คณะสงฆ์วัดหนอง-ป่าพงเดินหน้าทวงคืนที่ดินวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ยื่นหนังสือขอสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติหาทางช่วย เพราะถือเป็นที่ดินบริจาคให้หลวงปู่ชา พระตัวแทนคณะสงฆ์ฯ ยันสมเด็จเกี่ยวให้ถอดตำแหน่งพระอุปัชฌาย์พระ พรหมวังโสแล้ว
สืบเนื่องจากที่คณะสงฆ์วัดหนองป่าพงมีมติตัดขาด วัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ที่มีพระวิสุทธิสังวรเถร (พรหมวังโส) เป็นเจ้าอาวาส ออกจากการเป็นวัดสาขา จากเหตุที่พระวิสุทธิสังวรเถร จัดการบวชภิกษุณีนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. ที่ศูนย์เผยแพร่มรดกธรรมหลวงปู่ชา สุภทฺโท ซอยลาดพร้าว 58 พระครูโอภาสวุฒิกร (โสภณ โอภาโส) ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการบริหารคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง ได้ยื่นหนังสือต่อนายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอความร่วมมือในการออกมาตรการดูแลพระสงฆ์ไทยในต่างประเทศ และหาแนวทางในการนำที่ดินของวัดโพธิญาณ กลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดหนองป่าพง
ทั้งนี้ พระครูโอภาสวุฒิกร กล่าวว่า จากกรณีพระวิสุทธิสังวรเถร (พรหมวังโส) วัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ได้บวชภิกษุณี 4 รูป เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งขัดกับระเบียบของคณะสงฆ์ไทย ทำให้คณะสงฆ์วัดหนองป่าพง มีมติตัดวัดโพธิญาณจากการเป็นวัดสาขา พร้อมทั้งได้นำมติดังกล่าวเข้าถวายสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้กล่าวอนุโมทนากับมติดังกล่าว และระบุว่าการที่วัดโพธิญาณถูกถอดออกจากการเป็นวัดสาขาก็หมายความว่าพระวิสุทธิสังวรเถร ในฐานะที่เป็นเจ้าอาวาส ก็จะถูกถอดออกจากตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ไทยด้วย
พระครูโอภาสวุฒิกรกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังทราบมาว่าพระวิสุทธิสังวรเถร มีการเปลี่ยนกฎเกณฑ์และกรรมการของสมาคมชาวพุทธออสเตรเลียตะวันตก เพื่อประโยชน์ของตนเองในการที่จะดูแลวัดโพธิญาณ แต่เนื่องจากคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงได้ตัดออกจากวัดสาขาแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ ดังนั้น จึงอยากให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และมหาเถรสมาคม (มส.) หาแนวทางนำที่ดินของวัดโพธิญาณกลับมาเป็นสมบัติของวัดหนองป่าพง เพราะที่ดินดังกล่าวพุทธศาสนิกชนที่ออสเตรเลียร่วมกันถวายให้กับหลวงปู่ชา สุภทฺโท เมื่อครั้งที่ท่านเดินทางไปยังเมืองเพิร์ธ ขณะเดียวกันเห็นว่า ควรมีการออกกฎระเบียบข้อบังคับ หรือกฎหมายควบคุมพระสงฆ์ในต่างประเทศให้เป็นแนวทางเดียวกับพระสงฆ์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม คณะสงฆ์วัดหนองป่าพงได้เคยแจ้งไปยังพระวิสุทธิสังวรเถรให้กลับมาขอขมาต่อการกระทำที่ทำไปในวันที่ 16 ม.ค. 2553 ซึ่งเป็นวันที่ครบรอบวันมรณภาพของหลวงปู่ชา แต่ทางพระวิสุทธิสังวรเถรได้แจ้งกลับมาแล้วว่าจะไม่เดินทางมา
นายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า การจะทำให้ทรัพย์สินที่พุทธศาสนิกชน บริจาคให้หลวงปู่ชากลับมาเป็นทรัพย์สินของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาฯจะต้องประสานกับฝ่ายกฎหมายของสถานเอกอัครราชทูตไทยในออสเตรเลีย เกี่ยวกับข้อกฎหมายของแต่ละประเทศว่า การจดทะเบียนดำเนินการในรูปแบบใด ทรัพย์สินของวัดอยู่ในนามของใคร จะดำเนินการอะไรได้บ้างเกี่ยวกับทรัพย์สิน เพราะการจัดตั้งวัดในต่างประเทศ ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศนั้นเป็นหลัก ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับอำนาจในการบริหารวัดในต่างประเทศที่ให้คณะกรรมการวัดเป็นผู้ชี้ขาดปัญหาต่างๆนั้น ต่อไปอาจจะต้องมีการออกระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคณะกรรมการวัดใหม่ ซึ่งจะต้องมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย และกรรมการ 2 ใน 3 ต้องมีสิทธิ์ออกเสียงปลดเจ้าอาวาสได้ หากเจ้าอาวาสกระทำความผิด เนื่องจากปัจจุบัน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 หรือระเบียบมหาเถรสมาคมควบคุมไปไม่ถึง จึงทำให้คณะสงฆ์ไทยไม่สามารถดำเนินการกับเจ้าอาวาสที่กระทำความผิดพระวินัยได้ เพราะการที่จะปลดเจ้าอาวาสออกได้ขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการวัด


