแดงไม่ยืดเยื้อ


นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธานคณะทำงานปฏิบัติการเพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง (วอร์รูม) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงว่า ส่วนตัวเชื่อว่าแม้จะมีเหตุรุนแรงตามที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินจากรายงานของหน่วยข่าวกรอง แต่คงไม่ยืดเยื้ออย่างที่แกนนำคนเสื้อแดงประกาศไว้ คิดว่าน่าจะจบใน 3-4 วัน เพราะกระแสตอบรับของสังคมไทยโดยรวม โดยเฉพาะคน กทม.ไม่เอาด้วยและเริ่มมีการต่อต้านการใช้ความรุนแรง ซึ่งเมื่อรวมกับสถานการณ์ล่าสุดที่ครอบครัวชินวัตร และแกนนำสำคัญของพรรคเพื่อไทย ทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่บินไปประเทศสิงคโปร์ เพราะไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่างๆ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่เข้ารับการผ่าตัดดวงตาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ทั้งหมดชี้ให้เห็นชัดเจนแล้วว่าคนที่มีส่วนประสานและมีความสำคัญระดับบนไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมครั้งนี้ ซึ่งอาจมีการสร้างสถานการณ์ใดๆขึ้น จึงเป็นภาระหนักของแกนนำ นปช.ล้วนๆ ที่ต้องควบคุมให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

เชื่อ "ทักษิณ" คาดการณ์ผิด


นายชำนิกล่าวต่อว่า ส่วนตัวเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คงได้ทบทวนและประเมินสถานการณ์แล้วว่าเขาอยู่ในภาวะเพลี่ยงพล้ำที่ไม่น่าเลื่อนการชุมนุมใหญ่มาเป็นช่วงเดือน มี.ค. หลังการตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเหตุผลต่างๆ ที่อ้างมาล้วนไร้ความชอบธรรม และบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งสิ้น เขาคงเสียดายโอกาสการชุมนุมใหญ่ในช่วงเดือน ม.ค. หลังจากที่มีการเลื่อนการชุมนุมใหญ่จากเมื่อเดือน ธ.ค. เมื่อปลายปีที่แล้ว วันนี้จึงต้องการเพียงว่าจะหาทางลงม็อบอย่างไร เพราะบรรดาแกนนำต่างชิ่งหนีความรับผิดชอบทั้งหมดแล้ว แม้กระทั่งส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ได้รับทราบข่าวจากพรรคพวก ส่วนใหญ่ก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่ขัดไม่ได้

"จตุพร" แฉแผนสกัดแดงเข้า กทม.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 12.45 น. ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. แถลงถึงความคืบหน้าชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 มี.ค.ว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ประชุมสั่งการผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อให้ทหารออกมาสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เคลื่อนไหวเข้ามาใน กทม. หากสกัดไม่ได้ให้ดึงไว้ให้ได้นานที่สุด ทราบมาว่าจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดที่ต้องการให้เกิดการแตกหัก คือบริเวณประตูน้ำพระอินทร์ วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยให้ ทหาร 4 กองพัน กำลัง 6 กองร้อย จากกรมทหารม้าที่ 5 ใช้รถบรรทุกหินปิดถนนไม่ให้รถปิกอัพและรถอีแต๋นขับผ่านไปได้ จุดนี้บัญชาการโดย พล.ต.วิลาศ อรุณศรี รองแม่ทัพน้อยภาค 1 เป็นอดีตผู้บัญชาการ พล.ม.2 และอยู่ในสังกัดบูรพาพยัคฆ์มาก่อน ส่วนภาคเหนือนั้นมีการตั้งจุดสกัดที่ จ.นครสวรรค์ ตั้งแต่ทางต่างระดับบางปะอิน ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีทหารออกมาสกัดมากแค่ไหน ก็จะเข้ามาชุมนุมใน กทม.ให้ได้ เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

ประกาศนำร่องยึดผ่านฟ้าลีลาศ

นายจตุพรกล่าวอีกว่า สถานีพีเพิลแชแนลจะไปถ่ายทอดสดเพื่อบันทึกภาพการชุมนุมที่บริเวณประตูน้ำพระอินทร์ หากรัฐบาลคิดจะปิดสถานีคงต้องนับถอยหลัง ขอท้าให้ปิดแล้วจะรู้ว่านรกมีจริง เพราะเข้าทางเรา เมื่อประชาชนไม่สามารถติดตามทางโทรทัศน์ได้จะมารวมตัวกันที่ถนนราชดำเนินเป็นจำนวนมาก แต่เราจะให้ปิดสถานี ได้แค่วันแรกเท่านั้น เพราะเตรียมแผน 1-4 ไว้แล้ว ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีเพียงแค่หลักหมื่นนั้น ขอให้ เตรียมหน้าแหกไว้ได้เลย ขณะนี้ประชาชนมีถึงหลักแสนและอาจมากถึงหลักล้าน โดยจะเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. จากนั้นวันที่ 13 มี.ค. อาจมีบางส่วนกลับไปเตรียมเสบียง เพื่อกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 14 มี.ค. ส่วนที่เหลือจะปักหลักตั้งเวทีบนสะพานผ่านฟ้าลีลาศเพื่อนำร่องปราศรัยไปก่อน โดยตั้งเครื่องเสียงถึง 20 ชุด พร้อมกับการ์ดดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม และสื่อมวลชนจำนวน 3 พันคน ดังนั้น คนจะเต็มพื้นที่สนามหลวง ถนนราชดำเนินกลางทั้งสาย ไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า

