ไม่ต้องตื่นเต้ลล์เป็นกระต่ายตื่นตูม ไม่ต้องลุ้นเสียวให้ปวดเมื่อยไข่ดัน
เพราะก่อนสิ้นเดือนนี้ กกต.จะลงมติรับรอง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ได้เป็น ส.ส. ทันตามกรอบเวลา 30 วันอย่างแน่นอน!!
จาก นั้นอีกไม่เกิน 10 วัน สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ก็จะลงมติเห็นชอบให้ “ยิ่งลักษณ์” เป็นนายกฯหญิงคนแรกของไทย ชัวร์ป้าดพันเปอร์เซ็นต์
“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าจุดสนใจของการเมืองไทยนาทีนี้ไม่ได้อยู่ที่พรรคไหนจะเป็นรัฐบาล
แต่มองข้ามช็อตไปถึงนโยบายที่รัฐบาลใหม่ประกาศหาเสียงไว้จะทำ ได้จริง? หรือไม่จริง?
นโยบาย ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน นโยบายปรับเงินเดือนปริญญาตรีหนึ่งหมื่นห้าพันบาท นโยบายรับจำนำข้าวหนึ่งหมื่นห้าพันบาทต่อตัน นโยบายแจกแท็บ-เล็ตพีซี นักเรียน ป.1 แปดแสนคน นโยบายยกเลิกกองทุนน้ำมัน ที่ขูดรีดเงินจากคนใช้น้ำมันเบนซินไปอุ้มคนใช้น้ำมันดีเซล
และอื่นๆอีกบานตะเกียง
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าทุกนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้เป็นสัญญาประชาคมที่รัฐบาลต้องทำตามที่ฉายหนังโฆษณา
ถ้าทำไม่ได้? หรือไม่ได้ทำ? ก็เข้าข่ายแหกตาประชาชน
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อรัฐบาลใหม่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน การจะไปวิจารณ์ล่วงหน้าว่าทำได้จริง? หรือทำไม่ได้จริง? ก็ไม่เป็นธรรม
ต้องให้โอกาส “นายกฯยิ่งลักษณ์” ได้มีเวลาพิสูจน์ฝีมืออย่างน้อย 6 เดือน หรือ 1 ปี
“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่านโยบายเร่งด่วนที่สุดของรัฐบาลคือ การลุยถั่วแก้ไขปัญหาปากท้องของแพง
โดยเฉพาะนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน เพื่อสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล
ปรากฏ ว่านโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน โดนกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง ทั้งสภาหอการค้า สมาคมอุตสาหกรรม นักวิชาการ และนักวิชาเกิน
สรุปเป็นมติเอกฉันท์ว่าถ้าปรับค่าแรงขั้นต่ำจาก 220 บาท เป็น 300 บาทต่อวัน โรงงานอุตสาหกรรมจะต้องเจ๊งกันวินาศสันตะโร
นักลงทุนเอกชนจะเลิกจ้างแรงงาน ย้ายฐานการผลิตไปลงทุนในจีน อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งค่าแรงถูกกว่าไทย
“แม่ ลูกจันทร์” ไม่แปลกใจที่กลุ่มธุรกิจนักลงทุน ซึ่งมุ่งหากำไรสูงสุดใส่กระเป๋าตัวเอง จะประสานเสียงคัดค้านนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นตํ่าของรัฐบาล
ผิดกับนโยบายลดภาษีนิติบุคคลจาก 30 เปอร์เซ็นต์เป็น 23 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถูกใจนายทุนเต็มเปา
“แม่ลูกจันทร์” สนับสนุนนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นตํ่า 300 บาท เพราะเป็นประโยชน์ โดยตรงกับแรงงานไทยไม่ตํ่ากว่า 5 ล้านคน
ขอก ระชุ่นพระเดชพระคุณนายทุนทั้งหลายให้ยอมรับความจริงว่าค่าแรงขั้นตํ่าวันละ 215 บาทถึง 220 บาท มันอยู่ไม่ได้กับภาวะค่าครองชีพปัจจุบัน!!
ถึงจะขึ้นค่าแรงขั้นตํ่าเป็นวันละ 300 บาทก็แค่พอประทังชีวิตอยู่ได้เท่านั้นเอง
ส่วนกรณีที่สภาหอการค้า และสมาคมอุตสาหกรรมออกมาขู่ฮึ่มๆ จะย้ายฐานการผลิตไปจีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าอัตราค่าแรงขั้นตํ่าของจีนวันนี้สูงกว่าไทย
ค่าแรงงานขั้นตํ่าของอินโดนีเซีย
วันละ 227 บาท ก็สูงกว่าไทย
ค่าแรงงานขั้นตํ่าฟิลิปปินส์ 283 บาทต่อวัน ก็สูงกว่าไทย
ค่าแรงงานขั้นตํ่ามาเลเซีย 318 บาทต่อวัน ก็สูงกว่าไทย
ส่วนค่าแรงงานขั้นตํ่าเวียดนามก็ตํ่ากว่านิดเดียว
แต่ถ้าเทียบโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการลงทุน เวียดนามสู้ไทยไม่ได้เลย
“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าสังคมต้องมี ความสมดุล ไม่ใช่เศรษฐีนายทุนฟาดกำไรรวยสะดือบาน
แต่ปล่อยลูกจ้างแรงงานอดตายเพราะรายได้ไม่พอกิน
รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราซะบ้าง ดวงตาจะได้เห็นธรรม.
แม่ลูกจันทร์


