ดึงสมพงษ์ขึ้นจากใต้มาคุมข่าวสันติบาล
คำสั่งย้ายตำรวจระดับสว.-รอง ผบก. ลอตแรกคลอดแล้วบช.ก. สตม. บช.ปส.ฯ ตั๋วนักการเมืองและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ฉลุย อาทิ "สมพงษ์ ชิงดวง" ตำรวจมือปราบ โยกจากนราธิวาสเข้าสันติบาลดูแลการข่าว เป็นรอง ผบก.ส.2 พ.ต.อ.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย คนสนิท "บรรหาร ศิลปอาชา" ขึ้นเป็นรอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.บัณฑิต ตุงคะเศรณี คนสนิท นายวิษณุ เครืองาม ขึ้นเป็นรอง ผบก.ตม.5 ส่วนสามี "หมิว-ลลิตา" พ.ต.ต.นรบดี ศศิประภา ก็ได้ดี โยกไปเป็น สว.ด่าน ตม.ท่าเรือกรุงเทพ บก.ตม.3 ฝั่ง "นครบาล" สถานการณ์ยังอึมครึม รอง สว.ร้องนักข่าว โวยไม่ได้เข้าโรงเรียนสารวัตร ผู้ใหญ่พิจารณาไม่เป็นธรรม โฆษก บช.น. แจงขั้นตอนมาตรฐานพิจารณาผู้ได้เข้าเรียนละเอียดยิบ
ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งยังไม่มีวี่แววว่าจะลงตัว ลุ้นถึงวันที่ 16 ก.พ.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 27 ม.ค. ว่า พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท. นำเอกสารคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก. ถึง สว. จำนวน 1,263 ตำแหน่ง มาแจกจ่ายให้สื่อมวลชน แบ่งเป็นคำสั่ง สตม. 100 ตำแหน่ง คำสั่ง บช.ก. 206 ตำแหน่ง คำสั่งบช.ปส.101 ตำแหน่ง คำสั่ง บช.ส. 82 ตำแหน่ง คำสั่งหน่วยขึ้นตรง 605 ตำแหน่ง คำสั่ง สพฐ. 169 ตำแหน่ง คำสั่งทั้งหมดลงวันที่ 25 ม.ค. ให้มีผลวันที่ 16 ก.พ. 53
คำสั่ง บช.ก. มีตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ คุ้มสระพรหม ผกก.ฝอ.บก.ปคบ. นายตำรวจติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็น รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผกก.7 บก.ทล. คนสนิทนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นรอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.สมชาย เกาสำราญ ผกก.3 บก.ทล. คนสนิท พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ อดีตรอง ผบ.ตร. เป็นรอง ผบก.ป. พ.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผกก.3 บก.ทล.หน้าห้อง พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก.เป็น ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.ก. พ.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ รอง ผกก.1 บก.ป.คนสนิท พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็น ผกก.ฝอ.บก.ปอท. พ.ต.ท.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผกก.1 บก.ทท. คนสนิท พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีต ผบ.ตร. เป็น ผกก.3 บก.ทล. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.กลุ่มงานถวายความปลอดภัย บก.ทล. มือทำงาน กก.1 บก.ป.โยกมาเป็น รอง ผกก.1 บก.ป.เต็มตัว
ด้าน สตม.มีดังนี้ พ.ต.อ.บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผกก.1 บก.สส.สตม. คนสนิทนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็น รอง ผบก.ตม.5 พ.ต.ท.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผกก.ตม.จ.ชลบุรี นายตำรวจนักประชาสัมพันธ์ เป็น ผกก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 พ.ต.อ. มานัด ศรีวงษา ผกก.2 บก.สส.สตม. คนสนิท พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีต ผบ.ตร. เป็น ผกก.ตม.จ.สระแก้ว พ.ต.อ. วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.6 บก.รน. คนสนิทนายศิริโชค โสภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีข้ามห้วยเป็น ผกก.1 บก.สส. สตม. พ.ต.อ.วิวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผกก.3 บก.ตม.1 หลาน พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ อดีต อ.ตร. ขยับนั่ง ผกก.2 บก.สส.สตม. พ.ต.ต.นรบดี ศศิประภา สว.ฝอ.สท. ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน "เสธแอ๊ว" พล.อ.อัครเดช ศศิประภา อดีต รอง ผบ.สส. และสามีนางเอกชื่อดัง "หมิว-ลลิตา ปัญโญภาส" เป็น สว.ด่าน ตม.ท่าเรือกรุงเทพ บก.ตม.3 นอกจากนี้ พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบก.จ.นราธิวาส โยกกลับมาเป็น รอง ผบก.ส.2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งให้กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำรายชื่อคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจทั้งหมดเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ www. royalthaipolice.go.th
ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีนายตำรวจระดับรอง สว. ร้องเรียนผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการพิจารณาบุคคลเข้าโรงเรียนสารวัตรอย่างไม่เป็นธรรม พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า การพิจารณาข้าราชการตำรวจระดับรอง สว. เข้าโรงเรียนสารวัตร บช.ศ. เปิดรับทุก บช. จำนวน 160 คน แบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นแรก อบรมวันที่ 1 ก.พ. ส่วนรุ่นที่สอง อบรมวันที่ 4 ก.ค. ใช้เวลาประมาณ 10 สัปดาห์ บช.น. มีสิทธิ์ส่งรายชื่อ 42 คน หลักเกณฑ์การพิจารณาเหมือนกับทุก บช. คือ ให้ ผบช.เรียกประชุม รอง ผบช.ในสังกัด ใช้หลักเกณฑ์ 3 ข้อ 1. เลือกจาก รอง สว.ที่มีอาวุโสสูง ร้อยละ 20 จำนวน 8 คน 2. เลือกจากรอง สว.ที่มีความรู้ความสามารถ ร้อยละ 40 จำนวน 17 คน และ 3. เลือกจากความเหมาะสม ร้อยละ 40 คือให้ ผบช. คัดเลือกเอง 5 คน รอง ผบช. 12 คน คัดเลือกท่านละ 1 คน รวม 17 คน รวมแล้วทั้ง 3 หลักเกณฑ์มี รอง สว. สังกัด บช.น. เข้ารับอบรมครบ 42 คนพอดี คาดว่ารายชื่อทั้งหมดน่าจะส่งให้ บช.ศ. ได้ในวันพรุ่งนี้
ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว.ถึง รอง ผบก. สังกัด บช.น. ที่ยืดเยื้อมานาน ถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด ขณะที่ บช.อื่นเริ่มออกคำสั่งกันแล้ว พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า คำสั่งแต่งตั้งวาระนี้ ตามกฎหมายมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.พ. หาก พล.ต.ท.สัณฐาน ส่งรายชื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติวันที่ 15 ก.พ. ก็ยังถือว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจจะเป็นการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้ เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะสามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้เมื่อไหร่