ขู่มีเหตุรุนแรงนายกฯไร้แผ่นดินอยู่


นายจตุพรกล่าวว่า ยืนยันว่าคนเสื้อแดงชุมนุมโดยสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง หากมีความรุนแรง เพราะรัฐบาลสร้างสถานการณ์ เมื่อเสียงกระสุนปืนนัดแรกดังขึ้น ขอบอกไว้เลยว่า นายกฯเตรียมหาประเทศใหม่อยู่ได้เลย รัฐบาลเตรียมนับถอยหลัง ส่วนที่มีการตั้งวอร์รูมที่กรุง ลอนดอน ประเทศอังกฤษนั้น เป็นเพียงความพยายามตกแต่งพันธุกรรม เพื่อบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหากเกิดความรุนแรงในประเทศไทย โดยมี พ.อ.สุเมธ พรหมตรุษ (หัวหน้า ชุดติดตามดูแลความปลอดภัยนายกฯ) เป็นตัวประสานงานระหว่างวอร์รูมไทยกับวอร์รูมที่อังกฤษ ส่วนกรณีกองทัพเบิกกระสุนยางมาถึง 6 หมื่นนัดเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ทราบว่าจะใช้เป็นอาวุธสังหารประชาชนหรือไม่ เพราะอานุภาพยิงรัศมี 10 เมตร ทำให้ไม้อัดขนาด 5 มิลลิเมตรและสังกะสีทะลุได้ หากยิงใส่ประชาชนอาจถึงตายได้

ไม่หวั่นแกนนำเสื้อแดงถูกรวบ


นายจตุพรกล่าวว่า ส่วนการปล่อยข่าวว่าจะมียิงมัสยิดนั้น เป็นเพียงการอ่อยเหยื่อเกี่ยวกับตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ยืนยันว่าเราไม่มีปัญหากับชาวมุสลิม อย่าเอาศาสนามาบังหน้า เมื่อถามว่านายกฯจใช้บ้านพักที่ร.11 รอ.บางเขน เป็นศูนย์บัญชาการของรัฐบาล นายจตุพร ตอบว่า หวังว่าจะไม่มีทหารมาสังเวยชีวิตอีก เพราะเหตุการณ์ เดือน เม.ย.ที่มีการใช้บ้านพัก ร.1 รอ.ถนนวิภาวดีฯเป็นศูนย์บัญชาการ ทำให้ทหารเกณฑ์ต้องเสียชีวิต จนถึงขนาดต้องทุบบ้านพักหลังดังกล่าวทิ้ง เพราะผีดุ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าคนในบ้านสี่เสาเทเวศร์เรียก ผบช.น.เข้าพบและสั่งให้ดำเนินการกับ 3 แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น อะไรจะเกิดก็เกิด แม้คนเสื้อแดงไม่มีผู้นำ แต่เหมือนรถไฟดีเซลรางที่ไม่มีผู้นำก็เคลื่อนได้ และรัฐบาลจะไม่สามารถควบคุมได้เลย ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางไปประเทศสิงคโปร์นั้น ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการชุมนุม เพราะ ร.ต.อ.เฉลิมไม่เคยขึ้นเวทีคนเสื้อแดงอยู่แล้ว

คนใกล้ชิดทักษิณหลบบินไปนอก


วันเดียวกัน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการพรรค กล่าวว่า ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ เชื่อว่าจะไม่มี ส.ส.ของพรรคเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อหลบเลี่ยงสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้น เหมือนที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหา ส่วนตนจะอยู่ติดตามสถานการณ์อยู่ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อเกาะติดสถานการณ์และแถลงข่าวเป็นระยะในเรื่องที่ต้องสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่นายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา และ น.ส.แพทองธาร บุตรชายและบุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางออกนอกประเทศไทย ล่าสุดบุคคลในตระกูลชินวัตรที่มีบทบาทในพรรคเพื่อไทย อาทิ นางเยาวภาและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้วเช่นเดียวกัน

"เฉลิม" กลับไทยแล้วเผยกลัวปฏิวัติ


ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เดินทางไปสิงคโปร์เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 10 มี.ค. โดยอ้างว่ามีทหารสามกองร้อยจากค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาตั้งค่ายที่วัดบางบอนเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง และจับตาแกนนำพรรคเพื่อไทย รวมทั้งแกนนำคนเสื้อแดงนั้น ล่าสุด ร.ต.อ. เฉลิมให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ทางไกลจากสิงคโปร์ว่า ตนจะกลับถึงประเทศไทยในวันนี้ราว 22.00 น. ด้วยสายการบินไทย เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้กลัวและไม่ได้หนีเอาตัวรอดตามที่นายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วน พรรคภูมิใจไทย ประธานรัฐสภา เหน็บแนม ตอนที่ตนเดินทางไปสิงคโปร์ นั้น เพราะได้ยินข่าวลือหนาหูว่าทหารจะปฏิวัติและตนตกเป็นเป้าหมาย แต่เมื่อตรวจสอบจากแหล่งข่าวและทหารยืนยันว่าจะไม่มีปฏิวัติและปลอดภัยแน่นอน จึงตัดสินใจกลับประเทศไทย

"ทักษิณ" ชี้ไทยอยู่ยุคปฏิวัติต่อเนื่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 11 มี.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ดอทคอมว่า "ตอนนี้ทหาร เข้ามาเต็มกรุงเทพฯ ผมพูดไม่ผิดเสมือนเรายังอยู่ในช่วง ปฏิวัติต่อเนื่อง เพราะหัวหน้าตัวจริงยังบัญชาการอยู่ กฎหมาย ไม่เป็นกฎหมาย ศาลไม่เป็นศาล สื่อไม่เป็นสื่อ สิทธิเสรี ภาพไม่มี ความยุติธรรมก็ถูกยุติ ความเสมอภาคก็ไม่เหลือ ประชาธิปไตยเหลือแต่เปลือก ประเทศถอยหลังน่าเสียดาย ความระแวงตัวเดียวที่หาว่าผมไม่จงรักภักดี ผมจะเปลี่ยน ไทยเป็นสาธารณรัฐ ทั้งๆที่แวบในสมองไม่เคยมี เลยช่วยกันแสดงเสียประเทศเละ ถอยหลังเป็นสิบๆปี"

ขู่แฉเรื่องลับ "ป๋าเปรม" 14 มี.ค.


นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังโต้ตอบกับผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งถึงกรณีที่เคยท้าให้รัฐบาลเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ห้าม พ.ต.ท.ทักษิณเล่นการเมืองด้วยว่า "จริงๆครับ ถ้าไม่อยากระแวงก็เขียนในรัฐธรรมนูญเลย ห้ามทักษิณเล่นการเมือง  กลัวเปลี่ยนชื่อก็ให้ใส่รหัส  DNA เลย ถึงวันนี้ก็ยังท้าเหมือนเดิม"  ทั้งนี้เมื่อมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า pong 99 ad ถามว่า "อยากถามท่าน ทำไมเปรม (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ) ถึงจงเกลียดจงชังท่านนักล่ะครับ มีเรื่องอะไร ลึกๆ บอกประชาชนได้ไหมครับ" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า "เอาไว้พูดวันที่ 14 นี้ครับ"

โต้ข้อหาหลอกใช้คนเสื้อแดง

เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า a 1818 ได้ เขียนข้อความถาม พ.ต.ท.ทักษิณเป็นภาษาอังกฤษว่า "ทำไม อดีตภรรยาท่านและลูกสาวถึงเดินทางออกนอกประเทศ ไม่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง หรือว่าท่านกำลังใช้กลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ และไม่เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมเป็นเรื่องประชาธิปไตย เพราะเขาอาจไม่เข้าใจเรื่องการเมืองมากเท่าไร  แต่ดูเหมือนว่าเขากำลังถูกใช้ เป็นเครื่องมือ" ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณโต้ตอบกลับไปเป็นภาษาอังกฤษเช่นกันว่า "คนเสื้อแดงรู้สึกทนไม่ไหวกับการเมืองปัจจุบัน ไม่อยากอยู่ในภาวะนี้อีก การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงคือประชาธิปไตย คุณไม่เข้าใจคนชนบทซึ่งเป็นเพื่อนร่วมประเทศคุณ อย่าดูถูก เขาต้องการความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน ไปร่วมสิถึงจะรู้" และยังมี ผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า  jujujujub  ได้ สอบถาม พ.ต.ท.ทักษิณเป็นภาษาอังกฤษว่า "อะไรคือความ ยุติธรรมหรือความไม่ยุติธรรมนั้น ศาลฎีกาได้พิสูจน์แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณควรยอมรับในคำตัดสิน" พ.ต.ท.ทักษิณจึงโต้ตอบกลับไปว่า "ผมไม่ได้ใช้คนเสื้อแดงและไม่มีใครใช้พวกเขาได้ พวกเขาทนไม่ได้กับความไม่เป็นธรรมและ สองมาตรฐาน พวกเขาฉลาดและไม่ได้โง่"

ตอกย้ำทหารใช้ M16 ยิง ปชช.


นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า pakmaan ได้ทวิตข้อความโต้ตอบกับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยว่า "การที่ทหารเข้ามาเป็นเพราะบทเรียนจากวีรกรรมจากกลุ่มท่านในช่วงเมษาปีที่แล้ว  การที่ทหารเข้ามาดูแลความสงบก็เป็นสิ่งดีแล้วมิใช่หรือ ผมเสพข่าวสองด้าน ทั้งของกลุ่มท่านและอีกฝั่ง มีแค่กลุ่มท่านที่บอกว่า ทหารยิงประชาชนเสียชีวิตแต่ก็ไม่มีหลักฐานใดแสดงออกมา กลุ่มท่านมีสิทธิในการชุมนุมแต่ไม่มีสิทธิสร้างความรุนแรง จากการถูกยั่วยุนะครับ ตราบใดที่ชุมนุมอย่างสันติไม่มีใครว่าท่านแน่" พ.ต.ท.ทักษิณจึงโต้ตอบกลับไปว่า "ไปหลงเชื่อใครมา เม.ย.ที่แล้วไม่รู้หรือว่าทหารใช้ปืน M16 กระสุนจริงยิงประชาชน หลังจากที่รัฐให้คนปลอมเข้ามา สร้างสถานการณ์ยั่วยุคนเสื้อแดง"

"นพดล" รับ "ชินวัตร" ไปนอกแล้ว

ทางด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่า คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ น.ส.พินทองทา และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตภรรยาและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปต่างประเทศว่า ขณะนี้คุณหญิงพจมานได้เดินทางไปฮ่องกงเพื่อพบปะเพื่อนฝูงเป็นการส่วนตัว และทราบว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากนั้นจะเดินทางไปทวีปยุโรป สำหรับ น.ส.พินทองทาและ น.ส.แพทองธารที่เดินทางไปประเทศเยอรมนีนั้น เป็นการเดินทางไปตามตารางเวลา อีกทั้ง น.ส.แพทองธารก็เรียนทาง

ด้านการท่องเที่ยว จึงไปดูงานเอ็กซ์โปที่ประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ การเดินทางไปต่างประเทศของครอบครัวชินวัตรนั้นถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะเดินทางค่อนข้างบ่อย แต่อาจประจวบเหมาะกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงเวลานี้พอดี จึงไม่อยากให้มองเป็นประเด็นการเมือง ส่วนกรณีที่มีความพยายามตีความว่าเป็นสัญญาณที่จะเกิดความรุนแรงนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะผู้ชุมนุมรวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณมีแนวทางหลักอย่างเดียวกันคือสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง เพราะชัยชนะที่แท้จริงจะต้องได้มาจากแนวทางสันติวิธี

