• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการบนมือถือ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
Thairath

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2556
ค้นหาข่าว
  • ฉบับวันนี้

  • ฉบับ 18 มิ.ย. 56

  • ฉบับ 17 มิ.ย. 56

  • ฉบับ 16 มิ.ย. 56

  • ฉบับ 15 มิ.ย. 56

  • ฉบับ 14 มิ.ย. 56

  • ฉบับ 13 มิ.ย. 56

แห่พลิกผืนดินนนท์ ปลูกทุเรียนลูกละหมื่น

Pic_16908

เช้า

บ่นกันปาวๆ เศรษฐกิจตกสะเก็ดกำลังซื้อหดหายยอดขายโงหัวไม่ขึ้น จะมีก็แต่ทุเรียนสวนเมืองนนท์เท่านั้น ที่ยังขายได้กิโลฯละเป็นพัน ลูกละเป็นหมื่นบาท แถมขายดีจนไม่มีจะขาย

ความที่ราคาแพงหูดับ และขายดีเหมือนเทน้ำ สวนกับภาวะเศรษฐกิจยามนี้ หลายคนจึงฝันอยากเปลี่ยนอาชีพไปทำสวนทุเรียนที่เมืองนนท์ แต่ก็นั่นแหละ ป่านนี้ไม่สายไปแล้วหรือ

อนิรุธ บุญยัง หรือ เล็ก เจ้าของสวนทุเรียนขนาด 2 ไร่ 1 ขนัด (แปลงปลูก) ที่หมู่ 6 ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี บอกว่า เวลานี้ทั้งจังหวัด มีพื้นที่ปลูกทุเรียนไม่เกิน 2,700 ไร่ เทียบกับเนื้อที่รวมทั้งจังหวัดนนทบุรี มีอยู่นับแสนไร่

แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกในเขต อ.เมือง ปลูกกันมากแถว ต.ไทรม้า ต.บางกร่าง และ ต.บางรักน้อย ประมาณ 1,100 ไร่ ที่ อ.ปากเกร็ด ปลูกอยู่แถว ต.เกาะเกร็ด และ ต.ท่าอิฐ อีกประมาณ 1,000 ไร่

ที่เหลือปลูกแถบ อ.บางกรวย ราว 300 ไร่ แถบ อ.บางใหญ่ อีกประมาณ 200 ไร่

เล็กบอกว่า จุดเด่นของทุเรียนสวนเมืองนนท์อยู่ที่รสชาติ แม้จะนำต้นพันธุ์ ทุเรียนไปปลูกที่จังหวัดอื่น ก็ไม่ได้รสชาติอร่อยปากเท่ากับปลูกที่เมืองนนท์

"ดินตามสวนทุเรียนเมืองนนท์ ส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว มีลักษณะพิเศษ เกิดจากกระแสน้ำพัดพาเอาตะกอนดิน ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุบางอย่างมาให้"

ประกอบกับสวนทุเรียนเมืองนนท์ มักจะปลูกต้นทองหลางควบคู่ไปกับต้นทุเรียน เล็กบอกว่า ทองหลางเป็นพืชตระกูลถั่วขนาดใหญ่ ให้ทั้งร่มเงา ความชื้น และคายปุ๋ยให้ต้นทุเรียน

ซากและใบของต้นทองหลางที่ร่วงลงไปในร่องสวน อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แมกนีเซียม โปแตสเซียม สังกะสี และกำมะถัน รสชาติของทุเรียนสวนเมืองนนท์ จึงหวานอร่อยกลมกล่อม มีเอกลักษณ์เฉพาะ ต่างจากทุเรียนปลูกที่อื่น


เศรษฐศักดิ์

เล็กบอกว่า ที่ผ่านมาชาวสวนทุเรียนนนท์ส่วนหนึ่ง เบื่อหน่ายกับปัญหาน้ำท่วม หรือไม่ก็น้ำเน่าจากหมู่บ้านจัดสรรละแวกข้าง ทำให้ต้นทุเรียนที่ปลูกไว้ และดูแลประคบประหงมอย่างดี ประสบชะตากรรมถ้าไม่จมน้ำท่วมตาย ก็สำลักน้ำเน่าลาโลก

ประกอบกับแรงยั่วเย้าของราคาที่ดิน ซึ่งบรรดาเจ้าของโครงการหมู่บ้าน จัดสรร เสนอซื้อจากชาวสวนในราคาที่สูงลิ่ว ทำให้ชาวสวนทุเรียนบางราย ยอมตัดใจขายสวนทิ้ง หันไปทำอาชีพอื่น

แต่วันนี้เล็กบอกว่า เหตุการณ์กลับตาลปัตร ผลไม้หลายอย่างที่ปลูกกันดาษดื่น และมีผลผลิตล้นตลาด ล้วนราคาตกกราวรูด มีแต่ทุเรียนสวนเมืองนนท์ เท่านั้นที่ยังขายได้ราคาดี แถมแต่ละปียังมีผลผลิตออกมาไม่พอต่อความต้องการของผู้บริโภค

