อนาถแม่โรคประสาทคลั่งฆ่าลูกสาววัย 5 เดือน ใช้มีดปาดตาลกระหน่ำแทงตามร่างกายพรุน 10 แผล ไส้ทะลัก แล้วนำผ้าขนหนูห่อศพอุ้มมานั่งอยู่หน้าบ้าน ตำรวจทำทีขออุ้มทารกชะตาขาดแต่แม่คลั่งไม่ยอมส่งให้ จนสามีทำงานเป็นลูกจ้างกรมทางหลวงชนบท มาถึงขอรับศพส่งให้แพทย์ ชันสูตร พร้อมแฉเมียมีอาการทางประสาทหลังอยู่กินกัน ได้ปีเศษจนต้องพาไปรักษาที่ รพ.ศรีธัญญา และปกติต้อง พาเมียไปทำงานด้วย ส่วนลูกสาวจะฝากให้เพื่อนบ้านเลี้ยง แต่วันนี้รีบเพราะตื่นสาย ประกอบกับเมียไม่มีอาการทาง ประสาทร่วม 2 อาทิตย์ จึงไว้ใจให้เลี้ยงลูกคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุสยอง
แม่คลั่งฆ่าโหดลูกในไส้วัยแบเบาะตายอนาถรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 ต.ค. พ.ต.ท.สินธุ ชั้นไพบูลย์ สารวัตรเวร สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุแม่คลุ้มคลั่งฆ่าลูกวัย 5 เดือน เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 29/1 หมู่ 1 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางกรวย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ สร้อยสุวรรณ ผกก. แพทย์เวรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นำกำลัง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น พบนางนภาพร เหยือแสวง อายุ 26 ปี เมียเจ้าของบ้าน สวมเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน ผ้าถุงลายดอก นั่งอยู่บนม้าหินหน้าบ้าน อุ้มทารกเพศหญิงวัย 5 เดือน มีผ้าขนหนูสีชมพูชุ่มโชกไปด้วยเลือดห่อหุ้มร่างไว้แนบอก แต่ทารกเคราะห์ร้ายคอพับแน่นิ่ง คาดว่าเสียชีวิตไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามขออุ้มเด็กเพื่อตรวจสอบ แต่นางนภาพรไม่ยอมให้ กระทั่งนายจำนอง สมัครณรงค์ อายุ 39 ปี สามี ได้รับแจ้งข่าวร้ายจากเพื่อนบ้านเดินทางกลับมา บอกว่าจะขออุ้มลูกบ้างนางนภาพรจึงยอมให้นายจำนองรับลูกไปก่อนจะส่งให้แพทย์ชันสูตร จากนั้นนายจำนองได้พานางนภาพรไปนั่งที่หน้าบ้านข้างเคียง เพื่อพูดคุยให้หายเครียด
ปรากฏว่าเมื่อแพทย์เปิดผ้าขนหนูเพื่อตรวจศพ พบว่าหนูน้อยชะตาขาดสวมเสื้อกล้ามตัวเดียว ไม่สวมกางเกงหรือผ้าอ้อม มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมตามลำตัวทั้งด้านหน้าและหลังพรุน 10 แผล จนไส้ทะลักออกมากองที่หน้าท้องเป็นที่น่าสลดใจ คาดว่าตายมาไม่เกิน 2 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ในห้องนอนชั้นบน พบมีดปาดตาลเปื้อนเลือดยาว 1 ฟุต วางอยู่บนเบาะเด็กที่ปูบนพื้นห้อง มีเลือดเปรอะเต็มเบาะจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนายจำนอง พ่อหนูน้อยชะตาขาด ให้การว่า ตนเป็นลูกจ้างของกรมทางหลวงชนบท ส่วนลูกสาวของตนชื่อ ด.ญ.เปรมฤทัย หรือน้องการ์ตูน สมัครณรงค์ อายุ 5 เดือน พร้อมเผยว่า ได้อยู่กินกับนางนภาพรมานานกว่า 3 ปี ซึ่งในช่วงปีแรกที่อยู่ด้วยกันนางนภาพรไม่เคยมีอาการทางประสาทให้เห็น แต่หลังจากอยู่กินกันได้ปีเศษก็เริ่มมีอาการทางประสาท บางครั้งก็พูดเพ้อเจ้อ จนต้องพาไปตรวจรักษาที่ รพ.ศรีธัญญา และแพทย์ได้ให้ยามากินตลอด
พ่อหนูน้อยดวงขาด ให้การต่อว่า ปกติตนจะพานางนภาพรไปทำงานด้วย ส่วนลูกสาวก็จะฝากให้คนข้างบ้านเลี้ยงให้ แต่วันนี้ตนรีบไปทำงานเพราะตื่นสาย ประกอบกับเห็นว่านางนภาพรไม่มีอาการป่วยให้เห็นร่วม 2 สัปดาห์แล้ว จึงวางใจให้เลี้ยงลูกอยู่บ้าน คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุร้าย และจากการสอบถามนางนภาพรบอกว่าจะมีคนมาเอาลูกไป แต่นางนภาพรไม่ยอมให้ไป ก่อนจะใช้มีดแทงลูกจนตายแล้วใช้ผ้าขนหนูห่อลูกอุ้มลงมานั่งหน้าบ้าน จนเพื่อนบ้านมาเห็นแจ้งตำรวจมาสอบสวน
ทางด้าน พ.ต.ท.สินธุ ชั้นไพบูลย์ สารวัตรเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหากับนางนภาพรได้ เนื่องจากยังอยู่ในสภาวะควบคุมตัวเองไม่ได้ จึงทำหนังสือส่งตัวนางนภาพรไปรักษาตัวที่ รพ.ศรีธัญญา รอจนอาการดีขึ้นจึงจะรับตัวมาสอบสวนต่อไป