"พจมาน-โอ๊ค" บินไปดูไบแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. คุณหญิงพจมาน  ดามาพงศ์  อดีตภรรยา  พ.ต.ท.ทักษิณ  และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ได้เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ DK 375 ซึ่งตามตารางการบินจะเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิไปนครรัฐดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเวลา 09.30 น. แต่ปรากฏว่าเครื่องดีเลย์ออกจากสนามบินไปเมื่อเวลา 09.50 น. พร้อมด้วยบอดี้การ์ดหญิงอีก 3 คน

สถานทูตอเมริกาแถลงต้านรุนแรง


วันเดียวกัน สถานทูตสหรัฐอเมริกาได้ส่งเอกสารแฟกซ์ถึงสื่อมวลชนไทยระบุว่า ในฐานะที่สหรัฐฯเป็นมิตรเก่าแก่ของประเทศไทย จึงติดตามสถานการณ์ในขณะนี้อย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งควรกระทำผ่านสถาบันประชาธิปไตยของไทย ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง การประท้วงอย่างสันติถือเป็นเครื่องหมายของสังคมประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้ผู้ประท้วงและแกนนำปฏิเสธการใช้ความรุนแรง และใช้สิทธิในการชุมนุมและการประท้วงโดยสันติตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย นอกจากนี้ขอให้รัฐบาลใช้ความอดทนอดกลั้นต่อผู้ประท้วงด้วย

"โสภณ" คุมเข้ม "ขสมก.-รฟท."

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 14.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เรียกหน่วยงานสังกัดในกระทรวงคมนาคมมาประชุมหารือ เพื่อเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ในระหว่างวันที่ 12-23 มีนาคมนี้ นายโสภณกล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการเตรียมมาตรการที่จะรับมือในการที่จะให้บริการประชาชน ที่ต้องการเดินทางทั้งการเดินทางปกติและการเดินทางที่จะส่งกลับผู้ที่จะมาประท้วง โดยประชาชนที่เดินทางปกติจะต้องได้รับความสะดวกสบาย หากพบว่าบริเวณใดเป็นพื้นที่เสี่ยงและผ่านจุดการชุมนุม จะขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในการประจำรถด้วยโดยเฉพาะรถเมล์ ขสมก. ที่อาจจะมีผู้สร้างสถานการณ์เอารถเมล์ไปเผาหรือร่วมประท้วงได้ ต้องหาทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนอย่างที่ผ่านมา ที่พอเกิดเรื่องแล้วก็โยนความผิดกันไปมา ได้สั่งการให้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ติดตามสถานการณ์การชุมนุมในต่างจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าอาจเกิดเหตุยึดรถได้ ขณะเดียวกันทางกระทรวงคมนาคมได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์การชุมนุมกระทรวงคมนาคม และตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามสถานการณ์ โดยมีตนเป็นประธาน มีปลัดกระทรวงคมนาคม รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นฝ่ายอำนวยการ หากเกิดปัญหาเรื่องเส้นทางการเดินรถ  สามารถประสานมายังศูนย์ดังกล่าว ได้ เพื่อที่จะดำเนินการเปลี่ยนเส้นทางเดินรถได้

รถไฟใต้ดิน-สนามบินเข้มงวดพิเศษ

"ยอมรับว่าในครั้งนี้เราให้ความสำคัญกับทางรถเมล์ค่อนข้างมาก เพราะเป็นเรื่องของการป้องกันตัวเอง และป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารได้รับอันตราย ซึ่งหากมีความจำเป็นก็อาจต้องปรับเส้นทางการเดินรถได้ เพื่อไม่ให้มีข้อครหาว่าใครเอารถเมล์ไปเผา ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการนั้นก็ต้องระวังทั้งสถานีรถไฟ รถไฟใต้ดินและสนามบินที่จะต้องมีความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยสนามบินนั้นเป็นเรื่องของความมั่นคงด้วย โดยไม่ให้ม็อบเข้าใกล้สนามบินเพราะหากเข้าใกล้เมื่อไหร่ก็ยากที่จะสกัดได้"

มท.ตื่นขนย้ายของเพิ่มรั้วหนาม


วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีเจ้าหน้าที่เริ่มมีการปรับปรุงซ่อมแซมประตูเหล็กเลื่อนบริเวณประตูทางเข้า-ออกภายในตัวอาคารทุกด้าน เพื่อให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้น รวมทั้งได้มีการจัดแผงกั้นเหล็กชุดใหม่ จำนวน 480 แผง เพื่อเตรียมการเฝ้าระวังเหตุ นอกจากนี้ยังมีการปลดป้ายชื่อรัฐมนตรีและห้องสำคัญทุกห้อง นอกจากนี้ได้มีการขนถ่ายเอกสารสำคัญไปไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัย ขณะเดียวก็มีการล้อมรั้วลวดหนามรอบกระทรวงทั้ง 4 ด้าน นอกจากนี้ได้มีการเสริมกำลังในกระทรวงมหาดไทย 750 อัตรา แบ่งเป็น 3 ชุด 1. ชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยผู้บังคับบัญชา 2. ชุดปฏิบัติการรักษาความเรียบร้อยภายในกระทรวงมหาดไทย และ 3. ชุดปฏิบัติการควบคุมฝูงชน โดยได้มีการจัด อส.ไว้ที่บ้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ที่ย่านสาธุประดิษฐ์ 1 กองร้อย ทั้งนี้ ในวันที่ 12 มี.ค. นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย จะเปิด ศปก.มท. อย่างเป็นทางการ ในเวลา 12.00 น. เพื่อติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมในแต่ละพื้นที่