ทำให้วันนี้พื้นที่ปลูกทุเรียนใน จ.นนทบุรี ที่ยังหลงเหลืออยู่ 2,700 ไร่ กลายเป็นผืนดินล้ำค่า มีราคาแพงดุจทองคำ

แม้แต่ที่ว่างบางแห่งในอำเภออื่น เช่น แถบ อ.ไทรน้อย ซึ่งมีภูมิประเทศอยู่ห่างจากริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไร้ดินตะกอนที่อุดมสมบูรณ์จากแม่น้ำ ไม่เหมาะจะปลูกทุเรียน ในอดีตไม่มีใครเคยปลูกทุเรียนแถบนั้นมาก่อน

แต่วันนี้เริ่มมีผู้นำต้นทุเรียนหลายสายพันธุ์ไปทดลองปลูกกันบ้างแล้ว เพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นผลผลิตทุเรียนจากเมืองนนท์ ที่สร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ

กลายเป็นข้อพิสูจน์อีกอย่าง ยามเศรษฐกิจไม่อำนวย โรงงานโละลูกจ้างทิ้งกันเป็นเบือ ลูกหลานชาวสวนทุเรียนหลายคนที่เคยหันหลังให้สวนทุเรียน หันหน้าเข้าโรงงาน บัดนี้มีบางส่วนเริ่มกลับหลังหันมาจับจอบจับเสียมลงมือทำสวนทุเรียนกันอีกหน

พ.อ.เศรษฐศักดิ์ ไรภู หรือที่ชาวสวนทุเรียนแถวหมู่ 3 ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี เรียกกันติดปากว่า ผู้พันฯ

เจ้าของสวนทุเรียน 1 ขนัด ขนาด 12 ร่องปลูก มีทั้งพันธุ์หมอนทอง ก้านยาว และอื่นๆ รวมกว่าร้อยต้น บอกว่า ทุเรียนปลูกที่ไหนก็ได้ (ยกเว้นพื้นที่ดินกร่อย) แต่ปลูกแล้วจะได้ผลดีหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่อง


อนิรุธ

ผู้พันฯเผยเคล็ดลับวิธีดูทุเรียนนนท์ของแท้

"ของนนท์แท้ หนามจะแหลมกว่าของที่อื่น สีเปลือกจะออกน้ำตาลอมเทา ของที่อื่นมักชุบน้ำยาเร่งให้สุก สีเปลือกจะออกเขียว ทุเรียนนนท์ขั้วหรือปลิง มักจะใหญ่และแข็งกว่าของที่อื่น สีเนื้อในจะออกเหลืองแบบไม่เข้มเกินไป ของที่อื่นเนื้อจะออกสีจัดกว่า ที่สำคัญรสชาติของทุเรียนนนท์แท้ จะออกหวานมัน กลมกล่อม ของที่อื่นจะออกหวานแหลม"

ในแง่ราคาขาย ผู้พันฯบอกว่า ส่วนใหญ่ทุเรียนสวนเมืองนนท์ จะนิยมยกขายกันเป็นลูกๆตามคุณภาพของผล ไม่ได้ชั่งกิโลฯขายตามน้ำหนักเหมือนทุเรียนทั่วไป

แต่ก็พอจะเทียบเคียงราคาหาค่าเฉลี่ยตามน้ำหนักได้อยู่ เช่น ทุเรียนพันธุ์หมอนทองของเมืองนนท์ โดยมากถ้าคิดเป็นน้ำหนักจะตก กก.ละ 200-250 บาท หรือถ้าเป็นพันธุ์ก้านยาวสวนนนท์แท้ ราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ กก.ละตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไป

ทุเรียนก้านยาวบางลูก ผลมีขนาดใหญ่สมบูรณ์มาก น้ำหนักกว่า 10 กก. บางปีให้ผลผลิตออกมาสวนละไม่ถึง 10 ลูก มีคนจับจองกันตั้งแต่อยู่บนต้น ฉะนั้น ขายให้เศรษฐี หรือจะซื้อไปให้รัฐมนตรีกิน ลูกละ 10,000 บาท จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

ผู้พันฯบอกว่า ผลผลิตทุเรียนนนท์มักจะดีปีเว้นปี เมื่อปีที่แล้วสวนทุเรียนของเขาให้ผลผลิตประมาณ 1,000 ลูก คิดเป็นน้ำหนักราว 3 ตัน กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ที่เหลือเป็นพันธุ์ก้านยาว ชะนีและอื่นๆ

เทียบกับปีนี้สวนผู้พันฯเก็บทุเรียนขายได้แค่ 200 ลูก คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 600 กก.