คาดม็อบแดงบุกกรุง 1 แสน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ส่วนการข่าว สำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง ได้ประเมินตัวเลขกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเข้าร่วมชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงที่ กทม. ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ว่า จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจากทั่วประเทศประมาณ 94,300 คน แบ่งเป็น 1. กทม. 35,000 คน โดยการจัดตั้งจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย 13,000 คน ผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 จำนวน 5,000 คน กลุ่มคนขับแท็กซี่และรถจักยานยนต์รับจ้าง 2,000 คน 2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 26,920 คน 3. ภาคเหนือ 11,510 คน 4. ภาคกลางและภาคตะวันออก 19,550 คน และ 5. ภาคใต้ 1,320 คน โดยมีรถยนต์เข้ารวมชุมนุมประมาณ 7,067 คัน แบ่งเป็นรถบัส 24 คัน รถบรรทุก 6 ล้อ 114 คัน รถบรรทุกขนาดเล็ก 150 คัน รถกระบะ 5,562 คัน รถยนต์ส่วนตัว 704 คัน รถตู้ 137 คัน และรถจักรยานยนต์ 400 คัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมาจากการข่าวในพื้นที่ ยังไม่รวมผู้ชุมนุมที่ประสงค์จะร่วมชุมนุมด้วยอุดมการณ์ ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 15,000 คน รวมผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 109,300 คน ทั้งนี้จะมีการรายงานตัวเลขที่แน่ชัดอีกครั้งได้ในวันที่ 12 มี.ค.

ทำเนียบเริ่มคุมเข้มรับมือเสื้อแดง


ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายหลังเริ่มบังคับใช้การประกาศพื้นที่ความมั่นคงระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค. ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 11 มี.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธทหารบกได้นำสุนัขทหารพร้อมเครื่องมือตรวจวัตถุระเบิดเข้ามาตรวจค้นหาวัตถุระเบิด และสิ่งผิดปกติภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาล และรถยนต์ที่จอดอยู่ตามแนวรั้วทำเนียบฯอย่างละเอียด โดยเริ่มมีการนำลวดหนามบางส่วนมาวางตามแนวรั้วทำเนียบฯแล้ว พร้อมนำสิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น แท่งปูน มาเตรียมพร้อมไว้ ส่วนบริเวณพื้นที่รอบนอกทำเนียบรัฐบาล เช่น สะพานมัฆวาน ถ.ราชดำเนิน ก็มีกำลังทหารกระจายกำลังมายืนดูแลความปลอดภัย

ลั่นจับแน่หากบุกทำเนียบฯ

นายพงษ์ศักดิ์ ศิริวงศ์ ผอ.สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยพื้นที่ภายในทำเนียบรัฐบาลเป็นหน้าที่ของทหารและตำรวจ ตามแผนของ ศอ.รส. โดยใช้จำนวนเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจในทำเนียบใกล้เคียงกับการดูแล ความปลอดภัยในการชุมนุมครั้งที่ผ่านๆ มา ทั้งนี้ ตั้งแต่ เย็นวันที่ 11 มี.ค. เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจจะเริ่มนำกำลังเข้ามาภายในทำเนียบฯ และจะอยู่ไปถึงวันที่ 23 มี.ค. แต่ต้องขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง จากการประเมินด้านการข่าวทราบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมคงไม่บุกเข้ามาภายในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล คงแสดงพลังด้วยการล้อมทำเนียบฯ ซึ่งกำหนดให้ชุมนุมได้เฉพาะบริเวณ ถ.ราชดำเนิน และ ถ.พิษณุโลกเท่านั้น จะไม่ให้เข้ามาภายใน ถ.นครปฐม ถ.ลูกหลวง และถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษมและคลองเปรมประชากรรอบทำเนียบรัฐบาล หากผู้ชุมนุมบุกเข้าก็ต้องถูกจับกุม เพราะถือว่าบุกรุกสถานที่ราชการ โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมวางกำลังไว้หลายชั้นในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบฯอย่างเต็มที่ หากในวันที่ 12 มี.ค. สถานการณ์ไม่ดี ก็จะให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กลับบ้านก่อนเวลาได้

เลื่อนรับ ม.1-ม.4 พื้นที่ ก.ม.มั่นคง

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่า เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการได้ติดตามและประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะเคลื่อนผู้ชุมนุมเข้ามาในกรุงเทพมหานคร และมีแนวโน้มว่าจะปักหลักการชุมนุมที่ยืดเยื้อ 3-7 วัน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปีการศึกษา 2553 ตามปฏิทินที่กำหนดระหว่างวันที่ 13-17 มี.ค.2553 ประกอบกับได้รับแจ้งถึงความกังวลจากผู้ปกครองที่ต้องเดินทางมาสมัครเข้าเรียนในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้น ศธ.จึงประกาศเลื่อนการรับสมัครนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ในจังหวัดที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รวม 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา และฉะเชิงเทรา โดยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัด ทั้งนี้ รวมถึงยกเลิกการรับสมัครทางเว็บไซต์และทางไปรษณีย์ของโรงเรียน 12 แห่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในตามที่ได้มีการประกาศเพิ่มช่องทางไปก่อนหน้านี้ด้วย

เชื่อไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบ


รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ส่วนจะกำหนดการรับสมัครใหม่ในวันใดนั้น ศธ.จะติดตามสถานการณ์เพื่อกำหนดการรับสมัครนักเรียนชั้นดังกล่าวในพื้นที่ 8 จังหวัด และแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป โดยคำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ปกครอง ตลอดจนไม่ให้กระทบต่อการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 ในกลางเดือน พ.ค.2553 อย่างแน่นอน สำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในประกาศดังกล่าว ยังคงให้มีการรับสมัครนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ในวันที่ 13-17 มี.ค.นี้ และดำเนินการตามปฏิทินการรับนักเรียนตามเดิมต่อไป ทั้งนี้การเลื่อนปฏิทินการรับสมัครนักเรียนใน 8 จังหวัดครั้งนี้ จะรวมไปถึงการเลื่อนการจับสลากและการสอบ

ด้วยส่วนที่เกรงกันว่านักเรียนจากต่างจังหวัดจะถือโอกาสใช้ช่องทางนี้ในการสอบมากกว่า 1 โรงเรียน และทำให้มีการแข่งขันในเขตกรุงเทพฯมากขึ้นนั้น เชื่อว่าจะเป็นส่วนน้อย เพราะท้ายสุดนักเรียนก็ต้องตัดสินใจเลือกโรงเรียนเพียงแห่งเดียว เนื่องจาก ศธ.จะกำหนดวันมอบตัวนักเรียนเป็นวันเดียวกันทั่วประเทศ

สภากาชาดสำรองเลือดรับมือม็อบ


นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติว่า หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงโรงพยาบาลทุกแห่งได้มีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน ดังนี้ 1. การเตรียมพร้อมด้านคลังเลือด โดยสภากาชาดไทยสำรองเลือดไว้ 500 ยูนิต และเตรียมผู้บริจาคเพิ่มหากจำเป็น 2. การเตรียมพร้อมออกซิเจน เพื่อ ใช้ในการช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินและ 3. การสำรองเตียงและ บุคลากรทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ ระบบการส่งต่อผู้ป่วย ยานพาหนะต่างๆ ทั้งรถพยาบาล เรือ และเฮลิคอปเตอร์ และอยากขอความร่วมมือผู้ชุมนุม รวมทั้งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากกรณีมีผู้บาดเจ็บเกิดขึ้น ขอให้แจ้งหน่วย แพทย์ฉุกเฉิน โทร. 1669 และ 1646 ตลอด 24 ชั่วโมง ให้อำนวยความสะดวก เปิดทางให้รถพยาบาลทุกประเภท ขอให้อำนวยความสะดวกในการนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ และขอให้อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยผู้ปฏิบัติหน้าที่ จะสวมชุดสีขาว มีตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น โรงพยาบาล หรือมูลนิธิ ปรากฏบนชุดชัดเจน โดย เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง

แจงเหตุรถตู้แทรกขบวนนายกฯ

วันเดียวกัน นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. ฐานะเจ้าของรถตู้โฟล์กสวาเก้นสีน้ำเงิน ทะเบียน ฮจ 1056 กรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีที่นำรถในราชการกรุงเทพมหานคร เข้าแทรกขบวนรถนายกฯ ระหว่างที่นายกฯ เดินทางกลับบ้าน เมื่อวันที่ 10 มี.ค. เวลา 18.00 น. ว่ายอมรับว่าได้นำรถเข้าแทรกขบวนของนายกฯจริง เพราะบ้านของตนอยู่ในเส้นทางเดียวกันกับบ้านของนายอภิสิทธิ์ ทั้งนี้ ก่อนนำรถเข้าแทรกได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าของนายกฯ ผ่านทางวิทยุสื่อสาร ซึ่งพนักงานขับรถของตนนั้นรู้จักกับเจ้าหน้าที่ส่วนหน้า ซึ่งในรถคันดังกล่าวตนได้นั่งอยู่ในรถด้วย ส่วนกรณีที่มีการตรวจสอบเลขทะเบียนแล้วไม่พบว่าเป็นทะเบียนปลอมนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากว่ารถตู้โฟล์กสวาเก้นดังกล่าวเป็นรถของตนที่ใช้มาตั้งแต่เป็นผู้บริหารโรงเรียนศรีวิกรม์ และมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ชื่อนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ (โรงเรียนศรีวิกรม์) และจดทะเบียนเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2550

ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในประเด็นดังกล่าวว่า ตนทราบเรื่องและได้กำชับคณะผู้บริหารแล้วว่าช่วงที่มีเหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ อย่าได้ล้อเล่นกับคณะนายกฯอีก

กก.สิทธิฯวอนทุกฝ่ายยึดสันติวิธี

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช นายปริญญา ศิริสารการ นางวิสา เบ็ญจะมโน และ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการฯ ร่วมออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อการนัดชุมนุมในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ซึ่งกำลังเป็นที่วิตกและหวั่นเกรงในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวางว่า อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่รุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสังคมประชาธิปไตย การแสดงความเห็น การรวมตัว และการชุมนุม เป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 63 ได้ประกันเสรีภาพไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ต้องเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ กสม.จึงขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง เคารพสิทธิและเสรีภาพซึ่งกันและกัน โดยสมควรปฏิบัติหน้าที่ของตน ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พฤติกรรมการชุมนุมที่จะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิและเสรีภาพหากพบการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากเหตุการณ์นี้ แจ้งได้ที่สายด่วน 1377 หรือตู้ ปณ.123 ปณ. ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ 10210 หรือทางอีเมล์ 12march@nhrc.or.th