แม้รายได้จากการทำสวนทุเรียนไม่แน่นอน แต่ผู้พันฯบอกว่า ในความเป็นจริงชาวสวนทุเรียนนนท์ส่วนใหญ่ ไม่ได้ปลูกแต่ทุเรียนขายอย่างเดียว ยังปลูกผลไม้อื่นแซม เช่น มังคุด กระท้อน และมะปราง เป็นรายได้เสริม

นายเช้า ดำขลับ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.เกาะเกร็ด ปากเกร็ด นนทบุรี เจ้าของสวนทุเรียนขนาด 3 ไร่ 1 ขนัด 5 ร่อง บนเกาะเกร็ด ปลูกทั้งพันธุ์ชะนี หมอนทอง และก้านยาว บอกว่า

ทุเรียนนนท์ในอดีตมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่เนื่องจากบางพันธุ์ไม่ได้รับความนิยม จึงค่อยๆสูญหายไปในที่สุด

ยกตัวอย่าง ทุเรียนสายพันธุ์กบต่างๆ เช่น กบตาขำ กบแม่เฒ่า กบเล็บเหยี่ยว กบมังกร พันธุ์ลวง และพันธุ์กระดุม เป็นต้น

"เมื่อ 50-60 ปีก่อน ทุเรียนนนท์พันธุ์หมอนทองยังไม่มี มีแต่กบกับก้านยาวเป็นหลัก อย่างกบตาขำ สีเนื้อจะออกสวย รสชาติหวานกรอบ ข้อเสียคือ พูจะแบน เนื้อน้อย กบแม่เฒ่าก็เหมือนกัน สีจะสวยเหลืองเข้ม รสชาติ
หวานมัน แต่เนื้อมีนิดเดียว"

"พันธุ์กระดุมปลูกง่าย ลูกดก ออกลูกไว แต่เนื้อน้อย รสชาติไม่ดี ขายไม่ค่อยได้ราคา ถ้าเป็นพันธุ์อีลวง ปีไหนที่แล้งหน่อยจะได้เนื้อเยอะ แต่ถ้าปีไหนเจอฝนชุก เนื้อจะออกแฉะเป็นปลาร้า เหมาะจะเอาไปกวน หรือทำน้ำกะทิทุเรียน"

ผู้ใหญ่เช้าบอกว่า สมัยนี้ซื้อหาทุเรียนนนท์ของแท้สังเกตได้ไม่ยาก ส่วนใหญ่จะมีฉลากหรือสติกเกอร์ติดอยู่ที่ขั้วผลหรือปลิง ที่ฉลากจะระบุชื่อเจ้าของสวน สายพันธุ์ทุเรียน และเบอร์โทรศัพท์เจ้าของสวน เพื่อเป็นการรับประกันคุณภาพ หรือคืนสินค้าเมื่อไม่พอใจ

เช่น หากซื้อทุเรียนอ่อนไป มีลักษณะเมล็ดสีซีด เนื้อไม่เหลือง สุกแล้วเละ รสชาติไม่หวานมัน เจ้าของสวนฯที่มีฉลากติดอยู่ที่ขั้ว ยินดีคืนเงิน หรือเปลี่ยนลูกใหม่ให้

หรือกรณีที่ซื้อทุเรียนเสีย แกลบ ห้าว เน่า หรือถูกหนอนเจาะไปแล้ว รับประทานไม่ได้เป็นบางพู เจ้าของสวนยินดีคืนเงินให้ตามสัดส่วนพูที่เสียหาย

แต่ทั้งนี้ การเน่าเสียต้องไม่เกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง เช่น นำทุเรียนดิบไปใส่ไว้ในรถยนต์ที่จอดตากแดด หรือวางไว้บนพื้นซีเมนต์ โดยไม่มีกระดาษหรือผ้ารอง ทำให้สุกช้า

นอกจากนี้ การคืนยังต้องนำทุเรียนทั้งลูก พร้อมฉลากที่ขั้วผล ติดไปแสดงด้วย

ใครจะคาดคิด วันนี้ทุเรียนนนท์ ผลไม้ที่มีประวัติพ่วงกับสงคราม...ทหารไทยนายหนึ่ง ลูกหลานชาวสวนนนทบุรี สมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกเกณฑ์ทัพให้ไปสู้รบที่เมืองทวาย และมะริด ได้ไปลิ้มรสผลไม้ป่ารสชาติดี มีหนามแหลม ติดใจนำเมล็ดติดมือกลับมาปลูกที่บ้านเกิด กาลเวลาผ่านมาหลายร้อยปี วันนี้ผลไม้นั้นได้ชื่อว่า เป็นราชันย์แห่งผลไม้

ที่สำคัญยามนี้ มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังตาลีตาเหลือกพลิกฟื้นผืนดินเมืองนนท์ หาที่ปลูกกันยกใหญ่.

นสพ.ไทยรัฐ

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 2 กรกฎาคม 2552, 14:55 น.
tags:
,พลิกผืนดิน,นนทบุรี,ปลูก,ทุเรียน,สกู๊ปหน้า1,

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By