กมม.แจกคู่มือต้านจลาจล

อีกด้าน บ่ายวันเดียวกัน ที่พรรคการเมืองใหม่ นายประพันธ์ คูณมี ผอ.พรรคฯ นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคฯ นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคฯ แถลงการแจกคู่มือต่อต้านการจลาจล ที่จัดทำทั้งหมด 2 แสนฉบับ เพื่อต่อต้านการจลาจลในทุกรูปแบบและขอแนะนำให้ชุมชน ประชาชน ได้ปฏิบัติการต่อต้านการก่อจลาจล ดังนี้ 1. ให้ประชาชนตั้งอยู่ในความสงบ ไม่ประมาท ไม่ตื่นตระหนก ยึดมั่นสันติวิธี หลีกเลี่ยงเข้าไปในบริเวณที่มีการชุมนุม 2. ปฏิบัติหน้าที่ของชาวไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 50 มาตรา 70 3. ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสถานการณ์

อย่างใกล้ชิด 4. เตรียมอุปกรณ์ในการป้องกันภัยต่างๆ 5. จัดเวรยามเฝ้าระวังตลอดทั้งวันและพกนกหวีดติดตัวเพื่อให้สัญญาณ 6. ซักซ้อมสัญญาณเตือนภัยในชุมชน 7. ป้องกันการกระทำที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน 8. ประสานความร่วมมือกับชุมชนต่างๆ 9. ประสานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้มาช่วยป้องกันภัย จากนั้นนายสุริยะใส และคณะ เดินทางไปตามชุมชนต่างๆ แถวย่านวัดโสมนัสฯ นางเลิ้ง เพชรบุรีซอย 7 บ้านครัว และเยาวราชแจกคู่มือดังกล่าวให้ประชาชน

วอนรัฐบาล-ผู้ชุมนุมอย่ารุนแรง


ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่สี่แยกปทุมวัน กลุ่มประชาชนไม่เอาสงครามกลางเมือง ประกอบด้วยเครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายผู้ติดเชื้อ เครือข่ายครอบครัว เครือข่ายสุขภาพ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายนักศึกษา นำโดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง นำพวงมาลัยเขียนข้อความว่า สติ สันติ สันติภาพ ธงชาติ และธงสีขาว และยังนำป้ายเขียนข้อความว่า ชุมนุมคือสิทธิ ใช้สติ ไม่ปิดกรุงเทพฯวิกฤติเลี่ยงได้ เมื่อคนไทยมีสติ 14 มีนา วันแห่งความรัก (สันติ) ติดไว้บริเวณสะพานลอยสี่แยกดังกล่าว พร้อมแจกเอกสารเรียกร้องให้หยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชน พร้อมกับใช้เครื่องขยายเสียงประกาศรณรงค์ให้ทั้งรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงอย่าใช้ความรุนแรง น.ส.สารีกล่าวว่า รัฐบาลจะต้องใช้ความอดทนและไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน รวมทั้งผู้นำชุมนุมจะต้องยึดมั่นในหลักสันติวิธี และขอร้องทุกฝ่ายไม่อยากเห็นคนไทยเล่นงานกันเอง ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยให้การชุมนุมให้มีสติ สันติ สันติภาพจริงๆ

ปชช.บุกอิมพีเรียลต้านปิดทีวีแดง

อีกด้านหนึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า  วันเดียวกันนี้ ได้มีเอสเอ็มเอสของกลุ่มคนเสื้อแดง ส่งข้อความแจ้งไปยังแนวร่วมคนเสื้อแดงรวมทั้งสื่อมวลชนแขนงต่างๆว่า "แดงเดือด 13.00 น. วันนี้ กทช.ใช้หมายศาลสั่งปิดพีเพิลแชนแนล ชั้น 5 อิมพีเรียล" จากนั้น ไม่นานได้เกิดกระแสข่าวลือแพร่สะพัดไปในหมู่คนเสื้อแดงว่า รัฐบาลจะปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนล ส่งผลให้คนเสื้อแดงจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกันที่หน้าสถานีซึ่งตั้งอยู่ชั้น  5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลลาดพร้าว นั่งปิดประตูทางเข้าอาคารเอาไว้ ทั้งพยายามติดต่อเชิญชวนสมัครพรรคพวก ให้มาร่วมป้องกันสถานี ขณะที่พนักงานของสถานีโทรทัศน์ฯ ที่ได้รับข่าวสารนี้ ก็เตรียมขนย้ายข้าวของอุปกรณ์การถ่ายทอดสัญญาณออกจากสถานีด้วยเช่นกัน ระหว่างบรรยากาศกำลังตึงเครียดและเริ่มมีคนเสื้อแดงเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง นายอดิศร เพียงเกษ ประธานกรรมการบริหารสถานีพีเพิลแชนแนล ได้ออกมาชี้แจงกับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ไม่มีคำสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ เพราะเป็นการขัดสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารตามรัฐธรรมนูญ หลังนายอดิศรชี้แจงเสร็จ กลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนยังไม่ยอมกลับ นั่งกระจัดกระจายเฝ้าสถานีต่อ

ตั้งด่านตรวจยิบรถมุ่งหน้าสู่กรุงฯ


ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในต่างจังหวัดมีหลายแห่งเริ่มทยอยเดินทางเข้า กทม.กันแล้ว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะที่ถนนสายรังสิต-นครนายก บริเวณหน้าห้างเทสโก้โลตัสคลองสี่ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มีกำลังตำรวจ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ร่วมกับทหารจากหน่วยบัญชาการป้องกันทางอากาศ 40 นายตั้งด่านตรวจรถที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เช่นเดียวกับ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ด่านบางปะหัน ต.หันสัง อ.บางปะหัน พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ภ.จ. พระนครศรีอยุธยา สั่งกำลังตำรวจ 150 นาย ตรวจรถที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯโดยมีกำลังทหารจากศูนย์การทหารม้าค่ายอดิศร จ.สระบุรี ร่วมตรวจด้วย ส่วนใหญ่เน้นตรวจรถตู้กับรถประจำทาง เกรงจะมีอาวุธซุกซ่อน

เตรียมปลาร้าเป็นอาวุธช่วงชุมนุม


ส่วนที่ทำการกลุ่มเสื้อแดงอยุธยา 49 ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สมาชิกเสื้อแดงจำนวนหนึ่งช่วยกันตักปลาร้าจากปี๊บบรรจุถุงพลาสติกเพื่อนำไปสมทบกับปลาร้าอีก 1 ตัน ที่นำไปเก็บไว้ที่กรุงเทพฯแล้วเพื่อนำไปใช้เป็นอาวุธในช่วงชุมนุม โดยนางมยุรี เศวตาศัย แกนนำคนเสื้อแดงอยุธยา 49 กล่าวว่า ปลาร้าที่นำมาครั้งนี้เป็นปลาร้าที่สะอาด กินได้ ขว้างได้ สาเหตุที่เตรียมปลาร้าไว้จำนวนมาก เพราะปลาร้าเป็นของที่เสื้อแดงภาคอีสานชอบ เลยเตรียมนำไปเป็นของฝากนำไปกินได้ และทราบว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ชอบปลาร้าเหมือนกัน เพราะเห็นคนทั่วไปมักนำปลาร้าไปขว้างให้ ประจำ เลยคิดว่าหากเจ้าหน้าที่เข้ามารังแกหรือใช้ความรุนแรงกับเสื้อแดง เราจำเป็นต้องใช้ปลาร้าไว้เป็นอาวุธ ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ขอยืนยันจะไม่ปาถุงปลาร้าใส่ เจ้าหน้าที่ก่อน เพราะปลาร้าราคาแพงเก็บเอาไว้กินดีกว่า

เรือ 100 ลำนำแดงล่องเจ้าพระยา

ขณะเดียวกัน นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.เขต 1 พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทยและคณะไปตรวจสอบความพร้อมเรือหางยาวขนาดใหญ่หลายลำที่จอดบริเวณท่าน้ำหน้าวังจันทรเกษม จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะเป็นจุดแรกที่จะปล่อยขบวนเรือจำนวนมากในช่วงบ่ายวันที่ 13 มี.ค. กับเช้าวันที่ 14 มี.ค. นี้ นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า เสื้อแดงอยุธยาและเสื้อแดงภาคกลางจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยเรือนานาชนิดไปตามลำน้ำเจ้าพระยา ไปขึ้นที่ท่าเรือหลายจุดในเขตกรุงเทพฯ โดยเฉพาะที่ท่าพระจันทร์ เรือทั้งหมดจะไปสมทบกับขบวนเรือของชุมชนต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ เช่น อ.บางปะอิน อ.บางไทร หรือเขต จ.ปทุมธานีและนนทบุรี เชื่อว่าจะมีหลายชนิดทั้งเรือขนาดใหญ่ เช่น เรือเอี้ยมจุ๊นไปจนถึงเรือท้องถิ่นติดเครื่องด้านท้าย เช่นเรือหางยาว ไปร่วมขบวนจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 100 ลำ

สั่งตรวจเข้มแดงชุมนุมที่ปากช่อง

ด้าน จ.นครราชสีมา เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่คนเสื้อแดงจากภาคอีสานมารวมตัวกันเข้ากรุง พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ได้สั่งทุกโรงพักตั้งจุดตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมทำความเข้าใจกับกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่จะเดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมยังกรุงเทพฯ 5 จุด คือถนนมิตรภาพ 3 จุด อ.คง อ.โนนสูง และ อ.ปากช่อง ถนนสาย 304 ที่แยกอวยชัย อ.ปักธงชัย และถนนสายบายพาส อ.ด่านขุนทด มุ่งหน้าสู่ อ.สีคิ้ว หากตรวจพบอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายให้ดำเนินการจับกุมทันที ส่วนการเตรียมรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงจะมารวมตัวกันที่ อ.ปากช่อง นั้น พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รอง ผบก. นครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้เตรียมกำลัง 6 กองร้อยไว้ดูแลความสงบและการตั้งจุดตรวจก่อนเข้าสถานที่ชุมนุมอย่างเข้มงวด

ปราศรัยทุ่งศรีเมืองก่อนเคลื่อนทัพ

ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.อุดรธานี ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการเตรียมรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงอีสานตอนบนจะมาชุมนุมปราศรัยที่สนามทุ่งศรีเมือง หลังการประชุม ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกับ ส.ส.ในพื้นที่และแกนนำคนเสื้อแดงเพื่อทำความเข้าใจกันแล้วและมีข้อตกลงจะไม่ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ แต่ต้องเฝ้าระวังบุคคลอื่นหรือบุคคลที่ 3 ด้วย ส่วนที่สถานีวิทยุชุมชนคนรักอุดร เขตเทศบาลนครอุดรธานี สมาชิกชมรมคนรักอุดรจำนวนมากได้นำเงิน ข้าวสาร อาหารแห้ง ผักและผลไม้มามอบให้แกนนำจำนวนมาก เพื่อเป็นเสบียงสำหรับการเดินทาง ส่วนการปราศรัยที่สนามทุ่งศรีเมืองเพื่อเป็นการรณรงค์หาทุนค่าน้ำมันรถ และก่อนเดินทางในเช้าวันที่ 12 มี.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงจะไปทำบุญตักบาตรที่วัดป่าบ้านตาด และบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองอุดรธานีก่อนออกเดินทาง

นสพ.ไทยรัฐ

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 12 มีนาคม 2553, 02:27 น.
tags:
,นายกฯ-ขุนทหาร,รับมือ,ม็อบ,เสื้อแดง,ปักหลัก,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,ทักษิณ ชินวัตร,

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Vacharaphol Co.,Ltd. 1 Viphavadirangsit Rd. Bangkok 10900 Thailand
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By